[IT Review] ทดลองใช้ Samsung Galaxy S9 / Galaxy S9+ มือถือกล้องดีงามอลังการ แต่ภาพลักษณ์เดิม

Written by | IT Review, บทความ

หลังจากเปิดรับเครื่องตอนแรกไปไม่นานก็มีเสียงเรียกร้องกันว่า รีวิวจริงของมือถือ Samsung Galaxy S9 และ S9+ จะมาเมื่อไหร่ ไม่รอช้า มาแล้วครับ อาจจะไม่ทันใจคนได้กลุ่มแรกไปบ้างแต่ทั้งหมดนั้นจะมาเล่าภาคต่อจากพรีวิวที่สามารถกดอ่านได้ที่นี่

แรกเห็นรูปร่างของ Samsung Galaxy S9 และ S9+

P1080513

จากที่เห็นแว็บแรกแทบจะเหมือนกับ Galaxy S8 ทุกประการเลย ด้วยหน้าจอไร้กรอบ Infinity Display เหมือนกัน ขนาด 5.8 นิ้วสำหรับ Galaxy S9 และ 6.2 นิ้วสำหรับ Galaxy S9+ ความละเอียดสูงสุด 2960×1440 ถือว่าละเอียดมากพอสมควร เป็นแบบ Super AMOLED ให้ความคมชัดสูง และมีกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล พร้อมระบบสแกนใบหน้าที่ฉลาดขึ้น ที่อยู่ด้านบน

P1080515

P1080516

ด้านข้าง เปลี่ยนจากอะลูมิเนียมแบบเงาวับ เป็นด้าน แต่ยังคงใช้เกรด 7000 เหมือนเดิม สังเกตว่าจุดนี้เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมจะพบว่า ขอบจะเหลือน้อยลง ฝั่งซ้ายมีปุ่มเปิดปิดเครื่อง ฝั่งขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และ Bixby

P1080519

P1080518

ด้านบน มีช่องใส่ซิมแบบ Hybrid Slot ประกอบด้วย Nano SIM, และอีกช่องเลือกได้ว่าจะเป็น Nano SIM หรือ Micro SD ก็ได้ ส่วนด้านล่างนั้นมีทั้งช่องเสียบหูฟัง (จุดนี้ดีใจกับ Samsung เพราะคนยังต้องการอีกเยอะ) USB-C, ลำโพง ที่ออกแบบใหม่ให้เสียงดังกว่าเดิมพร้อมกับไมโครโฟนที่อยู่ขั้นกลาง

P1080503

ด้านหลัง ยังคงเป็นกระจก แต่ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าด้านหน้า ประกอบด้วยกล้องหลังขนาด 12 ล้านพิกเซล เป็นแบบปรับรูรับแสงได้ และมี Heart Rate Sensor, Flash, ระบบสแกนลายนิ้วมือ เป็น NFC และเป็นจุดรับ Wireless Charge อีกด้วย ถ้า S9+ จะพิเศษ มีเลนส์กล้องตัวที่ 2 เน้นการซูมจัดมาให้อีกตางหาก

ลูกเล่นเด็ดที่ควรลองใน Samsung Galaxy S9 และ S9+

นอกเหนือจาก 9 ลูกเล่นที่เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้ ที่สามารถกดย้อยอ่านได้แล้ว Samsung Galaxy S9 ก็ยังมีจุดเด่นที่น่าใช้งานมากมายเช่น

s9p_ui

Samsung Experience 9.0 ปรับปรุงรายละเอียดพร้อมกับรองรับการทำงานของ Android Oreo ได้แนบเนียน ไม่มีอะไรค้างหรือกระตุกให้เห็นเท่าไหร่

ของเล่นดั่งเดิมมาครบเครื่อง สำหรับใครซื้อเครื่องแล้วอย่าลืม ลงทะเบียนประกันผ่าน Samsung Member เลยนะครับ

s9_smart_scan

ระบบความปลอดภัยที่เข้ามาคือ Intelligen Scan ชื่อใหม่แต่ความจริงคือการรวม ระบบสแกนใบหน้า และ สแกนม่านตาเข้าด้วยกัน เมื่อทำงานแล้วถือว่าราบลื่นและใช้งานได้จริง ยกเว้น มืดสนิท เสียดายจุดนี้จริง แพ้ iPhone X นิดเดียว แต่ภาพรวมในสถานการณ์ใช้งานจริง ถือว่าสอบผ่านนะครับ

s9_bi

Bixby Vision นอกจากส่องอะไรจะรู้ไปหมดแล้ว แต่สำหรับเวอร์ชั่นอัพเกรดใน Galaxy S9 จะเพิ่มเรื่องของการแปลภาษา, บอกว่าไวท์นี้คืออะไร รวมไปถึงประวัติของสถานที่ได้เป็นต้น ถือว่าทำได้มากกว่าเดิม และ คำสั่งเสียงสามารถสั่งให้ Bixby Vision ทำงานได้เช่นเดียวกัน

s9p_sound

ส่วนระบบเสียงจากลำโพงคู่ ที่ให้มาแล้วแถมจูนคุณภาพเสียงโดย AKG ถือว่าทำได้ดี รองรับ Dolby ATMOS ปรับได้ทั้งรูปแบบอัตโนมัติ เสียงจะดังขึ้น แต่ถ้าเอาฟังเพลงดี ปรับเป็น Music จะได้เสียงที่หนักแน่นและดังกว่า ส่วน EQ และฟังก์ชั่นอื่น ยังคงเป็นทางเลือกที่ดี แต่เปิด ATMOS ผมว่าจบกว่า

แต่จุดนี้ทั้ง S9 และ S9+ ให้เสียงดังเท่าๆ กันไม่ต้องวัด เกิดจากลำโพงมันตัวเดียวกันนั่นเอง

20180309_130202 (1)

20180309_123255

20180309_130113

Screenshot_20180311-140244_Camera

กล้องหน้า แม้ว่าสเปคจะเป็น 8 ล้านพิกเซล F1.7 พร้อม Auto Focus แต่มีลูกเล่นที่ลงตัวอย่าง AR Emoji สร้างตัวการ์ตูนได้ และเรียนรู้โครงหน้าทำให้ตัวการ์ตูนออกมาเหมือนมากที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถเติมหน้ากากหรือแปลงเป็นสัตว์ได้เช่นกัน

IMG_0015

20180309_124449

(รูรับแสง F1.5)

20180309_124502

(รูรับแสง F2.4)

กล้องถือว่าเปลี่ยนแปลงมาก สมกับค่าการรอคอย ด้วยการที่เป็นครั้งแรกของโลกบนมือถือที่กล้องปรับรูรับแสงได้ทั้ง F1.5 และ F2.4 (Dual Aperture) ทำให้สามารถถ่ายภาพสวยได้ทั้งกลางวันและกลางคืน และมีเซ็นนเซอร์เก็บภาพได้ 12 ภาพใน Shot เดียวทำให้ภาพสว่างและสวย แต่สำหรับโหมดโปร ก็สามารถปรับรูรับแสงได้เอง พร้อมกับถ่ายภาพวิดีโอ Slow Motion ช้าสุดที่ 960 FPS ถือว่าช้ามาก ความละเอียดวิดีโอ 4K แบบ 60 FPS เลยทีเดียว

20180307_134039

20180309_131306

20180310_195048

20180309_131054

20180306_193108

(4K 60 FPS)

(Full HD 30 FPS)


(Super Slowmotion)
แต่กล้องหลังของ Galaxy S9+ มี 2 เลนส์เพิ่มมาคือ Live Focus นั่นเอง ที่ละลายหน้าชัดหลังเบลอ และถ่ายแบบ Dual Capture ได้

20180309_123951

(ภาพ Live Focus)

ประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy S9 และ Galaxy S9+

Spec Model Samsung Galaxy S9 Samsung Galaxy S9+
CPU Exynos 9810 Octa-core (4×2.7 GHz Mongoose M3 & 4×1.8 GHz Cortex-A55) Exynos 9810 Octa-core (4×2.7 GHz Mongoose M3 & 4×1.8 GHz Cortex-A55)
GPU Mali G72 Mali G72
RAM 4GB 6GB
Intenal Storage 64GB 64GB/128GB/256GB
External Storage Micro SD รองรับสูงสุด 400GB Micro SD รองรับสูงสุด 400GB
ความถี่ 2G GSM 850/900 / 1800 /1900 GSM 850/900 / 1800 /1900
ความถี่ 3G HSDPA 850/900/1900/2100 HSDPA 850/900/1900/2100
ความถี่ 4G LTE Cat 18 1.2Gbps/200Mbps LTE Cat 18 1.2Gbps/200Mbps
WiFi 802.11 b/g/n/ac 802.11 b/g/n/ac
Bluetooth V5.0 V5.0
Back Camera 12 ล้านพิกเซล F1.5 – F2.4 Dual Pixel Auto Focus และ LED Flash กันสั่น 12 ล้านพิกเซล F1.5 – F2.4 Dual Pixel Auto Focus และ LED Flash กันสั่น + เลนส์คู่ tele photo f2.4
Front Camera 8 ล้านพิกเซล + Auto Focus F1.7 8 ล้านพิกเซล + Auto Focus F1.7
Display 5.8 นิ้ว sAMOLED ความละเอียด 2960×1440 6.2 นิ้ว sAMOLED ความละเอียด 2960×1440
OS Android Oreo Android Oreo
NFC Yes Yes
Battery 3000mAh 3500mAh

s9_bench

(คะแนนประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S9)

s9p_bench

(คะแนนประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S9+)

คะแนน Benchmark พูดเลยว่าแตกต่างกันน้อยมากระหว่างรุ่น S9 และ S9+ เพราะ RAM เท่านั้น แต่เมื่อเล่นเกมทั้งคู่ถือว่าตอบสนองได้ดี

s9p_batt

(ผลทดสอบแบตเตอรี่ Samsung Galaxy S9+)

s9_batt

(ผลทดสอบแบตเตอรี่ Samsung Galaxy S9)

แต่แบตเตอรี่แน่นอนว่าขนาดต่างกันถึง 500 mAh (Galaxy S9 ขนาด 3000 mAh, Galaxy S9+ ขนาด 3500 mAh) ทำให้ใช้งานเมื่อเทียบกันแล้ว S9+ ได้เปรียบกว่าชัดเจน ถึงแม้จอใหญ่กว่าก็ตาม

5 ข้อสิ่งชอบใน Samsung Galaxy S9 และ S9+

P1080524

  1. ตัวเครื่องสวยและลงตัวขึ้น
  2. มีลำโพงคู่ซะที แถมมี Dolby ATMOS
  3. กล้องเก่งขึ้นและน่าใช้มากขึ้น
  4. AR Emoji สร้างสรรค์และใช้จริงได้มากกว่า
  5. S9+ มีความจำให้เลือกมากมาย

ข้อควรปรับปรุง

P1080520

  • กล้องคู่มีเฉพาะรุ่น S9+
  • ระบบสแกน Intelligen Scan ทำงานช้าไปนิด
  • ใช้เครื่องนานๆ ก็ยังร้อนอยู่ดี
  • ราคารุ่น Plus แพง (ถ้าคิดจะซื้อเครื่องเปล่า)

คุ้มค่าหรือไม่ถ้าจะซื้อ Samsung Galaxy S9 หรือ S9+

IMG_0012

มองในภาพรวมแล้ว Galaxy S9 และ S9+ เป็นมือถือที่ครบเครื่องและจัดหนัก ทั้งกล้องและระบบเสียง เรียกได้ว่าเป็นมือถือเพื่อความบันเทิงได้เต็มที่

เมื่อเทียบกับราคาของทั้งคู่อยู่ที่ 27,900 บาท สำหรับรุ่น S9 แต่ S9+ มีให้เลือก 3 ความจุทั้ง 64GB ราคา 31,900 บาท, 128GB ราคา 33,900 บาท และ 256GB ราคา 37,900 บาท ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ Samsung จัดมาแบบนี้ กลายเป็นภาพรวมคุ้มค่าสุดคือ S9+ 128GB เพราะนอกจากได้ความจำในตัวที่เยอะแล้ว ยังได้ความสามารถในการเพิ่มการ์ดอีก

IMG_0011

แต่ถ้าคุณซื้อกับผู้ให้บริการแล้ว S9+ 256GB ก็น่าสนใจ แต่ว่าสุดท้าย เหลือแต่คุณเองว่าจะเลือกทิศทางไหน จะถูกหรือแพงก็ลองคิดดูให้ดีก่อนนะครับ

และสำหรับคนที่คิดไม่ออกบอกไม่ถูกว่าจะเลือกตัวไหนดีและจริงๆ แล้วมันต่างกันแค่ไหน รออ่านบทความเปรียบเทียบที่นี่เร็วๆ นี้

Last modified: March 14, 2018