รีวิว OPPO Find X3 Pro ภาคใช้งานจริง กับมือถือพันล้านสี และบอดี้พรีเมี่ยม

Written by | บทความ, IT Review

oppo-find-x3-pro
Full Review Clip

หลังจากที่ปล่อยให้รอคอยกันมานานสำหรับภาคบทความเขียนเพราะว่ามีหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นการทดสอบถ่ายภาพ หรือ จะเป็นเรื่องการเปรียบเทียบ เพื่อบอกความเป็นตัวต้นมากที่สุดของมือถืออย่าง OPPO Find X3 Pro อันที่จริงก็โดดเด่นและเป็นตัวเองมากขึ้นกว่าแต่ก่อน พอสมควรเลยครับ วันนี้ภาคบทความเราก็จะมาสรุปกันว่ามือถือรุ่นนี้ทำอะไรได้บ้างและสุดท้ายผมคิดเห็นอย่างไร ในฐานที่ผมเองก็เป็น User ของมือถือรุ่นนี้ และเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านจะเป็นอย่างไร

รูปร่างหน้าตา OPPO Find X3 Pro

การออกแบบของมือถือรุ่นนี้ถ้าพูดด้านหน้าจะบอกว่า มันก็ไม่ได้ต่างจากรุ่นที่แล้วเพราะหน้าจอมีขนาด 6.7 นิ้วเท่ากัน แต่ว่าใช้เทคโนโลยีหน้าจอแบบ LTPO ที่มีการแสดงผลของสีสันที่เต็มอิ่มถึง 10 bit ตามที่โฆษณาไว้ แต่ส่วนที่เหลือนั้นจะกลมกลืนเข้าด้วยกันทั้งหมดเหมือนกับจะเป็นชิ้นเดียวกัน แต่เฟรมของเครื่องจะทำให้มันแยกกันอย่างชัดเจน 

ส่วนหนึ่งที่ทำให้เครื่องเบาลงเกิดจากด้านหลังเพราะมีการติดตั้ง Hardware ที่น้อยลงกว่า Find X2 Pro ทำให้มือถือรุ่นนี้มันมีความเบาเกิดขึ้น กล้องเลยจะไม่มี Periscope มาให้แต่ทีเด็ดของมือถือรุ่นนี้คือ เซนเซอร์ Ultra Wide และ Main จะเก็บรายละเอียดภาพได้ดีเพราะเซนเซอร์ขนาดใหญ่ และมีเลนส์ Macro ที่เข้าใกล้ระดับกล้องจุลฑรรณ์เลยครับ

ฟีเจอร์ของ OPPO Find X3 Pro

มือถือรุ่นนี้มาพร้อมกับ Android 11 + Color OS 11.2 รุ่นล่าสุดที่มีการปรับปรุงในหลายส่วนที่ผมว่ามันก็ทำได้ดี และมีลูกเล่นครบรวมถึง Application So Loop ไว้ตัดต่อวิดีโออย่างง่ายและยังมีหน้าจอที่ทัชได้เร็ว ตัวลำโพงรองรับ Dolby ATMOS คุณภาพเสียงดี แต่ลำโพงจากการจัดวางนั้นจะไม่ได้ดังมากมาย เน้นความครบเครื่องมากกว่า

มาถึงเรื่องกล้องกับสเปกที่มาเต็ม แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากบอกไว้ก่อน ถ้าเน้นซูมอย่าว่ากันมันทำได้ไม่ดีเท่ากับ เรือธงที่มีเลนส์เน้นซูมโดยเฉพาะ แต่ถ้าเป็นเรื่องของการถ่ายใกล้นั้น OPPO Find X3 Pro จะละลายหลังได้สวย แถมมีลูกเล่นการถ่ายใกล้ที่สวยงาม และ Microscope เป็นอีกสิ่งที่มือถือรุ่นนี้ก็ทำได้ดีไม้แพ้กัน

 

การถ่ายวิดีโอ ถ่ายเน้นการซูม จะสังเกตว่าระยะ 5X จะเริ่มแตกแล้วแต่ถ้าเป็นการถ่ายปกติ ยอมรับว่าด้วยน้ำหนัก 193 กรัมทำให้มันถือได้ง่ายและควบคุมการสั่นไหวได้ดีกว่ามือถือรุ่นอื่นในระดับเดียวกัน

 

ประสิทธิภาพที่แท้จริงของมือถือรุ่นนี้

อย่างที่ทราบกันดีคือมือถือรุ่นนี้เลือกใช้ขุมพลัง Snapdragon 888 ที่เรียกได้ว่าเป็นที่ 1 ในเรื่องความแรงที่หลายค่ายและหลายคนไว้ใจเสมอ การเล่นเกมเลยหมดห่วงและยิ่งมี RAM 12GB ทำให้การตอบสนองของเครื่องทำได้ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นเกมแนวแข่งรถ Asphalt 9 Legend หรือ Genshin Impact แต่ว่าเมื่อใช้งานจริง การระบายความร้อนทำได้ไม่แย่ ถ้าเกิดร้อนแล้วให้หยุดพักสักหน่อยก็ดีขึ้น แต่ถามว่าถ้าร้อนแล้วกล้องตัดหรือไม่ พูดเลยว่า ตัดครับ !!

การเชื่อมต่อมือถือรุ่นนี้รองรับ 5G SA/NSA มาให้ครบ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.2 และมี GPS, A-GPS พร้อมรับใช้คุณได้อย่างสบายๆ เลยครับ

ส่วนแบตเตอรี่มีขนาด 4500 mAh ผมก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใดที่เมื่อใช้งานจริงกลับใช้งานได้แค่ 13 – 14 ชั่วโมงก็แบตเตอรี่หมดแล้ว และถ้ายิ่งเล่นเกมยิ่งแล้วใหญ่ครับ แต่มือถือรุ่นนี้กลับใช้ชาร์จไฟได้เร็วมาก ด้วยสาย USB-C กำลัง 65W จาก Super VOOC แต่ถ้าไม่อยากให้เครื่องเป็นรอย OPPO ก็ติดตั้ง AirVOOC ระบบชาร์จไฟไร้สายกำลังสูงสุด 30W เมื่อใช้กับอุปกรณ์เฉพาะของ OPPO ครับ

ความรู้สึกหลังได้ใช้งานมาสักระยะ

การออกแบบเครื่องที่ใครบอกว่ามันดูนุนไปหน่อยก็ตาม แต่เมื่อใช้งานจริงพบว่ามันก็ไม่ได้นูนปุดมาก แถมน้ำหนักเครื่องเบามากที่สุดในบรรดาเรือธงที่ใช้ขุมพลัง Snapdragon 888 ที่ขายในประเทศไทย หน้าจอ LTPO สีสันสวยงาม ความสว่างกำลังดี แต่จะแพ้เพื่อนบ้านและเกาหลี
 
โทนสีของกล้องเน้นความสดใสของภาพและมีการเก็บ Contrast ที่ดีเมื่ออยู่ในสภาพแสงจริง เท่ากับใครที่หวังเรื่องคุณภาพมันก็ตอบโจทย์ได้
 
แต่ใครหวังเรื่องการซูม คงต้องบอกว่า ผิดหวัง ครับ ส่วนโหมดลูกเล่นเยอะ และมี โหมดเข้าใกล้ระดับ Microscope เลยแต่มันเป็นแค่ Gimmie เท่านั้นครับ ส่วนวิดีโอ ถ่ายได้แค่ 4K เท่านั้น ผมว่าพอแล้วเพราะมีโหลดโปร ที่ถ่ายแบบ LOG ได้ ภาพจะได้สีที่แตกต่าง จนเรียกได้ว่ามือถือรุ่นนี้เน้นความสดใสของสีมากกว่าเรื่องอื่นใด
 
ขุมพลังแรงจัด อาจจะมีความร้อนที่เกิดจากขุมพลัง Snapdragon 888 เล่นเกมลื่น ทำงาน Multi Tasking ได้ดี ชาร์จไฟเร็วมาก แต่แลกกับ สิ่งที่ต้องทำใจคือ ผมว่ามันแบตฯ ลงเร็วอยู่นะ
 
ทั้งหมดมาในราคา 33,990 บาท ใครได้ล็อต Blind Booking ผมว่าคุ้มและจบ แต่ว่าถ้าใครได้ Pre-Order ก็ถือว่าคุ้มที่มีแท่ชาร์จไร้สายที่รองรับระบบชาร์จของมือถือรุ่นนี้
 
และมือถือรุ่นนี้ผมว่าเหมาะกับคนที่ต้องการหามือถือที่น้ำหนักเบา ลูกเล่นเยอะ เน้นกล้องสีสด การแสดงผลสีที่คม มากกว่าเรื่องมันต้องแรง หรือ แบตฯ อึดเท่านั้นเองครับ

สรุปหลังทดลองใช้ OPPO Find X3 Pro

มาถึงเรื่องสุดท้ายกับมือถือเรือธงที่สุดของสีสันที่เรียกได้ว่ามาเต็มและมาเหนือกับหน้าจอ 10 bit, กล้องก็ 10 bit และรวมถึงเทคโนโลยีการถ่ายภาพเข้าใกล้แบบ Microscope ที่ไม่มีใครเหมือน แถมยังเป็นเรือธงที่น้ำหนักเบาที่สุดอีกตัวหนึ่ง ในราคาของ 33,990 บาท ถ้านับมือถือเรือธงแล้วมือถือรุ่นนี้เปิดตัวมาอยู่ไม่ได้ถูกที่สุด แต่ผมว่าดีกว่ารุ่น 

ทีนี้มาถึงเรื่องคู่แข่งกันบ้างล่ะ ผมได้แบ่งมือถือรุ่นนี้มีการเปรียบเทียบกันว่าจะมีตัวไหนบ้าง เพราะจริงๆ แล้วมันค่อนข้างกว้างกับราคาที่เปิดตัวอย่าง Mi 11, Samsung Galaxy S21+ ความได้เปรียบของ OPPO คือหน้าจอที่สีสดใสกว่า แต่ถ้าเจอเรื่องระบบเสียงแล้ว จะแพ้ Mi 11 ที่ต้องยอมรับว่าดีกว่า ส่วนกล้องนั้นต้องได้อย่างเสียอย่างแล้วแต่คุณจะเลือก OPPO ได้เน้นเรื่องของสี Samsung จะเก็บแสงได้ดีกว่าเพราะเซนเซอร์ และวิดีโอ Samsung ครบเครื่องกว่า

เมื่อเทียบกับ Galaxy S21 Ultra จะพบว่าถ้าเรื่องการซูมนั้นต้องยกให้ฝั่งนั้น แต่ OPPO ได้เปรียบเรื่องของการเล่นเกมและระบบชาร์จไฟที่ดีมีประสิทธิภาพสูงกว่า

และเมื่อเจอกับ iPhone แล้วล่ะก็ OPPO จะกินขาดเรื่องการแสดงผลหน้าจอ และประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ต้องยอมว่า มันทำได้ดี แต่ว่าเฉพาะบางเกมจริงๆ เพราะ iOS ยังให้ประสบการณ์ใช้งาน Apps บางตัวทำได้ดีกว่าครับ

สุดท้ายแล้วถ้าคุณเป็นคนที่อยากได้มือถือที่มีประสิทธิภาพดี น้ำหนักต่ำกว่า 200 กรัม ลูกเล่นกล้องเหนือความคาดหมาย และ ชอบถ่าย Selfie เน้นสีสดใสแบบไม่ต้องปรับแต่ง OPPO Find X3 Pro ยังคงเป็นคำตอบที่ดีอยู่ครับ

Last modified: April 17, 2021