Fitibit เปิดตัว Sense, Versa 3 และ Insipire 2 รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมระบบวัดชีพจรเต็มที่

 ฟิตบิท (NYSE: FIT) จัดงานเปิดตัว ฟิตบิท เซนส์ (Fitbit SenseTM ) สมาร์ทวอทช์เพื่อสุขภาพที่ทันสมัยที่สุดของแบรนด์ นำเสนอเทคโนโลยีเซ็นเซอร์และซอฟท์แวร์สุดทันสมัย รวมถึงการนำเซ็นเซอร์ตรวจจับสัญญาณ EDA (Electrodermal Activity) มาใช้บนสมาร์ทวอทช์เป็นครั้งแรกของโลก เพื่อเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการความเครียด และยังมีเทคโนโลยีวัดอัตราการเต้นของหัวใจ แอป ECG2  ที่ใช้ในการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิผิวบริเวณข้อมือ[1]  มาพร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานกว่า 6 วัน[2] นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถทดลองใช้บริการ Fitbit PremiumTM[iv]   ฟรีนานหกเดือน เพื่อให้คุณสามารถติดตามผลข้อมูลด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เช่น การติดตามความแปรผันของหัวใจ หรือ Heart Rate Variability (HRV) อัตราการหายใจ และเซ็นเซอร์วิเคราะห์ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดแดง หรือ SpO2 ที่มาพร้อมกับแผงข้อมูลด้านสุขภาพที่ออกแบบใหม่3 เป็นต้น พร้อมกันนี้ ฟิตบิท ยังได้เปิดตัว Fitbit Versa 3TM  ที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่เพื่อสุขภาพ ฟิตเนส และความสะดวกสบายมากมาย รวมถึงระบบ GPS เสริมด้วย Google Assistant[3] นอกจากนี้ ฟิตบิท ยังนำเสนอ Fitbit Inspire 2TM6  จากตระกูลแทรคเกอร์ ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานกว่า 10 วัน5 และฟีเจอร์เพื่อสุขภาพและการออกกำลังกายอย่าง Active Zone Minutes (AZM) ขณะที่ผู้ใช้งานยังสามารถทดลองใช้บริการ Fitbit Premium ฟรีนานหนึ่งปี เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเครื่องมือและเทคโนโลยีได้ เพราะ ฟิตบิท เข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของคุณในช่วงเวลาที่สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ความตั้งใจของเราในการทำให้ทุก ๆ คนบนโลกมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น กลายเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เรายิ่งตระหนักถึงความสำคัญด้านสุขภาพทั้งทางกายและใจ”  นายเจมส์ ปาร์ค ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฟิตบิท กล่าว “ผลิตภัณฑ์และบริการล่าสุดจากเรา นับได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยที่สุดที่ฟิตบิทได้พัฒนาขึ้น ซึ่งก็รวมถึงเทคโนโลยีเซ็นเซอร์และอัลกอริทึมต่างๆ ที่ช่วยปลดล็อกข้อมูลด้านร่างกายและสุขภาพเพื่อให้คุณสามารถควบคุมดูแลตนเองได้ง่ายดายยิ่งขึ้น และด้วยการพัฒนาอุปกรณ์แวร์เอเบิลในรูปแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้คุณเข้าใจและสามารถบรหารจัดการความเครียดและสุขภาพหัวใจ ผ่านแผงข้อมูลที่เข้าใจง่าย ทำให้คุณสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพ เช่น อุณหภูมิผิว อัตราการเต้นของหัวใจ และ SpO2 และทำให้คุณเห็นว่าทุกอย่างสัมพันธ์การอย่างไร3  และที่สำคัญที่สุดก็คือ เราสามารถทำให้ทุกคนเข้าถึงการมีสุขภาพดีได้ด้วยข้อมูลที่คุณมักจะได้รับจากแพทย์เพียงแค่หนึ่งถึงสองครั้งต่อปี เพื่อให้คุณสามารถดูแลสุขภาพแบบองค์รวมในช่วงเวลาที่คุณต้องการมากที่สุดเช่นในเวลานี้”

Fitbit Sense

จัดการความเครียด เพื่อการมีสุขภาพที่ดีกว่า

ความเครียดเป็นความท้าทายเร่งด่วนระดับโลก เนื่องจากหนึ่งในสามของประชากรโลกกำลังประสบกับภาวะวิตกกังวลหรือความเครียด รวมถึงภาวะผิดปรกติด้านจิตใจอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความเครียด[v] หากปล่อยให้เรื้อรังอาการเหล่านี้ก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายด้วย เช่น อาการความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ความอ้วน เบาหวานและอาการผิดปรกติทางจิตใจ เช่น โรควิตกกังวลหรือโรคซึมเศร้า เป็นต้น[vi] Fitbit Sense มอบประสบการณ์ทั้งบนตัวเครื่องและในแอปพลิเคชัน โดยมีการจัดเก็บข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับร่างกายของคุณที่ตอบสนองต่อความเครียด รวมไปถึงเครื่องมือในการบริหารจัดการความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยการสร้างสรรค์ประสบการณ์ในการบริหารจัดการความเครียดนั้น ได้รับการออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของฟิตบิท จากความชำนาญในการวินิจฉัยและรักษาสุขภาพจิตกว่าทศวรรษ และยังได้รับการแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จากอีกหลายสถาบันชั้นนำอีกด้วย

Product render of Fitbit Versa 3, 3QTR view, in Pink Clay and Soft Gold.

เซ็นเซอร์ตรวจจับสัญญาณ EDA (Electrodermal Activity) ถูกนำมาใช้บน Fitbit Sense โดยผู้ใช้งานสามารถวางฝ่ามือลงบนหน้าปัดของเครื่องเพื่อวัดหาความเปลี่ยนแปลงสัญญาณ EDA จากระดับความเข้มข้นของเหงื่อบนผิว[vii] ผ่านแอป EDA Scan เพื่อให้คุณเข้าใจถึงสภาพร่างกายที่ตอบสนองต่อความเครียด และช่วยให้คุณบริหารจัดการความเครียดได้ดีขึ้น ซึ่งคุณสามารถสแกนสัญญาณ EDA ได้เองจากเครื่องผ่าน EDA Scan หรือสามารถจับคู่กับโปรแกรมนั่งสมาธิที่มีอยู่บนแอปของฟิตบิท เพื่อดูว่าร่างกายตอบสนองอย่างไรเมื่อผ่อนคลายหรือเมื่อกำลังทำสมาธิ และเมื่อจบโปรแกรม คุณยังสามารถดูการแสดงผลได้ทั้งจากบนเครื่องและในแอป เพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลความคืบหน้าด้านสุขภาพจิตของคุณได้อีกด้วย

ฟีเจอร์ Stress Management Score ของฟิตบิทจะช่วยคำนวนการตอบสนองต่อความเครียดจากข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจ การนอน และการทำกิจกรรมต่างๆ ฟีเจอร์ที่มีอยู่ใน Fitbit Sense นี้ จะอยู่ในหมวดหมู่การบริหารจัดการความเครียดที่มีอยู่ในแอปของฟิตบิท การให้คะแนนจะมีตั้งแต่ 1-100 โดยคะแนนสูงหมายถึงภาวะร่างกายที่มีสัญญาณความเครียดน้อย นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับการให้คำแนะนำในการจัดการความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกหัดหายใจ และเครื่องมือช่วยทำสมาธิในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น ขณะที่สมาชิก Fitbit Premium ยังจะได้ข้อมูลเชิงลึกด้านการคำนวนลำดับคะแนน ซึ่งมีหลักเกณฑ์มากกว่า 10 รายการ รวมถึงความสมดุลย์ของร่างกายและจิตใจ (กิจกรรมต่างๆ) การตอบสนอง (จังหวะการเต้นของหัวใจ คลื่นหัวใจ และสัญญาณ EDA จากแอป EDA Scan) และรูปแบบของการนอน (คุณภาพการนอน) เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานฟิตบิททุกคนยังสามารถเข้าถึงหมวดหมู่ใหม่เกี่ยวกับการเจริญสติอยู่ในแอปของฟิตบิท[viii] ที่คุณสามารถตั้งเป้าหมายในการเจริญสติประจำสัปดาห์พร้อมแจ้งเตือน รวมไปถึงการวิเคราะห์ความเครียด หรือเก็บข้อมูลด้านอารมณ์ของตนเอง รวมถึงการฝึกทำสมาธิซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญสติอีกด้วย สมาชิกแบบพรีเมียมสามารถเลือกรูปแบบการทำสมาธิได้ถึงกว่า 100 รูปแบบจากแบรนด์ดังอย่าง AaptivAuraBreethe และ Ten Percent Happier[ix] และสามารถเลือกฟังเสียงเพื่อผ่อนคลายจากฟิตบิท รวมถึงติดตามผลความคืบหน้าการของสติที่ส่งผลต่ออารมณ์ของคุณ

“โดยปรกติ การฝึกสมาธิให้คุณประโยชน์ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการลดระดับความเครียดและอาการวิตกกังวลหรือซึมเศร้า ไปจนถึงมีส่วนช่วยด้านสุขภาพหัวใจและการไหลเวียนโลหิต ทั้งความดันและอัตราการเต้นของหัวใจ” ดร. เฮเลน เวง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตเวชและพฤติกรรมศาสตร์จาก Osher Center for Integrative Medicine ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก เผย “การนั่งสมาธิเป็นการออกกำลังกายสำหรับจิตใจของคุณ เหมือนกับที่ร่างกายต้องออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ เพราะจิตใจของเราก็ต้องการการเสริมสร้างสมรรถภาพเช่นกัน การหารูปแบบการทำสมาธิที่เหมาะกับคุณเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างคุณประโยชน์ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว ฟิตบิทช่วยให้คุณฝึกทำสิ่งเหล่านี้ได้ผ่านเครื่องมือด้านการเจริญสติและการวัดผล ซึ่งรวมถึง Stress Management Score และแอป EDA Scan เพื่อให้คุณติดตามความก้าวหน้าของตนเองและเลือกการทำสมาธิที่เหมาะสมอย่างยั่งยืน”

เข้าถึงเข้าใจ กับสุขภาพหัวใจของคุณ

Fitbit Sense ยังได้รวมเอานวัตกรรมด้านสุขภาพหัวใจในยุคใหม่ของฟิตบิท ที่นำเสนอการวัดอัตราการเต้นของหัวใจผ่านข้อมือตลอด 24 ชั่วโมงผ่านข้อมือมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 จากการเปิดตัว Active Zone Minutes™[x] เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดย Fibit Sense เป็นผลิตภัณฑ์แรกของฟิตบิทที่มีแอป ECG2 เพื่อติดตามคลื่นหัวใจเพื่อดูสัญญาณความเสี่ยงเรื่องภาวะหัวใจสั่น หรือ atrial fibrillation (AFib) ซึ่งเป็นความปรกติที่พบในประชากรกว่า 33.5 ล้านคนทั่วโลก[xi] เพียงวางนิ้วมือลงบนมุมข้างใดข้างหนึ่งของวงแหวนนาฬิกาประมาณ 30 วินาที เพื่อให้อุปกรณ์อ่านข้อมูลที่คุณสามารถดาวน์โหลดและแชร์ให้กับแพทย์ได้

เทคโนโลยี PurePulse 2.0 ที่พัฒนาใหม่ โดยมีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจหลายช่องทางและการอัพเดทอัลกอริทึมใหม่ ซึ่งนับเป็นเทคโนโลยีการวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ทันสมัยที่สุดของฟิตบิท นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์การแจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจแบบสูงต่ำบนเครื่องที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล[xii] โดย Fitbit Sense จะทำการติดตามและส่งแจ้งเตือนหากอัตราการเต้นของหัวใจของคุณผิดปรกติ[xiii]  โดยจะทำการมอนิเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง แม้ว่าจะมีหลายปัจจัยที่กระทบต่ออัตราการเต้นของหัวใจ เช่น ความเครียดหรืออุณหภูมิ แต่อัตราการเต้นจังหวะสูงต่ำนั้นอาจเป็นสัญญาณถึงความเสี่ยงด้านสภาวะหัวใจที่อาจต้องปรึกษาแพทย์ เช่น ภาวะหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ (Bradycardia) หรือ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเต้นเร็วผิดปรกติ (tachycardia) [xiv]

 

เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ กับ ฟิตบิท

นอกจาก Fitbit Sense จะมีฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกายที่สำคัญซึ่งมีอยู่ในสมาร์ทวอทช์ของฟิตบิทรุ่นอื่นๆ เช่น GPS และโหมดการออกกำลังกายกว่า 20 โหมด ฟีเจอร์อัตโนมัติ SmartTrack® Cardio Fitness Level and Score และและเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพการนอนอื่นๆ แล้ว ผลิตภัณฑ์นี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ใช้ เช่น ลำโพงและไมโครโฟนในตัวเพื่อให้สามารถตอบรับข้อความและออกคำสั่งจากเสียง[xv] ผ่าน Amazon Alexa หรือ Google7 รวมไปถึงการใช้จ่ายแบบไร้สัมผัส[xvi] การเข้าถึงแอปและหน้าปัดอีกกว่าพันรายการ ในขณะที่ยังสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้นานถึง 6 วัน5

ดีไซน์สุดล้ำเพื่อประสิทธิภาพ สไตล์และดีไซน์ขั้นสูงสุด

Fitbit Sense มาพร้อมกับดีไซน์สวยด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย อาทิ เทคโนโลยี nano-molding และ laser bonding เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อันทรงพลังที่สุดของแบรนด์ นอกจากนี้ Fitbit Sense ยังได้รับการออกแบบอันได้แรงบันดาลใจมาจากร่างกายของมนุษย์ และยังออกแบบมาเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานและประสิทธิภาพอันเต็มเปี่ยม นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักเบา และทนทานด้วยโครงสร้างอลูมิเนียมที่ใช้ในการผลิตอากาศยานและสแตนเลสคุณภาพสไตล์ล้ำสมัย สายรัดข้อมือยังถูกพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นสูงและสวมใส่สบาย ส่วนเชื่อมต่อยังสามารถแกะออกง่ายเพื่อให้สามารถเปลี่ยนสายได้สะดวกในทุกช่วงเวลา ตัวเรือนทำจากแก้วและเมทัลคุณภาพสูง สามารถกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร แผงไบโอเซ็นเซอร์คือส่วนที่ควบคุมระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ ของอุปกรณ์ นอกจากจากความสวยงามแล้ว ผลิตภัณฑ์ใหม่ยังคงประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน

หน้าจอแบบ AMOLED ที่ใหญ่ขึ้น ยังมีเซ็นเซอร์แสงที่จะหรี่ลงอัตโนมัติเพื่อความสบายตาในการมอง พร้อมการแสดงผลแบบ always-on[xvii] ตอบสนองเร็วและมีความละเอียดสูง ระบบโปรเซสเซอร์และ UI ได้รับการออกแบบใหม่ ทำให้ตอบสนองได้เร็วและใช้งานบนหน้าจอได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีวิดเจ็ตเฉพาะตัว ระบบการแจ้งเตือนบนแอปที่ได้รับการออกแบบใหม่ดูสะอาดตา ในแบบที่คุณสามารถออกแบบเองได้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Fitbit Sense ได้ ที่นี่

 

Fitbit Versa 3

Fitbit Versa 3 ที่จะทำให้คุณชอบมากกว่า

นอกจากนี้ ฟิตบิทยังได้เปิดตัว Fitbit Versa 3 จากตระกูลสมาร์ทวอทช์ยอดนิยม ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ด้านสุขภาพ การออกกำลังกายและความสะดวกสบายในการใช้งาน ระบบ GPS บนเครื่อง แผนผังความเข้มข้นในการออกกำลังกาย และเทคโนโลยี PurePulse 2.0 รวมถึง Active Zone Minutes ที่จะให้คุณสามารถทำตามเป้าหมายด้านสุขภาพของคุณได้อย่างง่ายดายเสียยิ่งกว่าการวัดก้าวในแต่ละวัน นอกจากนี้ Fitbit Versa 3 ยังมาพร้อมลำโพงและไมโครโฟนในตัวสำหรับการรับส่งข้อความและการรับโทรศัพท์ หรือแม้แต่การส่งสายไปที่วอยซ์เมลและปรับระดับเสียงได้จากข้อมือ22 นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้งานคำสั่งเสียงจาก Google Assistant และ  Amazon Alexa Built-in ที่มีมาในเครื่อง7 ตั้งเตือนการออกกำลังกาย การทำสมาธิ หรือเวลานอน รวมไปถึงเช็กสภาพอากาศ การเพิ่มตารางช็อปปิ้งหรือการล้างมือ หรือแม้แต่ควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้านได้จากการออกคำสั่งตรงจากนาฬิกา นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการ Fitbit Pay™23 เพื่อการใช้จ่ายที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการสัมผัส และยังสามารถเข้าถึงแอปและหน้าปัดกว่าอีก 1,000 รายการ ที่เหนือไปกว่านั้น คุณยังสามารถเลือกฟังเพลงจากพันธมิตรทางดนตรีอย่าง Deezer, Pandora และ Spotify เพื่อความสนุกสนานในการออกกำลังกายของคุณ[xviii] การออกแบบมีความทันสมัยคล้ายคลึงกับ Fitbit Sense เพื่อความสะดวกสบาย และความรวดเร็วในการใช้งาน ทุกๆ ฟีเจอร์ของ Fitbit Versa 3 นั้นมีอยู่ใน Fitbit Sense คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Fitbit Versa 3 ได้ ที่นี่

ครั้งแรก! กับโฉมใหม่ของแท่นชาร์จแบบระบบแม็กเนติกที่สามารถใช้ร่วมกันได้ระหว่าง Fitbit Versa 3 และ Fitbit Sense เพิ่มประสิทธิภาพด้วยการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 6 วัน และหากแบตเตอรี่เริ่มอ่อน คุณก็สามารถชาร์จแบบเร่งด่วนเพียง 12 นาที เพื่อเพิ่มระยะเวลาการใช้งานอีกหนึ่งวัน[xix] การใช้งานแอคเซสซอรีอย่างแสนง่ายได้ ทำให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนสายทั้งสีและสไตล์ได้ตามใจต้องการ รวมถึงสายรัดข้อมือที่ได้รับการออกแบบจากพันธมิตรอย่าง Pendleton® และ Victor Glemaud สายของ Pendleton™ ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติและศิลปะในการถักสาน ขณะที่ Victor Glemaud มีความสดใสด้วยกลิ่นอายของอเมริกัน-ไฮเตียน เหมาะกับทุกเพศและทุกสรีระ

Fitbit Inspire 2

ให้คุณได้มากกว่าด้วย Fitbit Inspire 2

ความสำเร็จของ Fitbit Inspire และ Inspire HR ไม่ได้มีเพียงสไตล์การออกแบบที่โดดเด่น แต่ยังมาพร้อมกับราคาที่จับต้องได้ Fitbit Inspire 2 จึงได้เพิ่มคุณสมบัติขั้นสูง เช่น Active Zone Minutes การออกแบบที่ทันสมัยขึ้น ตัวเครื่องที่ถูกออกแบบให้บางและหน้าจอที่สว่างยิ่งขึ้น พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานที่สุดจากทุกอุปกรณ์ของ Fitbit โดยสามารถใช้ได้ 10 วัน ฟิตเนส แทรคเกอร์ที่ใช้ได้ง่ายจะเป็นตัวช่วยเพื่อให้คุณสร้างวินัยที่ดีต่อสุขภาพ ด้วยหมวดหมู่การออกกำลังกายตามเป้าหมายกว่า 20 หมวด ระบบติดตามการนอนหลับขั้นสูง ระบบติดตามอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง ติดตามสุขภาพประจำเดือน รวมไปถึงการตรวจสอบสารอาหารและการดื่มน้ำ ควบคู่กับน้ำหนักของผู้ใช้งาน สร้างแรงกระตุ้นผ่านอุปกรณ์บนข้อมือ พร้อมด้วยการทดลองใช้งาน Fitbit Premium ฟรี 1 ปี ช่วยให้ Fitbit Inspire 2 มีคุณค่าเพิ่มมากขึ้น ในการให้คำแนะนำและแรงจูงใจในการบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพของคุณ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Fitbit Inspire 2 ที่นี่

Product laydown photography for Fitbit Versa 3.

Fitbit Premium ให้คุณได้มากขึ้นจากอุปกรณ์ฟิตบิทของคุณ

Fitbit Premium ยกระดับประสบการณ์ฟิตบิทเมื่อจับคู่กับอุปกรณ์ของฟิตบิท ปลดล็อคการวิเคราะห์ข้อมูล และข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคลที่เป็นการเชื่อมต่อกิจกรรมต่างๆ ของคุณ รวมไปถึงการนอนและจังหวะการเต้นหัวใจ Fitbit Premium นำเสนอเครื่องมือด้านการนอนหลับขั้นสูง คลิปการออกกำลังกายมากกว่าร้อยรายการจากสตูดิโอชื่อดัง เช่น Aaptiv barre3  Daily Burn  Down Dog  obé  Physique 57  POPSUGAR และ Yoga Studio โดย Gaiam เช่นเดียวกับเทรนเนอร์และอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียง อย่าง Aaptiv  Aura  Breethe และ Ten Percent Happier รวมถึงเกมและความท้าทายต่างๆ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจ แนะนำกิจกรรม การนอนหลับและโภชนาการ ตลอดจนรายงานสุขภาพเพื่อร่วมแบ่งปันในทีม รวมอยู่ใน Fitbit app

Fitbit Premium ยังคงต่อยอดการบริการข้อเสนอต่างๆ และขยายการเข้าถึง ด้วยผู้ใช้บริการแบบพรีเมียมกว่า 500,000 รายทั่วโลก หลังเปิดบริการเพียงหนึ่งปี พรีเมียมจะมีการขยายบริการไปยังภาษาดัตช์ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาอิตาเลียน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาสเปน และภาษาสวีดิชภายในปลายเดือนกันยายน ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพให้ผู้ใช้ฟิตบิทโลกได้รับประโยชน์มากขึ้นจากการให้บริการ

ราคาและการวางจำหน่าย

Fitbit Sense จำหน่ายในราคา 11,990 บาท ในสีดำและสีขาวตัดด้วยกรอบสแตนเลสสีทองอ่อน Fitbit Versa 3 มีจำหน่ายในราคา 9,190  บาท ด้วยสีดำทั้งตัวเรือน สีชมพู และสีน้ำเงินเข้ม พร้อมจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับ Fitbit Sense และ Fitbit Versa 3 หลายรูปแบบรวมถึงสายถักจากไนลอนรีไซเคิล (REPREVE®) ในลายพราง สีเทาเข้ม และอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีสายแบบถักสานจาก Pendleton® ในสีลายพรางทหาร สีดำ สีชมพู และสีรุ้ง และ Victor Glemaud สำหรับสายถักเชฟรอน โดยราคาเริ่มต้นที่ 1,190 บาท Fitbit Inspire 2 วางจำหน่ายในราคา 3,990 บาท ในสีดำ สีขาว และชมพูแดง พร้อมจำหน่ายอุปกรณ์เสริม อาทิ สายหนังพรีเมียม Horween® ในสีมิดไนท์บลู สีดำ สายตาข่ายถัก สายซิลิโคนพิมพ์ลาย สายซิลิโคนสีดำแบบคลาสสิค สีขาว และสีชมพูแดง และคลิปรัดสายนาฬิกาสีดำเริ่มต้นที่ 990 บาท

Fitbit Premium เปิดให้บริการโดยราคาอยู่ที่ 300 บาทต่อเดือน หรือ 2,500 บาทต่อปี สำหรับผู้ใช้ Fitbit Premium นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการได้ในประเทศสิงคโปร์ สามารถเยี่ยมชมได้ผ่าน Fitbit app หรือ Fitbit.com

Last modified: August 26, 2020