พรีวิวจับครั้งแรกกับ GoPro Hero 9 Black เปลี่ยนทุกสิ่งที่ทำให้คุณต้องสน เพราะครั้งนี้ลูกเล่นมาแน่นๆ

Written by | บทความ, IT Preview, IT Review

69 / 100

GoPro ประเทศไทย ซึ่งนำทีมโดยบริษัท Mantagram ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ทดลองใช้ GoPro Hero 9 Black ที่เปิดตัวไม่นาน แค่ 16 กันยายนเท่านั้น วันนี้ผมเลยมีบทความเล็กๆ มาฝากคุณก่อนที่จะมีรีวิวทดสอบจริงเร็วๆ นี้กันว่า กล้องจิ๋วตัวนี้มันมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงจากรุ่นเดิมบ้าง มารับชมกัน

รูปลักษณ์ที่ใหญ่พร้อมจอหน้า

ต้องบอกก่อนว่าครั้งนี้เราจะเริ่มกับไซล์ของมันก่อนเพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงขนาดที่ใหญ่มากขึ้นกว่ารุ่นเดิม เกิดจากการเพิ่ม Hardware ทั้งปุ่มให้หนาขึ้น และมีการเพิ่มช่องระบายน้ำทางข้างซ้าย ซึ่งอยู่ใต้ปุ่มเปิด ใครเห็นก็อย่าซนไปแกะมันซะล่ะ เดี๋ยวพังนะครับ แม้จะหนักขึ้น แต่ไม่มาก

ด้านหลังที่พร้อมกับพื้นที่จอที่มีขนาดใหญ่มากถึง 2.27 นิ้วเรียกได้ว่าขยายจากรุ่นเดิมชัดเจนมากขึ้น มาพร้อมกับระบบ Touch Screen ที่ดีมากขึ้น เพียงแต่ว่าสิ่งที่หลายคนอยากรู้คือสีเป็นอย่างไรพูดเลยว่าสดและแสดงผลได้ตามรูปแน่นอน

สำหรับด้านหน้าใครบ่นอยากได้จอสีสวยๆ และมีเลนส์เปลี่ยนได้ รุ่นนี้สนอง Need ได้แน่นอน เพราะเลนส์รุ่นนี้กลับมาถอดได้แล้วหลังจากถอดได้จากรุ่น 7 แล้วหลังจากนั้นถอดไม่ได้อีกเลย และนอกจากนี้ยังมีจอด้านหน้าขนาด 1.4 นิ้ว เป็นแบบสี พร้อมกับแสดงผลด้านหน้าได้อย่างดีเลยครับ

ฟีเจอร์มาแบบจัดเต็มมากขึ้น

นอกจากบอดี้จะเปลี่ยนแล้ว อีกสิ่งที่เพิ่มเข้ามาของรุ่นนี้คือความสามารถของมันล้วนๆ เนื่องจาก GoPro Hero 9 Black มีสิ่งที่อัดเข้ามาตั้งแต่

  • เซนเซอร์ ขนาด 23.6 ล้านพิกเซล ใหญ่ขึ้น พร้อมโหมด Super Photo
  • วิดีโอถ่ายได้ความละเอียด 5K ระบบลดการถาพสั่นไหว Hypersmooth + Hotizon leveling ( ความละเอียด 5k ทำให้ภาพเอียดไปมาก็ยังคงได้ระดับเท่าเดิม ซึ่งในตัววิดีโอ 5K จะได้ ภาพนิ่ง 7 ล้านพิกเซล สามาร Capture จากมือถือได้

หมายเหตุ : วิดีโอ 4K – 5K จะมีข้อจำกัดกในการนำขึ้นอุปกรณ์บางอย่างเพราะการเข้ารหัส ดังนั้นถ้าจะนำเข้าคอมพิวเตอร์ควร Copy ไปทั้งหมดน่าจะดีกว่า และอาจจะใช้งานได้ในเฉพาะโปรแกรม เบื้องต้น Quik ใช้ได้แน่นอน และมันจะส่งผลกับพวก TimeWarp และ Slowmotion ความละเอียด 4K ด้วย

 

  • Time Warp 3.0 มาพร้อมกับฟีเจอร์ Realtime Stop สามารถหยุด พร้อมการบันทึกเสียงได้ที่ต้องการ และ กลับสู่ความเร็ว และ Slow Motion ได้ดีขึ้น 60% รองรับความละเอียด 4K
  • ปุ่มกดของ GoPro Hero 9 Black ใช้ขนาดใหญ่ขึ้น, มีระบบระบายน้ำ เพิ่มการตัดเสียงรบกวน
  • Webcam Mode ให้ความละเอียด Full HD ให้มุมมองกะระยะง่ายที่หน้าจอด้านหน้า และใช้จอหน้ากะระยะได้ ใช้ได้ทั้ง Mac และ Windows และใช้ร่วมกับโปรแกรมอื่นได้ (มุมมอง 132 องศา)
  • Live Streaming ทำงานกับ Hypersmooth, 1080p, เสรยงคมชัด, รองรับ Facebook YouTube, Twitch
  • Live burst, Hind sight ตั้งเวลาล่วงหน้าก่อนกด rec ในระยะเวลา 15 – 30 วินาที กล้องจะถ่ายไว้ล่วงหน้า แต่ระบบจะทำงานเมื่อเรากด rec เท่านั้น
  • Scheduled capture ตั้งเวลาบันทึกวิดีโอ, Time Lapse หรือ Photo และตั้งเวลาให้หยุดบันทึกได้ และ ตั้งได้ 24 ชม.
  • Duration Capture ตั้งเวลาการถ่ายตั้งแต่ 15 วินาที ไปจนถึง 3 ชั่วโมง

ด้านอุปกรณ์เสริมรอบนี้ก็มีให้เลือกใช้งานกับ 40 รูปแบบด้วยกัน ส่วน Mods ที่เพิ่งเปิดตัวกับ Hero 8 Black อาจจะใช้ด้วยกันได้แค่ Media Mods เพราะต้องหารุ่นเฉพาะ แต่นอกนั้น Mods ใช้ได้เกือบหมด (Light mod, Display Mods ใช้ร่วมทั้งและมีเพิ่มขึ้นมาคือ

  • Max Lens Mods มุมกว้างมากขึ้น และ ทำให้การพลิกตัว กล้องจะไม่หมุน เหมือนดับใช้เทคโนโลยีเดียวของ gopro max
  • Display Mods สามารถพลิกได้ทั้งถ่ายปกติ และ selfie ได้
  • Packaging ไร้พลาสติก เพราะตัดพลาสติดให้กล่องมา จะมีอุปกรณ์ เหมือนรุ่นอื่น

สรุปความรู้สึกและราคาของ GoPro Hero 9 Black

ในความรู้สึกในการลองนั้นถือว่าเป็นอีกกล้องที่ให้ความคล่องตัวอย่างดีในเรื่องของการพกพาและความทนทานของแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ลูกเล่นต่างๆ ถือว่าใส่ใจและทำให้ตรงกับยุคมากขึ้น การลองสั้นๆ ครั้งนี้อาจจะไม่ได้จบในทุกมุมมองของมัน ไว้รีวิวแล้วค่อยว่ากัน แต่นี่เป็นอีก item สำหรับสายเที่ยวที่ไม่ควรพลาด

ส่วนราคาของมันอยู่ที่ 15,999 บาท อาจจะสูงขึ้นแต่ลองพิจารณาไว้เป็นตัวเลือกได้เช่นเดียวกันกับรุ่นอื่นๆ ก่อนหน้านี้

Last modified: September 22, 2020