[IT Review] Nokia 8110 4G มือถือกล้วยหอม 4G ปุ่มกด เพื่อคนชอบถามหาอดีต

Written by | IT Review, บทความ

หากย้อนกลับไปในปี 1996 ในยุคนั้น “โนเกีย” เป็นอีกมือถือที่ผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่าผมเองก็ใช้กัน แต่ก็มีรุ่นหนึ่งที่ออกแบบได้เหมือนกล้วยหอมออกมา นั่นคือ 8110 แต่มันดังเพราะหนังเรื่อง ·The Matrix นั่นเอง และครั้งนี้ HMD ได้นำมือถือรุ่นนี้กลับมาทำใหม่ มาพบกับ Nokia 8110 4G Reloaded กันเลย

แรกเห็นมือถือ โนเกีย 8110 4G

20180612_233533

เริ่มจากด้านหน้าที่แรกเห็นเป็นมือถือที่มีฝาหน้าปิดแค่ปุ่มแต่ไม่ได้เป็นการปิดทั้งตัวเครื่อง ดูไปก็ไม่เบื่อ มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 2.4 นิ้วความละเอียดเล็กๆ ที่ 240×320

20180612_234200

20180612_233733

20180612_233715

สไลด์ลงมาก็จะเจอปุ่มและไมโครโฟนของตัวเครื่อง คือคุณสามารถสไลด์และรับสายได้ทันที ไม่ยุ่งยากและดูใช้งานง่ายดาย ควบคุมผ่านปุ่มด้านบน 4 ทิศทางและมีปุ่ม ย้อนกลับคือปุ่มวางสาย และมีปุ่มฟังก์ชั่น ทั้งซ้ายและขวา ต่างค่าเปลี่ยนได้

20180612_233549

20180612_233545

ด้านข้างออกแบบโค้งที่เหมือนกับต้นฉบับ แต่มีปุ่มเปิดปิดเครื่องทางด้านขวามือที่เหมือนกับของเดิมที่มีปุ่มลักษณะเดียวกัน

20180612_233553

20180612_233559

ด้านบนมีช่องเสียบ ·Micro USB และหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ด้านล่างเป็นไมโครสำหรับคุยสาย

20180613_001246

20180613_001311

ด้านหลังเครื่องโดดเด่นที่ลำโพงขนาดใหญอยู่ใต้กล้องและมี ·Flash มาให้ โดยฝาหลังสามารถถอดได้ ข้างในรองรับการใส่ซิมทั้งหมด 2 ช่องแบบ Nano SIM และใส่การ์ดความจำสูงสุด 64·GB ได้บนช่องใส่ซิมที่ 1 แต่ถ้าใส่ 2 SIM เครื่องจะเห็น 4G แค่อันแรกเท่านั้น

คุณสมบัติที่สัมผัสในมือถือรุ่นนี้

20180612_233646

ด้วยความที่มือถือรุ่นนีดูเป็นมือถือปุ่มกดก็เลยทำให้คนส่วนใหญ่บอกว่า มันคงไม่มีลูกเล่นอะไรหรอก แต่รู้ไหมว่า ความจริงมันใช้ระบบปฏิบัติการ kai os ทำให้มันดูมีอะไรขึ้นมามากกว่า ปุ่มกดทั่วไป

n1

จุดเด่นคือมันมี Store ภายในระบบสามารถซื้อได้ทั้งเกมและโปรแกรมเพิ่มเติม แต่ดูเหมือนจะน้อยไปหน่อย คงต้องรอการพัฒนาสักระยะ แต่เกมที่มีก็ถือว่าเพลิดเพลินดี และยังเชื่อมต่อกับบัญชี Google ดึงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์มาได้ แต่อาจจะจำกัดในบางเรื่องไปหน่อย

20180612_233524

n2

ในเรื่องการติดต่อสื่อสาร ตัวเครื่องรองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE Cat 4 ถือว่าเร็วแล้ว แต่ที่ดีกว่านั้นคือการรองรับปล่อยสัญญาณหรือ HotSpot ได้และยังมีความสามารถในเรื่องการโทรแบบ 4G  VoLTE ได้เช่นเดียวกัน และขุมพลังเครื่องนี้ใช้ Qualcomm Snapdragon 205 Dual Core แต่ก็ถือว่าทำงานได้รวดเร็วดี

ส่วนภาพถ่ายจากกล้อง 2 ล้านพิกเซลถือว่าทำได้ดีพอประมาณ แต่อาจจะไม่สวยเมื่อเทียบกับมือถือสมัยนี้

20180612_233539

จากที่ได้สัมผัสมานั้น ถือว่าเป็นมือถืออีกรุ่นที่น่าใช้งานไม่น้อย เพราะเนื่องจากความครบเครื่องทั้งการรองรับ 4G ที่สามารถปล่อยกระจายสัญญาณและโทรออกแบบ VoLTE ที่ให้ความคมชุดสูงประกอบกับตัวเครื่องที่ประกอบได้แน่นหนา ทำให้มือถือรุ่นนี้ดูจะพึ่งพายามจำเป็น

แต่ด้วยความเป็นฟีเจอร์โฟนก็อาจจะมีข้อจำกัดเช่นไม่มีโปรแกรมที่หลายคนใช้โดยเฉพาะ Line แต่ถ้าให้นั่งพิมพ์บนมือถือแบบนี้อาจจะยากไปหน่อยก็เท่านั้น แต่ภาพรวมแล้วจัดว่าเป็นมือถือที่ใช้เพลินดีนะครับ สำหรับคนที่เบื่อ สมาร์ทโฟนแล้ว

คุ้มค่าหรือไม่

20180613_001327

ถ้าใครต้องการหาความเรียบงานในยุค 4G และมือถือสุดฉลาดทั้งหลายการจ่ายเงินรับมันที่ 2,400 บาทก็ถือว่าคุ้มค่า แต่ถ้ารับได้ว่าเครื่องมีแค่สีดำ และ เหลืองเท่านั้น สุดท้ายแล้ว นี่เป็นอีกตำนานที่น่าเก็บสำหรับคนที่คิดถึงอดีต แต่อยากใช้ในยุคปัจจุบันนะครับ

Last modified: June 27, 2018