IT Review: กล้องติดหน้ารถยนต์ G90C/GS90C

Written by | IT Review

จากภาพอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดขึ้นมากมายและเป็นข่าวไม่เว้นแต่ละวัน และหลาย ๆ กรณีมักจะขาดหลักฐานสำหรับดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด กล้องติดหน้ารถยนต์จึงได้รับความนิยมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผู้ใช้มีหลักฐานเอาไว้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ และในวันนี้เราจะนำเสนอกล้องติดหน้ารถยนต์ OEM จากจีนี่ได้รับความนิยมอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งในวงการคนเล่นกล้องจะเรียกกล้องรุ่นนี้ว่า G90 แต่รุ่นที่เราจะ Review ในครั้งนี้เป็นรุ่นย่อย 1 ใน 3 รุ่นของกล้องรุ่นนี้อย่าง G90C/GS90C ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นสูงสุด และมีอุปกรณ์รับสัญญาณ GPS ติดมาด้วย ถ้าผู้อ่านพร้อมแล้วก็มาเริ่มอ่านกันเลยครับ

 

1. Unboxing
P1090013
ตัวกล่องของรุ่นนี้เป็นสีดำเรียบ ๆ ดูธรรมดาตามสไตล์ของผู้ผลิตจากจีน
P1090007
เมื่อแกะกล่องออกมาแล้วในกล่องจะมีอุปกรณ์ดังนี้ครับ
1. ตัวกล้องติดหน้ารถยนต์ G90C/GS90C
2. ถ้วยดูดกระจกหน้ารถยนต์
3. อุปกรณ์รับสัญญาณ GPS
4. สายไฟเสียบเข้าที่จุดบุหรี่ของรถยนต์ ยาว 3.5 เมตร
5. สาย Mini USB สำหรับเชื่อมต่อกับเครื่อง PC หรืออุปกรณ์อื่น ๆ
6. คู่มือการใช้งาน
P1090008
ตัวกล้องจะมีขนาดแค่ประมาณฝ่ามือครับ ถือว่าเล็กมาก ๆ ทีเดียว
P1090009
อีกด้านหนึ่งของตัวกล้องจะมีจอ LCD ขนาด 2.7″ และมีช่องเสียบไล่จากซ้ายไปขวา ได้แก่ ช่องเสียบตัวรับสัญญาณ GPS, ช่องเสียบ Mini USB และช่องเสียบสาย Mini HDMI ส่วนปุ่มสีส้มที่ตัวกล้องนั้นมีไว้สำหรับสั่งให้กล้องล็อกไฟล์วีดีโอในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน
P1090011
ด้านล่างของตัวกล้องจะมีปุ่มสำหรับสั่งงานตัวกล้อง ไล่จากซ้ายไปขวาดังนี้
1. เปิด/ปิดกล้อง
2. เลื่อนขึ้น และใช้สำหรับเปิด/ปิดเสียงบันทึกในขณะบันทึกวีดีโอ
3. เปิดเมนู
4. OK สำหรับสั่งงานภายในเมนู และใช้สำหรับเริ่ม/หยุดถ่ายคลิป หรือถ่ายภาพ
5. Mode ใช้สำหรับสลับการทำงานของกล้องตั้งแต่อัดคลิป ถ่ายภาพ และดูคลิป/ภาพ
6. เลื่อนลง

 

2. ข้อมูลทางเทคนิค
Chipset
Ambarella A7LA70
Image Sensor
OV4689 4MP
เลนส์
170⁰ Ultra Wide Angle
หน้าจอ
2.7″ LTPS LCD (960 x 240)
หน่วยความจำ
Micro SD (สูงสุด 64 GB)
การเชื่อมต่อกล้อง
USB/HDMI
ความละเอียดของวีดีโอ
Super HD 2304 x 1296 @ 30fps
WFHD 2560 x 1080 @ 30fps
Full HD 1920 x 1080 @ 60fps
ความละเอียดของภาพถ่าย
สูงสุด 16MP
GPS
รองรับ
HDR
รองรับ
ADAS
รองรับ
G-Sensor
รองรับ
Loop Recording
รองรับ (1 นาที/3 นาที/5 นาที)
Motion Detection
รองรับ
จากตารางแสดงข้อมูลทางเทคนิคของตัวกล้องถือว่ากล้องตัวนี้มีฟังก์ชันการใช้งานที่ถือว่าครบเครื่องเลยครับ เริ่มตั้งแต่ Chipset ที่เลือกใช้ชิปรุ่นสูงสุดของ Ambarella สำหรับกล้องติดรถยนต์อย่างรุ่น A7LA70 ที่สามารถบันทึกภาพความละเอียดสูงสุดที่ 2304 x 1296 ซึ่งมากกว่า Full HD ซะอีก แต่ถ้าหากลดความละเอียดของคลิปลงมาอยู่ที่ Full HD ก็สามารถบันทึกได้ที่ระดับ Frame Rate 60 fps ช่วยให้ภาพลื่นไหลมากขึ้นกว่ากล้องติดรถยนต์ทั่ว ๆ ไป ส่วนใครที่กังวลเรื่องภาพในเวลากลางคืนที่กล้องติดรถยนต์ส่วนใหญ่มักจะมืด มองอะไรไม่ค่อยเห็น กล้องตัวนี้มี HDR Mode มาเพื่อช่วยบันทึกภาพเวลากลางคืนให้ชัดเจนมากขึ้น และเพิ่มรายละเอียดของภาพในสภาพแวดล้อมที่มีสภาพแสงแตกต่างกันมาก เช่น สภาพแสงเวลารถวิ่งเข้าและออกจากอุโมงค์ครับ
ในส่วนของเลนส์และ Image Sensor ที่ถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นเดียวกัน ภาพจะชัดใสหรือจะเบลอก็อยู่ที่เลนส์นี่แหละครับ ถือว่าจัดเต็มไม่แพ้ตัว Chipset ครับ โดยกล้องรุ่นนี้เลือกใช้ Sensor จากทาง OmniVision ในรุ่น OV4689 ซึ่งนิยมนำมาจับคู่กับ Chipset รุ่นนี้ ในส่วนของเลนส์ก็มีความกว้างหน้าเลนส์อยู่ที่ 170 องศา ที่เรียกได้ว่ากว้างสะใจกันไปเลยไม่ต้องกลัวมองไม่เห็นทั่วด้านหน้ารถ
ตัวกล้องยังมีระบบ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ที่คอยช่วยเหลือผู้ขับขี่เมื่อขับรถออกนอกช่องทางเดินรถ (LDWS) หรือใกล้จะชนรถคันหน้า (FSS) แต่มีข้อจำกัดตรงที่สามารถใช้งานได้ในการบันทึกคลิปวีดีโอที่ความละเอียด 720p, Full HD 1080p @ 30 fps และ WFHD (2560 x 1080) เท่านั้น
ส่วนอื่น ๆ ก็ถือว่าตามมาตรฐานของกล้องติดหน้ารถยนต์ทั่วไป อย่าง G-Sensor ที่คอยตรวจรับแรงกระทำเมื่อเกิดการชนและล็อกไฟล์วีดีโอเก็บไว้ให้ทันที สามารถบันทึกวีดีโอวนทับได้ในกรณีที่หน่วยความจำเต็ม โดยกล้องจะลบคลิปที่เก่าที่สุดออกไปโดยอัตโนมัติ รวมถึง Motion Detection ที่คอยบันทึกภาพเวลาที่มีวัตถุเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้อง (จำเป็นต้องมี PowerBank)

 

3. การทดสอบกล้อง
หลังจากทราบรายละเอียดทางเทคนิคกันไปเรียบร้อยแล้ว คงไม่มีวิธีไหนที่ทดสอบกล้องได้ดีเท่ากับการถ่ายคลิปในสถานการณ์จริง โดยเราขอทดสอบสภาพแสงทั้งในกลางวันและกลางคืนมาให้รับชมกันว่าจะทำได้ดีตาม สเปกอันแสนครบเครื่องหรือเปล่า
การตั้งค่าของกล้อง
ความละเอียดของวีดีโอ
Full HD (1920 x 1080) @ 30 fps
HDR
เปิด
GPS
เปิด
ADAS
ปิด (ความละเอียดดังกล่าวไม่สามารถเปิดการทำงานได้)
Firmware Version
v1138


ภาพจากกล้องในเวลากลางวัน


ภาพจากกล้องในเวลากลางคืน

จากตัวอย่างคลิปจะเห็นได้ว่าภาพที่ได้ในเวลากลางวันมีความชัดเจนทีเดียว เลนส์ที่มีความกว้างถึง 170 องศา ทำให้สามารถเห็นสภาพแวดล้อมหน้ารถได้ทั่วถึงและชัดเจนดี ส่วนภาพมีการบิดเบี้ยวตามความกว้างของเลนส์อยู่บ้างแต่ถือว่าไม่มากนัก และเมื่อหยุดภาพยังสามารถเห็นป้ายทะเบียนของรถที่วิ่งสวนทางได้ชัดเจนดี แต่ตัวกล้องมีข้อสังเกตตรงที่ไม่สามารถรองรับการสวม Filter หน้าเลนส์ได้ ซึ่งถ้าดูจากภาพในคลิปวีดีโอจะแสดงให้เห็นว่ามีแสงสะท้อนจากคอนโซลหน้ารถมาให้เห็นชัดเจน ซึ่งถ้าหากตัวกล้องสามารถรองรับการสวม Filter ได้ เราสามารถที่จะควบคุมลักษณะของภาพให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นได้ เช่น สวม CPL Filter เพื่อลดการสะท้อนแสงจากคอนโซลหน้ารถ เป็นต้น
ภาพในเวลากลางคืนถือว่าชัดเจนดีในเวลาที่รถหยุดนิ่ง แต่ถ้ารถมีการเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว ภาพที่ได้จะเบลอเล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นปกติสำหรับกล้องติดรถยนต์ส่วนใหญ่ แต่เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีแสงสว่างโดยรอบนอกจากไฟหน้ารถแล้ว ภาพนั้นจะค่อนข้างมืดมากจนมองอะไรแทบไม่เห็นเหมือนกันครับ ซึ่งกล้องติดหน้ารถหลาย ๆ รุ่นสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยการปรับชดเชยแสง แต่กล้องรุ่นนี้กลับไม่รองรับซะอย่างนั้น
นอกจากนี้ ถ้าหากเราเปิดการทำงานของ GPS Logger เอาไว้ เราสามารถนำคลิปนั้นมาเปิดบนเครื่อง PC เพื่อดูรายละเอียดการเดินทางที่บันทึกจากตัวกล้องได้ครับ โดยจำเป็นต้องมีโปรแกรมเฉพาะซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ผู้ผลิต หรือใช้โปรแกรมมาตรฐานที่นิยมใช้ตัวไปอย่าง Registrator Viewer ก็ได้ครับ
CamViewerRegistrator Viewer โปรแกรมสำหรับดูภาพจากกล้อง

 

4. บทสรุป
หลังจากที่ได้ลองทดสอบและใช้งานกล้องตัวนี้ ถือได้ว่าเป็นกล้องติดหน้ารถยนต์ที่ดีรุ่นหนึ่งครับ ถึงแม้ว่าภาพกลางคืนจะมีจุดอ่อนบ้าง แต่ก็ชดเชยด้วยลูกเล่นต่าง ๆ ที่ครบถ้วน และด้วยค่าตัวที่ 3xxx บาทนั้น ถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะถ้าคุณอยากได้ฟังก์ชันที่ครบถ้วนเทียบเท่ารุ่นนี้จริง ๆ จากกล้องแบรนด์เนมในตลาด คุณคงต้องจ่ายเพิ่มอีกพอสมควรครับ
จุดเด่น
จุดด้อย
1. บันทึกภาพได้ที่ความละเอียดสูงกว่า Full HD (2304 x 1296)
1. ภาพยังไม่ดีในสภาพแสงที่มืดสนิท
2. มีระบบช่วยเหลือและแจ้งเตือนผู้ขับขี่ (ADAS)
2. ไม่สามารถปรับชดเชยแสงได้
3. เลนส์มีมุมที่กว้าง แต่ไม่บิดเบี้ยวหลอกตามากนัก
3. ADAS ใช้งานได้เฉพาะการบันทึกภาพในบางความละเอียดเท่านั้น
4. GPS จับสัญญาณได้ดี
4. ไม่รองรับการสวม Filter หน้าเลนส์
5. รองรับเมนูภาษาไทยและกรอกป้ายทะเบียนรถเป็นภาษาไทยได้ (ต้องอัปเดต Firmware)

Last modified: August 16, 2015