[Hi-Light IT]Microsoft Digital Transformation โลกเปลี่ยนไป กับธุรกิจที่ต้องปรับเปลี่ยนตามยุคของ Cloud Computing

Enteprise ITPro

วันนี้ทาง Microsoft ประเทศไทย เชิญมาเปิดมุมมองในเรื่องของ Digtial Transformation เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวของใครหลายคน เพราะเรื่องของการดำเนินธุรกิจ และการใช้งานในชีวิตประจำวันจะเปลี่ยนแปลงเพราะระบบ Cloud และ Mobile อย่างเต็มตัว มุมมองนี้

20161011_103855

คุณอรพงศ์ เทียนเงิน กรรมการผู้จัดการ Microsoft ประเทศไทย ได้กล่าวถึงว่าในยุคนี้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการใช้ Cloud และใช้บริการต่าง ๆ ทำให้สามารถทำงานต่าง ๆ ได้รวดเร็วทำให้มองได้ถึงว่าโลกเปลี่ยนไปแล้ว จนเกิดในยุคของ Mobile First, Cloud First

20161011_104602

จะเห็นได้ชัดว่า มือถือมีการเติบโตขึ้น 14% และที่เหลืลดลงหมด และรวมไปถึงเรื่องของ Cloud มีการเติบโตมากขึ้นก็จริง แต่ถ้ามองถึงในประเทศไทยนั้นเริ่มเห็นได้ระดับหนึ่ง ซึ่งคุณอรพงศ์ได้ยกตัวอย่างของ GE จากผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่สมัยก่อนเป็นบริการพื้นฐาน ได้มีการปรับตัวเป็น Digital Company อย่างสมบูรณ์ในปัจจุบัน ทำให้เกิดต้องมีเรื่องของ Digital Transformation

ในการเข้าถึงลูกค้าตามรายบุคคลนั้น ยกตัวอย่าง แมคโดนัล ในเนเธอร์แลนด์ โดยการใช้ Application จะใช้ในเรื่องการซื้ออาหารพร้อมกับรู้ว่าลูกค้าชอบอะไร และกินอะไรจะได้สุขภาพดี และทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้าและทางร้านมากขึ้น ผ่านทางมือถือ โดยมียอดโหลดสูงกว่า 1 ล้านครั้ง

และ UBER ซึ่งเป็นการให้บริการ TAXI จะทำให้เดินทางปลอดภัยมากขึ้นโดยคุณสามารถรู้ว่า ใครจะเดินทางมารับคุณ แม้ว่าจะใส่แว่นหรือไม่ก็ตามโดยเครื่องจะจำคนขับแล้วส่งไปยังผู้โดยสารที่กดรับของเราแทน แม้ว่าจะเริ่มแล้วในบางประเทศ แต่ก็คาดว่าจะเริ่มใช้งานในหลายประเทศรวมถึงเร็ว ๆ นี้

และ ThyssenKrupp เป็นอีกผู้ผลิต Lift โดยสารภายในตึกที่มีการนำ Internet Of Thing มาใช้งานทำให้เรื่องการดูแล เพราะเป็นการขายบริการ ซึ่งสามารถดูแลได้ทันที โดยไม่ต้องส่งคนเข้าไปดูแลเมื่อไม่จำเป็น แทนที่จะขาย Lift โดยสาร แต่เป็นการขายบริการโดยสารภายในตึกแทน และเป็นการดูเรื่องการเข้าถึงช่วงเวลาคนใช้มากกว่า โดยใช้เทคโนโลยี BI และ Big Data มากขึ้น

โดยทั้งหมดนี้เบื้องหลังที่เกิดขึ้นคือระบบ Cloud เป็นที่อยู่เบื้องหลัง และ Gartner ได้มอง Microsoft ว่า เป็นผู้นำและรวมไปถึงสิ่งที่ทำได้จริงในเรื่องของ Cloud First, Mobile First

ส่วนในประเทศไทย มีการร่วมมือกับทาง สพธอ หรือ ETDA และสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ซึ่งสามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับกความต้องการว่าตลาดต้องการอะไร และทำให้นักเรียนได้ปรับตัวได้ตามความต้องการของตลาดได้

ธนพงษ์ อทิธิสกุลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้เผยว่าบริษัทที่ใหญ่และไม่มีการเปลี่ยนแปลงมักจะอยู่ไม่ได้ จะเห็นได้ทว่า กว่า 500 บริษัทขนาดใหญ่ที่ไม่ได้เปลี่ยนต้องหายไป นับเป็น 52% โดยยิ่งบริษัทใหญ่จะต้องมีความท้าทายในการเปลี่ยนแปลง ส่วนบริษัทขนาดเล็กอาจจะมีศักยภาพเท่ากับบริษัทขนาดใหญ่

มากกว่า 85% ของ 500 บริษเท มีการใช้งาน Microsoft Cloud ในการปรับใช้งาน ส่วนหนึ่งที่มีการปรับคือ สตาร์บัค นั่นเอง นอกจากนีร้ในประเทศไทยกว่า 42% คือ SME ถือว่ามีการเติบโตได้มาก นับถึง 80.3 ของงานทั้งหมด จนเรียกว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นองค์กรขนาดใหญ่จนประสบความสำเร็จได้

เช่นตัวอย่างของการส่งทุเรียน โดยใช้เรื่องของ Microsoft Surface และติดตั้งเข้ากับระบบทำให้ลูกค้าสามารถสั่งจองทุเรียนล่วงหน้า และสามารถเปลี่ยนเปลี่ยนธุรกิจได้รวดเร็ว

20161011_111741

หรือจะเป็น เพนกวิน ผู้ให้บริการมือถือ ซึ่งตั้งบริษัทแม้มีขนาดเล็ก และมีการใช้เทคโนโลยีจาก Microsoft ได้เพิ่มมาถึง 300,000 ราย และมียอด ARPU 140 บาทต่อเดือน ทำให้เห็นได้ว่าช่องว่างของการให้บริการมือถือยังเติบโตได้

และอีกตัวอย่างคือ John Hardy มีการใช้งาน Office 365 ทำให้ประสานงานเพื่อทำให้เกิดการผลิตได้ตามความต้องการและติดต่อได้ง่ายมาก

รวมถึง Dusit เครือโรงแรมไทยที่เกิดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 ที่มีการนำระบบ Front Office และ Back Office ทำให้การได้รู้จักข้อมูลลูกค้าไม่ว่าจะเคยพักที่ไหน ของในเครือ ทำให้การบริหารจัดการได้ง่ายมากขึ้นและสามารถประชุมได้ทุกที่ และช่วยในการบริหารและการตัดสินใจได้รวดเร็ว จนทำให้เปิดผู้นำในเรื่องของโรงแรมระดับโลก

นอกจากนี้ Microsoft ได้มีการเปิด SMEs IT Pack แบบจัดเต็มที่ช่วยให้พื้นที่ Cloud มากถึ 1TB และจดทะเบียน Domain เป็นบริษัทของเราเองได้

20161011_113702

นอกจากนี้ คุณศิริพร พชรวัฒน์ ผู้อำนวยการส่งเสริมอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์ไทย ได้กล่าวในเรื่องการเปลี่ยนแปลงในอนาคตกว่า ทำให้ทุกโลกในการต้องการแรงงานด้าน IT มากขึ้นถึง 6 ล้านงาน ซึ่งจะทำการเติบโตมากขึ้นถึง 4.4% และเรื่องการบริการจะเติบโตขึ้น เรียกได้ว่าบุคลากรในอุตสาหกรรมนั้นจะขาดแคลนแน่นอน ซึ่ง Microsoft เผยว่า ถ้ามีการสร้างทักษะในการใช้เทคโนโลยีในหลายปลายรูปแบบ กับนักเรียนหรือคนที่สนใจ ก็จะทำให้มีบุคลากรพร้อมได้ไม่ยาก และรวมไปถึงการทำบริษัท Startup ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบที่ช่วยให้เกิดขึ้นคือ Microsoft Imagine Cup ซึ่งประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างมากมาปลายปี

จนเกิด Startup และบริการที่น่าสนใจเช่น การดูแลสุขภาพและติดต่อกับหมอผ่าน RingMD และ BMW ที่จะช่วยในเรื่องการเดินทางอย่าง Driving Assistant และ Rolls Royce จะมีเซนเซอร์ตรวจจับว่าเครื่องบินไหนอยู่ที่ไหน และสามารถจับได้ว่าเครื่องยนต์ตรงไหนถึงเวลาซ่อมแซม เป็นต้น

และในเรื่องของผู้ใช้งานทั่วไปนั้นจะมีการใช้งานอย่างไร โดยคุณ เอกราช ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินค้าคอนซูเมอร์ ซึ่งมองว่า ผู้ใช้งานทั่วไปจะได้ในเรื่องของระบบ Cloud ที่ได้ประสิทธิภาพ โดยสิ่งที่มากกว่านั้นคือการ Update มากมายเช่น one note จะสามารถปรับเรื่องของการแก้ไขสัมการได้ แต่สำหรับธุรกิจ จะง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะไม่ต้องโหลดข้อมูลหลาย ๆ ที่ เพราะระบบจะรวมจากที่เดียวและเป็น Format เดียวกัน

20161011_115026

โดยเฉพาะ Windows 10 ที่จะใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิม จนไม่ต้องพกที่ชาร์จ และมีการสื่อสารกับอุปกรณ์ได้ไม่ว่าจะเป็นกราใช้งาน Iris Scan ในการปลดล็อครู้ตัวตนของผู้ใช้งาน จนทำให้เกิด Technologist ไม่ใช่แค่การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรอคนใช้แต่เป็นการร่วมมือระหว่างผู้ใช้งานและนักพัฒนา ซึ่งในปี 2021 Microsoft คาดว่าจะมีจะมีอุปกรณ์มากกว่า 28 พันล้านตัว ที่จะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ เอาแค่ตอนนี้ตู้เย็นก็สามารถรับรู้คำสั่งในการสั่งซิ้อสินค้าได้แล้ว

Mixed Reality เป็นอีกคำนิยามของที่ Microsoft เผยว่า VR ไม่ใช่จะต้องเป็นของ ไมโครซอฟต์ แต่การที่ทุกตัวสามารถร่วมใช้งานด้วยกันและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่า แต่ถ้ารวมเป็น platform แค่ login ก็เท่ากับทุกอย่างก็จะตามมาทั้งบริการและ software นั่นเอง

20161011_123259

20161011_123528

20161011_122307

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการทำงานของ Microsoft ประเทศไทยมีการปรับปรุง Office ใหม่ที่ทำให้การทำงานนั้นไม่จำเป็นต้องอยู่กับที่เมื่อใช้ระบบ Cloud ทำงานได้ทำให้ทุกที่คุณสามารถใช้งานได้หมด และมีการรวมความเห็นจากพนักงานว่าอยากได้อะไรบ้างและปรับปรุงตามสิ่งที่ต้องการทั้งหมด จนออกมาเป็นอีกสถานที่น่าทำงานอีกที่หนึ่งในกรุงเทพฯ