[Hi-Light IT] สรุปเรื่องราวของ Apple Event การเปิดตัว iPhone ใหม่และอื่น ๆ

Posted In Hi-Light IT, ข่าวไอที, บทความ - By bigglive On Thursday, September 8th, 2016 With Comments
Enteprise ITPro

ถึงเวลาที่สาวก Apple หลายท่านรอคอยกันสักทีสำหรับ Apple Event ในรอบปลายปี มาดูกันเลยดีกว่าครับว่ารอบนี้ Apple มีอะไรเด่น ๆ มานำเสนอกันบ้าง

Apple Music

Screen Shot 2559-09-08 at 12.04.52 AM

เริ่มด้วยการโชว์ตัวเลขผู้ใช้งานที่ชำระเงินแบบสวย ๆ 17 ล้าน ID และเปิดตัวแอปที่ปรับปรุง UI ใหม่สำหรับ Windows 10 และยังมีหน้าตาใหม่ใน iOS 10 ด้วย

App Store

Screen Shot 2559-09-08 at 12.09.17 AM

โชว์ตัวเลขจำนวนเกมกว่า 500,000 เกมใน App Store แถมด้วย!!! ยินดีต้อนรับ Nintendo และ Mario ทำแอปลง iOS แล้ว (เผลอ ๆ จะว้าวกว่าของ Apple เองนะ) ในชื่อเกม Super Mario RUN พร้อมเปิดให้โหดลเร็ว ๆ นี้

Screen Shot 2559-09-08 at 12.22.32 AM

มีการปรับปรุงแอปตระกูล iWork (Pages, Numbers และ Keynote) เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ “Real-time Collaboration” สามารถเข้ามาทำงานและแก้ไขงานในไฟล์เดียวกันพร้อมกันได้หลาย ๆ คน และหลายอุปกรณ์ที่เข้าสู่ iWork ได้

Apple Watch

Screen Shot 2559-09-08 at 12.31.49 AM

เริ่มด้วยการแสดงยอดขายในปีที่ผ่านมาที่ทำยอดขายเป็นอันดับ 2 (เป็นรองแค่ Rolex) และแน่นอนว่าเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม Smart Watch แถมด้วยการเปิดตัว Pokemon Go ทีนี้ได้เล่นกันเพลินโดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์เลย (สงสัยแบตฯ จะหมดตั้งแต่ชั่วโมงแรก)

Screen Shot 2559-09-08 at 12.50.08 AM

จากนั้นก็เปิดตัว Apple Watch Series 2 มาพร้อมคุณสมบัติเด่น ๆ ดังนี้

  • กันน้ำลึกได้ 50 เมตร!!! ใส่ว่ายน้ำได้สบาย ๆ
  • CPU และ GPU รุ่นใหม่ เร็วขึ้น
  • จอแสดงผลรุ่นใหม่ สว่างกว่าเดิม 2 เท่า
  • ฝัง GPS มาให้ในตัว
  • มาพร้อม watchOS 3
  • เพิ่มรุ่นใหม่ ทำจากวัสดุ Ceramic (จะแตกง่ายไหมเนี่ย?)
  • สายนาฬิกาใช้ร่วมกับรุ่นแรกได้

Screen Shot 2559-09-08 at 12.35.08 AM

โดยราคานั้น Apple Watch 2 อยู่ที่ $369 หรือประมาณ 13,000 บาท ส่วนรุ่นแรกปรับสเปคเป็น Dual Core จะปรับราคาเหลือ $269 หรือประมาณ 9,900 บาท ฟังดูเป็นมิตร ซึ่งพร้อมขาย 16 กันยายน ส่วนรุ่น Nike Plus ขายเดือนตุลาคมนะ
iPhone 7/iPhone 7 Plus

เปิดตัวด้วยตัวเลขเช่นเดิมครับ ตอนนี้ขายไปแล้ว 1,000 ล้านเครื่อง! และแน่นอน…iPhone รุ่นใหม่มาแล้ว เรียกชื่อกันตรง ๆ ทื่อ ๆ ว่า

Screen Shot 2559-09-08 at 1.43.39 AM

Screen Shot 2559-09-08 at 1.43.03 AM

iPhone 7 เนี่ยแหละ มาดูกันเลยว่ามีอะไรเด่น ๆ บ้าง

    • มาพร้อม CPU รุ่นใหม่ A10 Fusion 64-bit Quad Core และ GPU ที่แรงขึ้นเช่นเดิม
    • เปิดตัวสีใหม่อย่างสีดำเงา (Jet Black) สีดำด้าน (Black) และสีเดิม ๆ อย่าง Silver, Gold และ Rose Gold
    • ปรับหน่วยความจำในตัวเครื่องเป็น 32, 128, 256 GB ส่วนสีดำเงางามระดับแพนทีนโปรวี 12 เรียกพี่ (Jet Black)มีเฉพาะความจุ 128 และ 256 GB เท่านั้น
    • แน่นอน มาพร้อม iOS10 (รุ่นอื่น ๆ ดาวน์โหลดได้พร้อมกัน 13 ก.ย. นี้)
    • ปุ่ม Home ออกแบบใหม่ เพิ่ม Taptic Engine และรับรู้แรงกดหนัก-เบา (Force Touch) ได้

Screen Shot 2559-09-08 at 1.05.11 AM

    • กันน้ำ กันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67
    • ติดตั้งระบบกันสั่น (OIS) มาให้ทั้ง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus
    • iPhone 7 มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ติดตั้ง Sensor รุ่นใหม่ เลนส์ 6 ชั้น F1.8 ติดตั้ง Quad-LED True Tone Flash สว่างสะใจ และระบบประมวลผลใหม่ Apple-designed ISP
    • ส่วน iPhone 7 Plus เพิ่มความพิเศษด้วยกล้องคู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลทั้ง 2 ตัว โดยแยกกันทำงานเก็บภาพมุมกว้างและขยาย (Tele) อย่างละตัว แน่นอน! ทำให้กล้องมันซูมได้ครับ
    • กล้องหน้าเพิ่มความละเอียดเป็น 7 ล้านพิกเซล
    • ติดตั้งลำโพงแบบ Stereo มาให้แล้ว
    • ตัดช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm ออกไป และแถมหูฟัง EarPod รุ่นใหม่ที่เสียบกับช่อง Lightning Port แทน ส่วนคนที่ต้องการใช้งานหูฟังเดิม ทาง Apple มีตัวแปลงจาก Lightning เป็น 3.5 mm แถมมาให้ครับ

Screen Shot 2559-09-08 at 1.49.39 AM

  • งานขายของต้องมา…เปิดตัวหูฟังไร้สาย AirPod มีชิป W1 ฝังในตัว มีการติดตั้ง Sensor เพื่อตรวจสอบได้ว่าเราหยิบหูฟังใส่ในหูหรือเปล่า และเรียกใช้งาน Siri ได้ ส่วนราคาขาย…$159 คิดเป็นเงินไทยประมาณ 5,490 (จุก!) แต่ก็พอกับ Samsung Gear icon x

Screen Shot 2559-09-08 at 1.46.49 AM

ราคาเครื่องนั้น iPhone 7 เริ่มต้นที่ $649 กับความจุ 32GB หรือประมาณ 22,400 บาท โดยราคาจะอัพขึ้นรุ่นละ 100 เหรียญสำหรับความจำที่สูงขึ้น ส่วน iPhone 7 Plus เริ่มต้นที่ $769 หรือประมาณ 26,500 บาท พร้อมขาย 16 กันยายนกับประเทศกลุ่มแรก แน่นอนว่าไทยไม่ติดเหมือนเคย

Screen Shot 2559-09-08 at 1.47.36 AM

สุดท้ายก็มีการปรับไลน์สินค้าครับ iPhone 6 กับ iPhone 6 Plus ถูกถอดออกไปเรียบร้อยแล้ว และปรับความจุ iPhone 6s กับ iPhone 6s Plus มาขายเฉพาะความจุ 32 GB และ 128 GB ส่วน iPhone SE ก็ยังคงขายต่อไป และงานนี้ไม่มีการพูดถึง macOS และ iPad เลย ต้องจับตาดูว่าจะมีอะไรหลังจากนี้อีกหรือไม่ พักหลังเจ๊ทิมก็เยอะเหมือนกัน

และ iOS 10 พร้อมให้โหลด 13 กันยายนนี้