[First Impression] จับแรกของ ASUS Zenfone 5Z และ ASUS Zenfone Max Pro สเปคดี แบตทน ราคาไม่แพง

หลังจากเปิดตัวมือถือใหม่แบบไม่ต้องให้หายใจกัน โดยตอนนี้เราจะมาพรีวิวกับ ASUS Zenfone 5Z ที่สเปคดีเหมือนกัน และอีกรุ่นที่เป็นโมเดลใหม่อย่าง Zenfone Max Pro จะน่าใช้จริงไหม มาดูกันดีกว่าเนอะ

ASUS Zenfone 5Z

P1010326

เป็นมือถือเรือธงที่บอดี้หรูหราและมีสีเงินและดำให้เลือกที่น่าสนใจเช่นเคย และภาพรวมของตัวเครื่องรุ่นนี้เหมือนกับ Zenfone 5 รวมไปถึงฟีเจอร์

และสิ่งที่ไม่เหมือนคือสเปคเครื่องแบบจัดเต็มพร้อมกับ Qualcomm Snapdragon 845 เมื่อกดทดสอบด้วยเทคโนโลยีทันสมัย AI Boost ทำให้แรงเป็นอันดับ 2 ของ Antutu ไปเลย และได้ RAM 6GB พร้อมกับความจำในตัว 128GB เพิ่มความจำได้

ราคาของ ASUS Zenfone 5Z นั้นอยู่ที่ 19,990 บาทสำหรับรุ่น RAM 8GB ความจำในตัว 256GB ส่วนรุ่นรองอย่าง RAM 6GB และ ROM 128GB จะอยู่ที่ 15,990 บาท ถือว่าไม่ได้แพงมาก

ASUS Zenfone Max Pro (M1)

P1069619

P1069627

P1069637

สำหรับรุ่นนี้มีการได้สัมผัสเครื่องจริงออกมาด้วยกัน โดยหน้าจอมีขนาด 5.99 นิ้วความละเอียด Full HD 2160×1080 และ Contrast 1500:1 พร้อมกับกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ถือว่าทำได้ทั้งน่าสนใจและมีขอบเครื่องโลหะน้ำหนักเบาอย่างไม่น่าเชื่อ และยังมีช่องเสียบหูฟังและช่องชาร์จแบบ Micro SD

ด้านหลังของเครื่องมีกล้องหลังคู่ที่เรียกได้ว่ามาออกแบบที่น่าสนใจเลย พร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือกลางเครื่องเหมือนกันเลยทีเดียว

P1069631

คุณสมบัติที่น่าสนใจและสเปคเครื่องมีดังนี้

  • ขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 636 แรงกว่าเดิม 40% + GPU Adreno 509, RAM 6GB LDDR4, ROM 64GB เพิ่มความจำได้ และยังมีรุ่น RAM 3, 4GB พร้อมกับความจำในตัว 32, 64GB ให้เลือกสำหรับคนที่อยากได้ราคาไม่แพงเกินไป
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh ขนาดใหญ่ ใช้งานได้ยาว 199 ชั่วโมง ในการฟังเพลง Standby 34 วัน, ดูหนังได้นานเหมือนกัน และยังได้ความปลอดภัย ผ่านมาตรฐาน JEITA และอีก 12 จุดด้วยกัน + Flash Charge ทำให้ชาร์จไฟเร็วสุดที่ 2:42 ชั่วโมง
  • Android 8.0 Oreo Stock Android ยังมีการเพิ่มลูกเล่นของ ASUS อยู่ ไม่ใช่ Android One
  • หน้าจอ 99 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 ความละเอียด 2160×1080 และ Contrast 1500:1
  • ระบบเสียงเพิ่มชิ้นส่วนแม่เหล็ก NXP 9874 Gen 2 ทั้งหมด 5 ชิ้น เสียงดังขึ้นกว่าเดิม และมี Smart AMP แต่ลำโพงมีตัวเดียวทำให้เสียงออกมาดังกว่าก็จริงแต่จะแตกต่างจาก Zenfone 5 รองรับ Bluetooth 5.0 + Aptx
  • กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล แบบเลนส์คู่พร้อมกับรองรับ LED Flash Soft Light ถ่ายวิดีโอแบบ 4K
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลพร้อมกับ LED Flash + Portrait Mode
  • เมนูกล้องแบบใหม่และมี Scene Mode 12 แบบพร้อมกับ Portrait Mode, Bokeh Mode, ถ่ายได้ทั้งสีสดทั้งกลางวันและกลางคืน
  • Night Mode ลด Noise ที่ทำได้ดี และยังเก็บภาพเคลื่อนไหวที่เร็วได้
  • SIM Card แบบ Triple Slot (Nano SIM / Nano SIM / Micro SD) รองรับ 4G Dual Standby

P1069637

ส่วนราคานั้นเริ่มต้นที่รุ่น RAM 3GB ความจำในตัว 32GB ที่ 5,990 บาท, RAM 4GB / ROM 64GB ราคา 6,990 บาท และท็อปสุดกับ RAM 6GB / ROM 64GB ที่ 7,990 บาท คู่แข่งคือ Xiaomi Redmi Note 5 นั่นเอง แต่จะน่าสนใจจริงหรือไม่ต้องรอดูกันต่อไป

และมีการเปิดจองกับ Shopee ด้วยกัน

Last modified: June 12, 2018