[Hi-light IT] วิเคราะห์หลังจับ HTC U 11 กับการกลับมาของนวัตกรรมในมือ HTC อีกรอบหนึ่ง

Posted In Hi-Light IT, บทความ - By bigglive On Tuesday, May 16th, 2017 With 0 Comments
Enteprise ITPro

แม้ว่าใครหลายคนบอกกันว่า HTC นั้นน่าจะหายไปจากตลาดในประเทศไทยไปแล้วแต่ความจริงนั้นไม่ได้หายไปไหนพวกเขายังอยู่แต่อาจจะทำตลาดเงียบไปบ้าง ซึ่งครั้งนี้ HTC ได้เปิดตัวมือถือรุ่นใหม่อย่าง HTC U 11 ซึ่งมีฟีเจอร์พิเศษอย่างการบีบเพื่อสั่งงาน เลยจะมานั่งวิเคราะห์พร้อมกับอธิบายสเปคเพิ่มเติมกันอีกนิดว่ามันมีดีอะไร

รูปร่างเหมือนกับ HTC U ที่ออกมาก่อนหน้านี้ แต่มีสิ่งใหม่เข้ามา

เพราะรูปแบบของเป็นแบบหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วพร้อมกับระบบสแกนลายอยู่ด้านหน้า พร้อมกับปุ่มกดทั้ง Back และ Recent ให้เหมือนเดิม โดยหน้าจอ Super LCD 5 ถือว่าให้การแสดงผลที่ดีและความละเอียดหน้าจอ 2560×1440 เลยทีเดียว กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลถือว่าดูดีใช้ได้

ด้านข้างบางแต่ไม่ได้มากเพื่อสามามรถใส่เซนเซอร์วัดการบีบเครื่องได้ โดยปุ่มกดอยู่ฝั่งขวาทั้งหมด ทั้งปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียงให้ แต่ด้านบนให้ช่องใส่ซิม ด้านล่างมีลำโพงพร้อมกับ USB-C

ด้านหลังชอบสุดเพราะนอกจากสีสันให้เลือกมากมายแล้ว ยังใช้เทคโนโลยี Optical Spectrum Hybrid Deposition  สีสดใสและสะท้องแสงได้อย่างดีอีกด้วย พร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซลพร้อมกับ LED Flash คู่ เรียกได้ว่ามันสวยจบ แต่ข้อเสียคือ บางคนบอกว่า มันดูไม่แตกต่าง แต่ไม่เป็นไร

ประสิทธิภาพ อัพเกรดจากเดิมมากมาย

สเปคเบื้องต้นของ HTC U 11 เบื้องต้นใช้  CPU จาก Qualcomm Snapdragon 835 Octa Core รุ่นล่าสุด พร้อมกับ RAM ขนาด 4GB ความจำในตัวมีให้เลือกทั้ง 64GB และ 128GB เพิ่มความจำได้จาก Micro SD รองรับสูงสุดที่ 2TB นอกจากนี้ยังรองรับ 4G LTE Cat 16 ให้ความเร็ว Download ที่ 1Gbps, แบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh พร้อมกับระบบ Quick Charge 3.0 คือเรียกได้ว่ามาเต็มเลยดีกว่า

หยุด ยังไม่จบ เพราะสเปคที่ไทยได้แตกต่างกันนิดหน่อยคือ RAM 6GB ความจำในตัว 128GB นะ

ลูกเล่นที่ไม่ได้มาเพียงแค่บีบ

แม้ว่าจะมีลูกเล่นมากมายภายในเครื่องแต่สิ่งที่น่าสนใจในเครื่องรุ่นนี้คือการสั่งงานด้วยการบีบข้างเครื่อง โดยใช้ระบบที่เรียกว่า Edge Sense ซึ่งจะวัดการทำงานจากรแงกดของเครื่องเรียกได้ว่มันกำลังดีใชได้เลยก็ว่าได้ แต่สามารถใช้สั่งงานได้เช่น

  • สามารถบีบเพื่อให้การเข้าหน้าจอหลัก หรือเปิดกล้องจากหน้า Lock Screen
  • สั่งงานถ่ายภาพ
  • บีบค้างเพื่อให้ระบบสั่งงานด้วยเสียงทำงาน บีบ 2 ครั้งจะเป็นการสั่งงาน Google Assistant แทนการพูด OK Google ที่อาจจะไม่ดีสำหรับบางคน
  • บีบเพื่อสั่งเปิด Apps ได้ทุกโปรแกรม, สั่งเปิดไฟฉาย, สั่ง Capture หน้าจอ, หรือจะเป็นการเข้าการตั้งค่าเครื่องได้เป็นต้น การสั่งงานสามรถใช้งานในลักษณะการบิบแค่ครั้งเดียวหรือ 2 ครั้ง

จากที่ลองใช้อาจจะมีความซับซ้อนแต่ถ้าไม่ได้คิดอะไรมากมายนั้นถือว่ามันลงตัวและใช้งานได้ค่อนข้างดี แต่ลูกเล่นบางอย่างต้องรอเดือน กรกฏาคมถึงจะมาเต็มและสมบูรณ์กว่า

ระบบเสียง HTC ไม่ทิ้ง เพราะรองรับ Personalized Audio ปรับเสียงตามความเหมาะสมของหูแต่ละคนที่ไม่ดยไม่เหมือนกัน โดยจะจดเป็น Profile ของคุณได้, หูฟังที่มากับ HTC U 11 มีชื่อว่า U Sonic ที่มีไมโครโฟนความไวสูงภายในหูฟัง และมีคลื่น Sonar ช่วยทำให้เสียงที่ได้นั้นดี พร้อมกับระบบ ACTIVE Noise Cancelling ช่วยตัดเสียงรบกวนได้ค่อนข้างดี

ถ้าจะเสียดายคงมีแค่ช่องเสียบหูฟังไม่มีเท่านั้นเอง คงไว้แต่ USB-C เท่านั้น แต่ให้ตัวแปลงที่สามารถเชื่อมต่อกับ DAC ได้ในตัว

และกล้องของ HTC U 11 นั้นมาเต็มมากเพราะใช้เทคโนโลยี Instant Snap ทำงานร่วมกับ Ultra Speed AF ทำให้โฟกัสได้เร็วเพียง 0.3 วินาที และHDR Boost ทำให้การถ่ายภาพกลางคืนถ่ายภาพได้สว่างและคมชัดมากขึ้น, Acoustic Focus จะช่วยให้การซูมระหว่างการถ่ายวีดีโอ จะดูดเสียงจากจุดที่ไกล ๆ เข้ามาชัดเจน และทำงานกับ 3D Microphone ทำให้การบันทึกเสียงรอบทิศ ขนาดพิกเซล 1.4 um กล้องหลังมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล Ultrapixel 3 F1.7พร้อมกับ LED Flash คู่ละมีกันสั่น

ส่วนกล้องหน้านั้นใช้แบบ Ultra Pixel ขนาด 16 ล้านพิกเซล พร้อมกับ รูรับแสง F2.0

และยังมีลูกเล่นอื่น ๆ เช่น Always Listening ระบบฟังเสียงคุณตลอดเวลา แต่สามารถทำงานคู่กับ Amazon Alexa และ Google Assistant ได้ง่ายดายกว่าเดิม

ถ้าจะสรุป มันเป็นอีกรุ่นที่มีความน่าเชื่อถือและดูดีพอสมควรถือวว่าเป็นอีกรุ่นที่สอบผ่านในหลาย ๆ เรื่องเช่นเดียวกัน แต่ว่าการออกแบบอาจจะต้องปรับปรุง แม้ว่าจะสามารถกันน้ำได้ในระดับ IP67 อยู่แล้วก็ตาม ส่วนราคาคงต้องรอดูกันต่อว่าจะออกมาเป็นหัวหรือก้อย แต่คิดว่ายังไงต้องถูกกว่า HTC U Ultra ที่ขายอยู่ ณ ตอนนี้ แต่สุดท้ายจะเป็นอย่างไร รอดูเมื่อถึงวันเข้าจำหน่ายในไทยจะดีกว่า

Clip Preview

Comments