Event : เล่าสั้น ๆ กับ Samsung Galaxy Note 4 ก่อนวางจำหน่ายจริงในไทย

Written by | Hi-Light IT

หลังจากเปิดตัวได้ในตลาดโลกได้เพียง 2 อาทิตย์เท่านั้น ตอนนี้เราได้มีบทความสัมผัส Samsung Galaxy Note 4 แบบเต็ม ๆ ซึ่งครั้งนี้จะมาเล่าถึงตัว Note 4 ผ่าน 3 เนื้อเรื่องแบบต่อเนื่องและสุดท้ายกับลูกเล่นที่ไม่ควรพลาดบน Smart Phone รุ่นนี้ เอาล่ะมาอ่านกันได้ เนื้อหามันร้อนมาก

รูปร่าง ด้านหน้าเห็นแล้วรู้สึกว่าหน้าจอไม่ได้เปลี่ยนขนาด แต่การเปลี่ยนปุ่มกดและชิ้นส่วนหลาย ๆ ส่วนทำให้หน้าตาของ Galaxy Note 4 นั้นดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะสี Forst White ที่ได้เล่นนี้ ซึ่งการเก็บงานนั้นดีใช้ได้เลยทีเดียว ส่วนเรื่องของกล้องหน้าเปลี่ยนแปลงให้เลนส์กว้างขึ้น แม้ Pixel นั้นไม่ได้โดดเด่น แต่ถือว่าทำผลงานได้ดีอยู่เชียวล่ะ สิ่งที่ยังไม่ปลื้มคือ ถ้ามองตรง ๆ แล้วขอบเครื่องนั้นเด่นเกินทำให้รู้สึกงานไม่เรียบ แต่ใครจะสน เคสแบบนี้มีเยอะแยะ คนชอบหามาใส่ เพราะข้ออ้างชั้นดีคือ มันจับอยู่มือ ก็จริง

ด้านข้างนั้นเปลี่ยนการออกแบบเป็นโลหะ (จริง ๆ นะ) พร้อมตัดขอบเงินออกมาทำให้ดูดีขึ้น แต่ทำไมนึกถึง HTC One M7 ไปซะงั้น แม้ว่าปุ่มกดยังคงวางตำแหน่งเดิม แต่ฟิลลิ่งการกดนั้น ดีกว่าเดิมพอสมควรทั้งปุ่ม Power และ ปุ่มลดระดับเสียง ถ้าสีดำหรือทองก็จะเปลี่ยนไปตามสีเครื่องเก๋ดีใช่ไหมล่ะ

ด้านบนและล่างนั้น ก็ยังคงเหมือนกับด้านข้าง โดยสังเกตว่าตัวเครื่องนั้นด้านหลังจากโค้งและมีเนื้อหนังมากขึ้นทำให้ตัวเครื่องดูแกร่งขึ้น แต่ความจริงนั้นมันบางลงกว่ารุ่นเก่า สังเกตว่า Port USB ด้านล่างมีการปรับมาใช้ USB 2.0 (Micro USB) เหมือนเดิม ซึ่งเห็นด้วยมานานแล้ว จะรีบปรับไปทำไมก็ไม่รู้ พร้อมช่องเก็บปากกา S Pen ที่ใส่ได้ดีกว่าเดิม ส่วนด้านบนก็ยังเป็นช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 mm เหมือนเดิม

ด้านหลังเปลี่ยนยังคงพลาสติกลายหนัง แต่จะเหมือนกับ Galaxy Core 2 คือไม่มีตะเข็บหนังแล้ว ยินดีสุด ๆ เพราะไม่รู้จะมีไปทำไม ดูแล้วไม่ได้สร้างมูลค่าเครื่องแต่อย่างใด แต่อย่างใดก็ตามจุดอ่อนก็คงเป็นเรื่องเดิม ๆ คือความสะอาดที่เลอะง่ายเช่นเคย โดยเฉพาะ สีขาว เชื่อสิ ทั้งหมดของรูปร่างถือว่าน่าใช้กว่าเดิม เมื่อเทียบกับ Note 3 และ Galaxy S5 การบ่นเรื่อง Samsung เป็นพลาสติกลดลง เรียกว่าน่าใช้กว่ามือถือหลาย ๆ รุ่นอยู่เลยล่ะ แต่เมื่อใช้นาน ๆ จะเป็นอย่างไร รอรีวิวนะครับ ปล สีเข้ามาจำหน่ายไทยคือ ขาว ทอง ดำ (เท่านี้แหล่ะ)

ประสิทธิภาพ จากการลองสั้น ๆ ไม่ถึงชั่วโมง ความลื่นไหลนั้นทำได้ดีทั้ง Qualcomm Snapdragon 805 (ไม่เข้าไทย) และ Samsung Exynos 5433 ที่ให้ความแรงไม่แพ้กัน ที่สังเกตคือ ความลื่นไหลนั้น Exynos กลับชนะ Snapdragon 805 อยู่พอสมควร แล้วรุ่นที่จำหน่ายในไทยอย่าง Exynos หลายคนสงสัยว่าทำไมต้องเป็นตัวนี้ คำตอบคือ 4G Cat 4 ของประเทศไทย เพราะตัว Snapdragon 805 นั้นรองรับ Cat6 ที่ประเทศไทยยังไม่รองรับ และอีกนานกว่าจะรองรับ ส่วน RAM 3GB ความจำในตัว 32GB เพิ่มได้สูงสุด 128GB จาก Micro SD Card เช่นเคยไม่ต้องสืบนะ

ลูกเล่น เอาง่าย ๆ มันเยอะจนผมหนักใจที่สุดว่าจะเขียนออกมาอย่างไร เอาล่ะ เอาใจคนอ่าน ผมก็จะเล่าเรื่องที่ควรทราบล่ะกันครับ เริ่มจาก

S Pen/Air Command/ นอกจากเรื่องการออกแบบให้ S Pen รับน้ำหนักแรงกดที่เหมือนกับปากกาจริง ๆ มากขึ้น จนทำให้การทำงานได้ดีกว่าเดิม แต่การที่จะมีปากกาที่ดีอย่างเดียวคงจะไม่ดี ยังพัฒนา Air Command ให้รองรับฟังก์ชั่นใหม่ ๆ เช่น Smart Select ที่สามารถเก็บข้อมูลได้ 10 ภาพเพื่อนำไปเก็บยังโปรแกรมต่าง ๆ ทั้ง S Note หรือจะเป็น Scrapbook เป็นต้น

นอกจากนี้ S Pen ยังทำหน้าที่เป็น PenMouse ในทันที

Multi Window ปกติ Smart Phone จะสามารถแบ่งหน้าจอไว้ใช้งานได้เพียง 2 จอเท่านั้น แต่การใช้งานบน Note 4 นั้นสามารถทำได้มากที่สุด 5 จอและสามารถยืดหดขนาดได้อย่างง่ายเพียงการลากด้านข้างเยื้อลงลงมาเท่านั้น

S Note มีการปรับให้การเก็บภาพที่ที่เป็นการวาดเส้น หรือภาพบางส่วนทำให้เป็นลายเส้นได้อย่างดีเลยทีเดียว และสามารถเขียน Note ลงไปในลายเส้นนั้นได้เช่นเดียวกัน

Camera สำหรับเรื่องกล้องนั้นนอกจากปรับกล้องหลังให้เป็นความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และมี Auto Focus และ LED Flash ซึ่งการถ่ายภาพนั้นทำได้ไวกว่า Galaxy S5 และ HDR สามารถใช้ถ่าย Video ได้แล้ว และเพิ่มเติมกับลูกเล่นกล้อง Selfie Alarm ที่เคยปรากฏในกล้องของ Samsung ก่อนหน้านี้ทั้ง K Zoom และ Galaxy Camera 2 ส่วนกล้องหน้านั้นความละเอียด 3.9 ล้านพิกเซล พร้อมเลยส์กว้าง 120 องศา จุดเด่นคือถ่าย Wide Screen Selfie ได้เช่นเดียวกัน

กล้องหน้า Wide

กล้องหลัง

กล้องหน้าปกติ

(ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Galaxy Note 4)

และแบตเตอร์รี่มีความทนทานขึ้น โดยขนาด 3200 mAh แต่เพิ่มเรื่องความไวในการชาร์จให้เต็ม 50% ภายในเวลา 30 นาทีถือว่า OK เพียงแต่ว่าการใช้งานจริงนั้นไม่ได้ลอง

สรุปปิดท้าย แน่นอนว่าน่าใช้ขึ้นและเป็นลูกเล่นที่ใช้งานจริงได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกล้องและหรือปากกา S Pen ถือว่ามีความน่าใช้พอสมควร เอาล่ะ ราคาที่หลายคนอยากรู้ว่าเท่าไหร่ ประมาณการแล้ว พอ ๆ กับของเดิม แต่ยังไม่ออกมาเป็นทางการนะครับ ถ้าใครสนใจอยู่ เก็บเงินรอได้เลย ส่วน Samsung Galaxy Note EDGE ที่ดูแล้วจะเป็น Innovation กว่านั้น ยังไม่มา ณ เวลานี้ ปัจจัยที่ทำให้มันช้ากว่าคือการผลิตที่ยากกว่านั่นเอง ใครที่อดใจรอซื้ออยู่นั้นใจเย็น ๆ ใครรอซื้อ Note 4 เตรียมเบิกเงินได้แล้วนะครับ

เพื่อความเต็มอิ่มของพรีวิวนี้ ผมได้ทำคลิปพรีวิว Samsung Galaxy Note 4 ไว้ โดยผู้ร่วมเทปครั้งนี้คือ @aum2u เจ้าเก่าเช่นเคย รับชมได้ ณ บัดนี้

Last modified: September 17, 2014