สรุปการเปิดตัว iPhone 12 มีทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ และ HomePods Mini ตัวเด็ด

69 / 100

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน #AppleEvent 2020 รอบนี้ไม่ต้องเดาเยอะ iPhone 12 มาหลายตัวเลยครับ แต่ผมจะสรุปให้ฟังแบบสั้นๆ ว่าอะไรจะเปิดตัวและราคาต่างประเทศเปิดเท่าไหร่ รับชมได้เลย

HomePods

มาถึงสิ่งแรกก่อนกับลำโพงอัจฉริยะที่มีฟีเจอร์มากมายตั้งแต่รูปแบบของเสียงที่มีการประมวลผลจากชิป S5 คุณภาพเสียงแทบไม่ต้องบอกมากว่าดีอย่างไร แถมมีให้เลือก 2 สี 2 สไตล์ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ ลำโพงภายใน 3 ตัวเสียงออกมาถือว่าดีเลยครับ

และยังรองรับการทำงานแม้ iPhone เข้าใกล้จะให้เสียงดังขึ้น อยู่ใกล้ๆ และในห้องเดียวกันจะดังเป็น Stereo เลยครับและยังรองรับคำสั่งเสียง Siri และเปิดเพลงฟังได้มากมาย

ราคาอยู่ราวๆ 99 ดอลล่าร์สหรัฯ หรือ 3,095 บาท เริ่มขายกลางเดือนพฤศจิกายน นี้

iPhone 12 Mini / iPhone 12

มาดูรุ่นเริ่มตันของ iPhone กันก่อนดีกว่า สำหรับ iPhone 12 นั้นจะมีการเปลี่ยนหน้าจอไปใช้ Super Retina XDR แล้วความละเอียดมากขึ้น Contrast ก็ทำได้ดีขึ้นระดับ 2,000,000 : 1 รองรับ Dolby Vision และระบบเสียงก็รองรับ Dolby ATMOS เช่นเดียวกัน พร้อมกับกระจกหน้าแบบ Ceramic Shield  และให้ทั้ง รุ่นเล็กยันรุ่นใหญ่

การออกแบบเฟรมเครื่องเน้นความเรียบง่ายและสเปกของการรองรับคลื่นที่ครบ แต่ว่าในเวอร์ชั่น Global ยังเป็น 5G แบบ Sub-6 นะจ๊ะ และขุมพลัง Apple A14 ไม่ต้องเดาว่ามาจากไหน iPad Air นั่นแหล่ะ

กล้องมาแบบ 2 เลนส์เหมือนเดิม ประกอบไปด้วยกล้องมุมกว้าง 12 ล้านพิกเซล แต่ว่า กล้องตัวหลักเปลี่ยนเป็น 12 ล้านพิกเซล แต่ว่ารูรับแสงกว้างขึ้นทำให้การถ่าย Night Mode ทำได้สวยงามมากขึ้นเช่นเดียวกัน และวิดีโอก็คมชัดขึ้นรองรับ 4K เช่นเคย 

โดยราคา iPhone 12 เริ่มต้นที่ 799 ดอลล่าร์สหรัฐ มีให้เลือก 5 สีคือ เขียว, น้ำเงิน, ดำ, ขาว และ แดง Product Red แต่ว่าใครอยากได้อดใจรอ เพราะวางจำหน่ายเดือนพฤศจิกายน เลยครับ

ส่วน iPhone 12 Mini ที่เปิดตัวพร้อมกัน เหมือนกันทุกอย่างแค่ หน้าจอลดขนาดลงมาเหลือ 5.4 นิ้วแต่ความละเอียดเท่ากับรุ่นใหญ่ ราคาขาย 699 ดอลล่าร์สหรัฐฯ 

iPhone 12 Pro / iPhone 12 Pro Max

ไฮไลท์ประจำบทความนี้เรียกได้ว่าไม่พูดถึงคงไม่ได้ กับ iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max เรียกได้ว่าเปลี่ยนกันเยอะ ตั้งแต่ขนาด โดย iPhone 12 Pro จะได้ขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้วแต่ความละเอียดมากกว่า iPhone 12 แน่นอน ส่วน iPhone 12 Pro Max จะได้หน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว เท่ากับเคสไม่สามารถใส่ด้วยกันได้

สิ่งที่ไม่ได้พูดในส่วนของดีไซน์นอกจาก iPhone 12 Pro ทั้ง 2 รุ่นจะได้เฟรมปัดเงาแล้ว ด้านหลังจะได้สิ่งที่เหมือนกับ 2 รุ่นบนที่ไม่ได้บอกคือ MagSafe แม่เหล็กที่ดูดติดกับที่ชาร์จและ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ทำให้เกิคดวามสะดวกมากขึ้น เคสก็จะมีการฝั่งแม่เหล็กเข้าไปด้วยครับ

iPhone 12 Pro / Pro Max จะมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เรื่องกล้องเลยครับ เพราะว่ากล้องของมันมีการเปลี่ยนแปลง โดย iPhone 12 Pro จะได้กล้อง 3 ตัว + LiDAR  (ช่วยระบบโฟกัสและการทำงานกับ AR) ตัว Wide, Ultra Wide จะเหมือนกับ iPhone 12 แต่ iPhone 12 Pro จะมีกล้อง Telephoto ที่ซูมได้ 4 เท่าแบบ Optical 

แต่ทีเด็ดอยู่ที่ iPhone 12 Pro Max กับกล้องหลัง 3 ตัวเปลี่ยนแปลงตัวของ Telephoto ที่มีเทคโนโลยีชื่อว่า Sensor Shift คือการขยับของเซนเซอร์ทำให้ภาพนั่นได้ความนิ่งมากขึ้น กลางคืน กันสั่นแบบ In Body นั่นเอง แต่ว่า สิ่งที่ได้เพิ่มคือการซูมแบบ 5 เท่า Optical นั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการถ่ายภาพด้วยเทคโนโลยี AppleRAW Pro และ Video แบบ HDR Recoding ปรับแก้ไขได้ทันทีและยังถ่าย Night Time-Lapse ได้เช่นเดียวกันกับ iPhone 12  

โดย iPhone 12 Pro จะมาพร้อมกับ 4 สีคือ Silver, Graphite, Gold, Pacific Blue และราคาก็เริ่มต้นที่ iPhone 12 Pro ที่ 999 ดอลล่าร์สหรัฐฯ และ iPhone 12 Pro Max ราคาที่ 1,099 ดอลล่าร์สหรัฐฯ

ทั้งนี้ราคาทั้งหมดยังไม่ใช่ราคาเมืองไทยดังนั้นต้องรอดูการเปิดราคาอย่างเป็นทางการอกครั้งไม่นานเกินรอนี้

แต่ถ้ถามว่าจะซื้อรุ่นไหนดีน่ะหรอ ผมให้คำตอบดังนี้ล่ะกัน

iPhone 12 Mini เปรียบเหมือนกับสาวแรกรุ่นรองรับ 5G ที่ขนาดคล่อยตัวเหมาะกับคนที่อยากได้เครื่องเล็กประสิทธิภาพสูง ลูกเล่นครบ

iPhone 12 เป็นรุ่นสามัญ เลือกซื้อมาใช้งานได้แบบไม่ต้องคิดมากและได้ดีไซน์ใหม่สเปกใหม่และกล้อง หลักตัวใหม่ กับขนาดเล็กลงเบาและราคายังจับต้องได้ง่าย สีเยอะมาก

iPhone 12 Pro สายเน้นกล้องที่ยังคิดว่า iPhone 12 Pro Max ใหญ่ไปและมีคำลอยๆ ว่า ฉันใช้เท่านี้ มาก็ถือว่าเลือกได้

iPhone 12 Pro Max สายนี้อยากได้ความสุดที่สุดของ iPhone ก็สามารถเลือกตัวนี้ได้เลยครับ 

ส่วนการคาดากรณ์ว่า iPhone 12 จะมาในเมืองไทยเมื่อไหร่นั้นก็คาดเดาไว้ก่อนว่าอาจจะมาช่วงเดือน พฤศจิกายน นี้แหล่ะครับ ทั้งนี้ต้องรอดูกันต่อไปไม่นานเกินรอครับ

 

Last modified: October 14, 2020