IT Review : Samsung Galaxy S6 / S6 edge “เรือธงที่เปลี่ยนทุกสิ่งจากความเป็น Samsung”

Posted In IT Review, บทความ - By bigglive On Friday, June 5th, 2015 With Comments
Enteprise ITPro

s6_s6edge

Smart Phone ระดับเรือธง เรียกว่าเป็นอีกความหวังของ Brand ใหญ่ ๆ หลายค่ายที่พยายามเอาเข้ามาฟาดฟันในตลาด Smart Phone ในปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่า เครื่องที่เราจะพูดถึงนี้เป็นที่น่าสนใจอยู่ไม่ใช่น้อยอย่าง Samsung Galaxy S6 และ S6 edge

รูปร่าง
s6_front
ด้านหน้า Galaxy S6

ด้านหน้า Galaxy S6 edge

ด้านหน้า ทั้งคู่ใช้หน้าจอขนาด 5.1 นิ้วทั้งคู่ เรียกได้ว่าเมื่อทำหน้าจอขนาดนี้ทำให้ตัวเครื่องไม่ดูใหญ่เกินไป พร้อมตัวเครื่องที่โค้งมนกว่าเดิมในภาพรวม ด้านบนมีกล้องหน้าขนาด 5 ล้านพิกเซล ด้านล่างมีปุ่ม Recent Home พร้อมระบบสแกนลายนิ้วมือที่แค่วางนิ้วเบา ๆ ก็สแกนได้ไม่ต้องรูดเหมือน S5 และ ปุ่ม Back ถ้าเป็น S6 EDGE นั้น จะดูมีมิติขึ้นมาเพราะจอโค้งคู่ทำมุม 2.5 องศา และตกแต่งด้วยสีล้อมกรอบด้วยกระจก Gorilla Glass 4

Galaxy S6

Galaxy S6 edge

ด้านข้างขวา Galaxy S6 จะเห็นขอบเครื่องโลหะอย่างดีมีความหนากว่่า Galaxy S6 edge พร้อมช่องใส่ซิมแบบ Nano Sim ที่อยู่ด้านข้าง และปุ่ม Power มีขนาดกำลังดี Galaxy S6 edge ให้องค์ประกอบที่เหมือนกันแค่ปุ่ม Power แต่จะมีจอโค้งทำมุม 2.5 องศา จึงทำให้ขอบเครื่องนั้นไปหนาเฉพาะส่วนหัวและท้ายเครื่องเท่านั้น

Galaxy S6

Galaxy S6 edge

ด้านข้างซ้าย Galaxy S6 มีปุ่มปรับระดับเสียง และขอบเครื่องที่หนาขึ้นมาทำให้เครื่องนั้นจับได้ถนัดมือกว่า Galaxy S6 edge มีปุ่มกดปรับระดับเสียงพร้อมจอโค้งทำมุม 2.5 องศา


Galaxy S6

Galaxy S6 edge

ด้านบน Galaxy S6 มี Port อินฟราเรด สำหรับใช้กับ Application ในการสั่งงานทีวีและไมโครโฟนตัวที่ 2 ขณะที่ Galaxy S6 edge จะมีช่องใส่ซิมแบบ Nano Sim อยู่ด้านบนแทน และ Port อินฟราเรดและ ไมโครโฟนตัวที่ 2

ด้านล่าง ทั้งคู่มีทั้งช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร Micro USB และ ลำโพงตัวเครื่องที่บอกเลยว่าเสียงดังใช้ได้

ด้านหลังทั้งคู่จะเหมือนกันคือ มีกล้องหลังที่นูนออกมาขนาด 16 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash และ Heart Rate Sensor พร้อมกับกระจกแบบ Gorilla Glass 4 พร้อมเคลือมสีให้สะท้อนแสดงได้อย่างสวยงาม

จากที่สัมผัส Galaxy S6 ต้องลืม Galaxy S5 เดิมให้หมด เพราะสัมผัสนั้นมันใกล้ความเป็น iPhone 6 พอสมควร แต่มีบางจุดที่แตกต่างคือ ขอบเครื่องที่จับกระชับมือกว่าและการจัดวางองค์ประกอบที่ยังสะดวกใช้ จำง่าย แต่ที่จะไม่ชอบคือ ขอบโลหะทำน่าเป็นห่วงเรื่องรอยพอสมควร และกล้องที่นูนออกมา

และเมื่อเป็น Galaxy S6 edge เป็นเครื่องที่วางแล้วดูยังไงก็สวย เพราะการออกแบบเครื่องให้จอโค้งทำมุม 2.5 องศาทำให้ไม่ว่าจะมองเครื่องยังไงก็มีมิติและสวยงาม แต่การใช้งานจับและถือ ยังไม่ถนัดเท่า Galaxy S6 ปกติ และมีจุดอ่อนเหมือนกันคือ กล้องนูนและขอบเครื่องเสี่ยงต่อการเป็นรอย

ประสิทธิภาพ

Spec Model Samsung Galaxy S6 / S6 edge
CPU Exynos 7420 Octacore (Quadcore 1.5GHz + Quadcore 2.1GHz) 64bit
GPU Mali-T760MP8
RAM 3GB DDR4
Intenal Storage 32GB
External Storage None
ความถี่ 2G GSM 850/900 / 1800 /1900
ความถี่ 3G HSDPA 850/900/1900/2100
ความถี่ 4G 1(2100), 2(1900), 3(1800), 4(1700/2100), 5(850), 7(2600), 8(900), 17(700), 20(800)
WiFi 802.11 b/g/n/ac
Bluetooth V4.0
Camera Front 5 ล้านพิกเซล F1.9 | Back 16 ล้านพิกเซล F1.9 พร้อม Auto Focus LED Flash + Real Time HDR
Display 5.1 นิ้ว SuperAMOLED 2K ความละเอียด 2560×1440
OS Android 5.0.2
NFC Yes
Battery 2600mAh


Benchmark_all Galaxy S6

Benchmark_all Galaxy S6 edge

ทั้งคู่ใช้สเปคเหมือนกัน แม้ผลคะแนน Benchmark นั้น จะพอกัน ห่างกันนิดหน่อย แต่ภาพรวมจากการใช้งานเล่นเกม real racing 3 และใช้งานทั่วไป สอบผ่านได้อย่างสบาย ๆ แต่ความร้อนจะมีเยอะกว่าเดิมพอสมควรทั้งคู่ ส่วน Mult Touch ทำได้ 10 จุดทั้งคู่

Graphic Benchmark Galaxy S6

Graphic Benchmark Galaxy S6 edge

ส่วนกราฟฟิกนั้นทำผลงานได้ดีตามสไตล์ Smart Phone Spec สูง เช่นเดียวกับคะแนนภาพรวม

ส่วนหน้าจอนั้น Galaxy S6 ให้มาขนาด 5.1 นิ้วความละเอียด 2560×1440 (QHD หรือ 2K) แบบ Super AMOLED QHD แน่นอนว่าให้ภาพที่สวยและแสงใช้ได้ตามแบบฉบับ Samsung แน่นอนว่าสดเป็นเรื่องปกติ

ส่วน Samsung Galaxy S6 edge ความละเอียดเท่ากัน ขนาดหน้าจอก็พอกัน แต่ต่างที่ขอบจอโค้งลงทำให้หน้าจอนั้นดูมีมิติขึ้นมาพอสมควร การสู้แสดงของทั้งคู่ดี แต่บางคนไม่ชอบเพราะในเวลาที่ดูคลิป เหมือนขอบจอจะหลอกตาพอสมควร

S6

S6 edge

ส่วนแบตเตอร์รี่ 2600 mAh ความจุลดลงกว่าเดิม การใช้งานนั้นเรียกว่าถ้าใช้งานปกติ ตอนเย็น ๆ แบตฯจะเหลือน้อยจนไม่สามารถใช้งานอะไรต่อไปได้ พบว่าถ้าใช้งานโดยตัดเกมออกไปที่เหลือใช้ปกติ สามารถใช้งานได้ถึงเย็น แต่ถ้าเล่นเกมอย่างหนัก เลยครึ่งวันก็จะหมดแล้ว จุดชดเชยนั้นนอกจาก UltraSaving Mode และ Power Saving Mode แล้ว ยังให้การชาร์จไฟที่เร็วมาก แค่ชาร์จประมาณ 10 นาทีใช้ต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง และรองรับการชาร์จไฟไร้สาย ถ้าทดสอบ Benchmark พบว่า จอโค้งมีผลต่อการใช้พลังงานจริง ๆ

ลูกเล่น

TouchWiz UI เป็นรุ่นแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงให้หน้าจอ UI ให้เรียบง่ายมากขึ้น ซึ่งเรียบไปถึง Notification ที่กลับมาสไลย์เหมือนเดิม ไม่สามารถยืดหดได้ พร้อมกับเปลี่ยนแปลง Apps พื้นฐานด้วยนิดหน่อยทำให้รู้สึกใช้ง่ายขึ้น นอกจากนี้หน้า Home ยังดูมีมิติถ้ามองและเปลี่ยนมุมเล็ก ๆ ให้อารมณ์เหมือน iOS

นอกจากนี้สามารถทำ multi window ให้เหมือนกับ galaxy note 4



Edge screen เฉพาะ Galaxy S6 edge ที่สามารถแสดงผลนาฬิกาได้ทั้งกลางวันและกลางคืน รวมถึงใน Mode การใช้งานปกติสามารถตั้งเป็นเบอร์คนพิเศษเพื่อให้สะดวกในการใช้โทรและส่งข้อความ รวมถึงแจ้งเตือนข้อความหรือสายที่ไม่ได้รับ และ แสดงผลเป็นไฟสีเพื่อให้แจ้งเตือนว่าใครคนไหนโทรมาได้ 5 คน นอกจากนี้ ยังสามารถสลับด้านซ้ายหรือขวาก็ย่อมได้ และ สามารถตั้งให้ edge screen ให้แสดงผลเวลากลางคืนได้ หรือปลุกแสดงผลกลางวันได้ เหมือน galaxy note edge

ระบบสแกนลายนิ้วมือ เปลี่ยนจากการสแกนที่ใช้นิ้วรูด เป็นแบบ iPhone ที่แปะนิ้วทำให้แม่นยำกว่าเดิม

Samsung Pay แค่มีเครื่องและบัตรเครดิตสามารถนำไปจ่ายเงินได้ แต่ในประเทศไทย ใช้ยังไม่ได้นะครับ

Entertain ยังคงมีเครื่องเล่นเพลงพร้อมระบบการปรับเสียง Sound Alive แบบใหม่ที่น่าใช้กว่าเดิม นอกจากนี้ยังสามารถดูวีดีโอได้ และยังโหลด Apps เพิ่มเติมได้จาก Galaxy Apps ซึ่งจะประกอบไปด้วย Galaxy Gifts ที่รวม Apps เฉพาะใหโหลดและ Galaxy Essentials อีกด้วย

Organizer/Tools ในส่วนนี้ยังคงมีปฏิทิน(S Planner) สมุดจด เครื่องอัดเสียง เครื่องคิดเลข ระบบสั่งงานด้วยเสียง S Voice S Health มาให้ใช้งาน และที่เพิ่มเติมคือ Smart Manager ไว้ความคุมเครื่องทุกส่วติดตั้งมาเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังติดตั้ง Apps ของทาง Microsoft มาให้ทั้ง One Drive ที่ให้พื้นที่ฟรี 100GB และ Skype ไว้ติดต่อสื่อสารกันได้เช่นเดียวกัน ซึ่ง Apps Google ยังติดตั้งให้ครบเหมือนเดิม

Camera

สำหรับกล้องของ Samsung Galaxy S6 และ S6 edge จะเป็นกล้องแบบเดียวกัน คือ 16 ล้านพิกเซล พร้อม Auto Focus และ LED Flash มีเลนส์จะมีรูรับแสง F1.9 ข้อแตกต่างอยู่ที่เซนเซอร์ Galaxy S6 ปกติใช้ของ Samsung และ Galaxy S6 edge ใช้ของ Sony

จุดเด่นคือสามารถถ่ายภาพได้ไวขึ้น สามารถเปิดกล้องได้ภายในเวลา 0.7 วินาที และเข้ากล้องเร็วได้เพียงกดปุ่ม Home 2 ครั้ง ลูกเล่นนอกจาก Real Time HDR ที่สามารถเปิดปิดเองได้ และมี Pro Mode ปรับได้มากมายทั้ง ISO ระยะโฟกัส White Balance การโฟกัส ฯลฯ แต่ยังไม่สามารถปรับ ชัตเตอร์สปีด เท่านั้นเอง และยังติดตั้ง OIS เช่นเดียวกัน การถ่ายภาพนั้นเรียกว่าเป็น Smart Phone แน่นอนว่าดีกว่า Galaxy Note 4 นิดนึง แต่คู่แข่งนั้นต้องมาดูกันต่อว่าจะเป็นอย่างไรตอนนี้ขอยังไม่พูด ที่ถ่ายรูปได้ดี ส่วน UI นั้นเหมือนกับ Galaxy Tab A ที่รีวิวไปก่อนหน้านี้ ส่วนการถ่ายวีดีโอนั้นสามารถทำได้ทั้งแบบ Fast Motion และ Slow Motion พร้อมการถ่าย Video ได้ความละเอียดสูงสุด 4K

ส่วนกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลพร้อม Real Time HDR และ รูรับแสง F1.9 เช่นเดียวกับกล้องหลัง




(ตัวอย่างภาพถ่าย Galaxy S6)



(ตัวอย่างภาพถ่าย Galaxy S6 edge)

(ตัวอย่างการถ่ายวีดีโอ ความละเอียด 1080P)

สรุปสำหรับ Galaxy S6/Galaxy S6 edge

เป็นรุ่นท็อปตัวแรกที่ออกมาก่อนเพื่อที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการปฏิวัติเครื่องพอสมควร แน่นอน Galaxy S6 นั้นเป็นเครื่องที่ใช้โลหะรอบตัวและ ใช้กระจก Gorilla Glass รอบตัว และสัมผัสเครื่องที่ดี แม้จะไม่ได้กันน้ำเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้แต่ได้ความหรูหรามาแทน

ขณะที่ Galaxy S6 edge นั้น แสดงถึงนวัตกรรมทั้งการผลิตทำให้จอโค้งคู่ และเพิ่มลูกเล่นให้มีความน่าสนใจพอสมควร ทำให้หลายคนบอกว่า จ่ายแพงฉันก็ยอม นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องกล้องที่ดีพอสมควร แต่ใช่ว่ารุ่นท็อปจะดีไปซะหมด เพราะในการออกแบบนี้เลนส์กล้องนูนออกมาพอสมควรทำให้กล้องนั้นมีโอกาสเป็นรอยสูง และการใช้งานนั้นสังเกตคือ เครื่องร้อนค่อนข้างไว เมื่อร้อนไวทำให้แบตเตอร์รี่ก็หมดไวตามไปด้วย ถึงแม้จะมี Fast Charge มาช่วยก็ตาม

แล้วราคา Galaxy S6 จะมีเฉพาะรุ่น 32GB เท่านั้น ราคา 23900 บาท ไม่ว่าจะเลือกสีดำ สีทอง หรือ สีเงินก็ตาม ส่วน Galaxy S6 edge 32GB ราคาจะอยู่ที่ 27900 บาท สีเช่นเดียวกันกับ S6 ปกติ และ รุ่นพิเศษ สีเขียว กับ Galaxy S6 edge 64GB ราคา 31900 บาท เรียกว่ามีให้เลือกหลากหลาย พร้อมอุปกรณ์เสริมที่ให้ครบ แล้วเมื่อเทียบกับคู่แข่งคงไม่พูดถึง เพราะ LG G4 และ Huawei P8 ยังไม่ขายในไทยอย่างเป็นทางการ ณ เวลานี้ ฉะนั้น แต่ทิ้งท้ายว่า ตอนนี้ S6 ยังคงเป็น Smart Phone ที่ Samsung ทำออกมาได้ดีที่สุด สวยที่สุด และคุ้มค่าที่สุดของค่ายนี้ และเทียบกับ iPhone 6 ได้สูสีเบียดกันพอสมควร แม้ว่ารูปร่างจะคล้าย ๆ ก็ตาม

ข้อดี/ข้อควรปรับปรุง

ข้อดี
+ บอดี้สวยมาก
+ สเปคแรงและรองรับ Cat 6 แล้ว
+ กล้องทำผลงานได้ดีเกินความคาดหมาย
+ S6 edge มีลูกเล่นของจอที่ใช้ได้จริง
+ ชาร์จไฟได้เร็วและรองรับไร้สาย

ข้อควรปรับปรุง
– เมื่อเทียบกับคู่แข่ง Pro Mode ยังให้มาน้อยกว่าคู่แข่ง
– ราคาเครื่องเปิดมา แรงเกินไป(ตามต้นทุน)
– แบตเตอร์รี่ให้มาน้อยทำให้หมดไว
– ลูกเล่นจาก edge screen น่าจะเพิ่มให้น่าสนใจมากกว่านี้
– เพิ่มความจำไม่ได้

ปิดท้ายด้วยคลิปรีวิว (รวมรุ่น)

ขอบคุณ Samsung Galaxy S6 / S6 edge โดย

Samsung Thailand