อะโดบีชี้นักการตลาดในเอเชีย-แปซิฟิกโฟกัส AI และทักษะดิจิทัลมากขึ้น

อะโดบีและ Econsultancy เปิดเผยรายงานสรุปข้อมูลเกี่ยวกับความอัจฉริยะทางดิจิทัล: แนวโน้มดิจิทัลปี 2561 (Digital Intelligence Briefing: 2018 Digital Trends) ซึ่งนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานะของการตลาดดิจิทัลและแนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม  รายงานของปีนี้เผยให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างนักการตลาดในเอเชีย-แปซิฟิก (APAC) และนักการตลาดในอเมริกาเหนือและยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) และการลงทุนในทักษะด้านดิจิทัล

การลงทุนและการผนวกรวมเทคโนโลยีคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของธุรกิจ

รายงานแนวโน้มดิจิทัลประจำปี 2561 ของอะโดบีชี้ให้เห็นว่า ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก บริษัทที่มีผลประกอบการสูงสุดมีแนวโน้มมากกว่าสองเท่าในการใช้ AI สำหรับการตลาด (28% เทียบกับ 12%) สอดคล้องกับรายงานอนาคตของการทำงานในเอเชีย-แปซิฟิก (“Future of Work: APAC Study”) ซึ่งระบุว่าองค์กรต่างๆ ที่ลงทุนในเทคโนโลยีสำหรับสถานที่ทำงานมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จได้มากกว่า  อย่างไรก็ตาม รายงานแนวโน้มดิจิทัลชี้ว่า ไม่ถึงหนึ่งในห้าของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลก (15%) ระบุว่า บริษัทของพวกเขากำลังผลักดันการใช้งาน AI และเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (48%) ระบุว่า องค์กรของพวกเขามีการผนวกรวมที่ไม่สอดคล้องกันระหว่างเทคโนโลยีต่างๆ

ขณะที่ครึ่งหนึ่ง (51%) ของนักการตลาดในอเมริกาเหนือมองว่า ‘ไม่มีความจำเป็นที่ชัดเจน’ สำหรับ AI แต่มีเพียงหนึ่งในสาม (38%) ของนักการตลาดใน APAC ที่มีความคิดแบบเดียวกัน  นอกจากนั้น ผู้ตอบแบบสอบถามใน APAC (16%) มีแนวโน้มมากกว่าที่จะใช้ชุดเทคโนโลยีแบบครบวงจรบนระบบคลาวด์ เมื่อเทียบกับอเมริกาเหนือ (10%) และยุโรป(9%) ซึ่งบ่งชี้ว่านักการตลาดใน APAC มีความก้าวหน้ามากกว่าภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก ในเรื่องของการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อรองรับการนำเสนอเนื้อหาเฉพาะบุคคลแบบอัตโนมัติ ช่วยให้นักการตลาดทำงานได้อย่างชาญฉลาดและรวดเร็วมากขึ้น

นางสาวพอลล่า พาร์คส์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดองค์กรประจำภูมิภาค APAC กล่าวว่า “การพัฒนาเศรษฐกิจที่รวดเร็วและการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างมากส่งผลให้ APAC กลายเป็นศูนย์กลางของความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เป็นผลมาจากเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ  ปัจจุบันในยุคของธุรกิจที่มุ่งเน้นประสบการณ์หรือ Experience Businessองค์กรที่ชาญฉลาดเลือกลงทุนในเทคโนโลยีที่จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและนำเสนอประสบการณ์ที่เหนือชั้นสำหรับลูกค้า”

 

ประสบการณ์เฉพาะบุคคลขับเคลื่อนการพัฒนาบริษัทอย่างต่อเนื่อง

รายงานแนวโน้มดิจิทัลประจำปี 2561 ของอะโดบีชี้ว่า การปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าเป็นภารกิจสำคัญสูงสุดสำหรับนักการตลาดในช่วงปี 2561 โดยหนึ่งในห้า (19%) ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกระบุว่านี่เป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นมากที่สุด  นักการตลาดใน APAC กำลังมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคลที่สอดรับกับผู้บริโภคมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามในอเมริกาเหนือและยุโรประบุว่า โฟกัสหลักของตนเองคือการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่มีมูลค่ามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

องค์กรที่มี ‘ขั้นตอนการตอบสนองต่อลูกค้าอย่างเหมาะสม โดยเพิ่มความสะดวกในการติดต่อสื่อสารอย่างชัดเจนและการทำธุรกรรมอย่างไร้รอยต่อ’ มีแนวโน้มมากกว่า 57% ที่จะสามารถดำเนินการได้ดีกว่าเป้าหมายทางธุรกิจที่ตั้งไว้  ขณะเดียวกัน องค์กรที่มี ‘แนวทางการประสานงานระหว่างทีมงานโดยมุ่งเน้นลูกค้าในโครงการริเริ่มทั้งหมด’ มีแนวโน้มเกือบสองเท่าที่จะทำได้เกินกว่าเป้าหมายทางธุรกิจสูงสุดที่ตั้งไว้ในปี 2560  อย่างไรก็ดี กว่าหนึ่งในสาม (38%) ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกยังไม่มีแผนงานที่สอดคล้องกัน รวมไปถึงวิสัยทัศน์ในระยะยาว และการสนับสนุนของผู้บริหารสำหรับอนาคตของลูกค้า

“ผลการศึกษาของเราเปิดเผยถึงช่องว่างด้านโอกาสที่ชัดเจนสำหรับองค์กรธุรกิจที่ต้องการสร้างความแตกต่างเหนือคู่แข่ง  การสร้างสรรค์เนื้อหาคอนเทนต์แบบเฉพาะบุคคลที่น่าดึงดูดใจด้วยความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นข้อกำหนดสำหรับธุรกิจ  ด้วยเหตุนี้ เพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจปรับตัวตามความคาดหวังที่เปลี่ยนไปของลูกค้า อะโดบีจึงรองรับเวิร์กโฟลว์ที่ไร้รอยต่อระหว่างครีเอทีฟ นักการตลาด และนักวิเคราะห์ข้อมูลใน Adobe Experience Manager ซึ่งจะทำให้แบรนด์ต่างๆ สามารถนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่โดดเด่นและสอดคล้องกัน” พาร์คส์กล่าวเพิ่มเติม

การลงทุนในทักษะดิจิทัลและการศึกษามอบผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม

รายงานแนวโน้มดิจิทัลประจำปี 2561 ของอะโดบี เปิดเผยว่า บริษัทที่ ‘ผสานรวมทักษะด้านการตลาดดิจิทัลเข้ากับเทคโนโลยี’ มีแนวโน้มเกือบสองเท่าที่จะดำเนินงานได้ดีกว่าเป้าหมายทางธุรกิจที่ตั้งไว้สำหรับปี 2560 ด้วยส่วนต่างที่มีนัยยะสำคัญ (20% เทียบกับ 11%)  อย่างไรก็ตาม ระดับการลงทุนในการฝึกอบรมด้านดิจิทัลที่วางแผนไว้สำหรับปี 2561แตกต่างอย่างมากสำหรับแต่ละภูมิภาค  นักการตลาดในภูมิภาค APAC มีแนวโน้มมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับนักการตลาดในอเมริกาเหนือสำหรับการลงทุนในทักษะด้านดิจิทัลและการศึกษา (34% เทียบกับ 16%) ขณะที่นักการตลาดในยุโรปอยู่ระหว่างกลาง (25%)

“การลงทุนที่สำคัญในทักษะดิจิทัลและการฝึกอบรมเชื่อมโยงโดยตรงกับผลประกอบการทางธุรกิจที่สูง แม้ว่าการลงทุนในเทคโนโลยีมีความสำคัญอย่างมาก แต่องค์กรต่างๆ จะต้องลงทุนในด้านทักษะและการศึกษาเช่นกัน เพื่อให้พนักงานสามารถใช้เครื่องมือใหม่เหล่านี้เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่โดดเด่นให้แก่ลูกค้า” พาร์คส์ กล่าวสรุป

Last modified: February 27, 2018