Full Review อัศวินมืด LG Optimus Black “ตัวมืดได้ใจ เดินไปไหนไฟฉายในมือ”

Written by | IT Review, บทความ

หลังจากงาน Droidsans Meeting ผมก็ได้ ก่อความผิดพลาดกับตัวเองโดยการประมูลสินค้า ตอนแรกนึกเอาสนุก แต่สุดท้าย หึหึ ก็เจอหลุมดำของอัศวินมืดรายหนึ่ง ที่วางอยู่ตรงหน้าผม จนทำให้ตกไปจนได้ จึงเป็นที่มาของ Review ตัวนี้ซึ่งเรียกได้ว่า ช้ากว่าชาวบ้านนานโข แต่ไม่เป็นไร เพราะเราเชื่อว่าคนที่ใช้เจ้าอัศวินมืด แต่จอไม่มืดรออ่านอยู่เช่นเดียวกัน

งั้นจัดให้ มาพบกับผู้ถูกกระทำในงวดนี้คือ LG Optimus Black
อยากรู้ว่าทำไม ผมถึงเรียกเจ้า Optimus Black ว่าอัศวินมืดนั้น ลองติดตามดูครับ

Design

การออกแบบของ LG Optimus Black ซึ่งที่ขายจริงมี 2 สีคือ ขาว กับ ดำ มันชวนให้นึกถึงเพลงของ Black & While ของท่าน MJ อย่างยิ่ง (อย่าว่าอะไรดีกว่า เทรน Black & While ยังอยู่อีกนาน) ซึ่งก็กลบกลืนทั้งเครื่องอย่างสวยงาม และน้ำหนักที่เบาเหลื่อเชื่อเพียง 109 กรัม เท่านั้น

เขาว่ากันว่า เจ้า Black นั้น บางกว่า iPhone 4 ซะอีก ซึ่งก็จริง มันบางแค่ 9.2 มิลลิเมตร ส่วนที่บางสุด ๆ นั้นก็คือกรอบรอบจอ ที่บางแค่ 6 มิลลิเมตร แต่ด้านค้างก็จะมีปุ่มอยู่ (เฉพาะด้านขวา) นั้นคือ ปุ่มปรับระดับเสียงและ ปุ่ม G ซึ่งไม่ใช่ปุ่ม เปิด 3G แต่เป็นปุ่มที่ทำให้ตัวควบคุมของเครื่องมีการทำงานเพื่อสั่งฟังก์ชั่นตางหาก


ด้วยจอที่มีขนาด 4 นิ้วพอดี (ใหญ่กว่า iPhone 4 แต่เล็กกว่า Desire HD 0.3 นิ้ว และ Wellcom A99 0.1 นิ้ว) แต่จุดเด่นนอกจากความละเอียดที่อัดแน่นขนาด WVGA 480X800 แล้ว ระบบของจอเป็นแบบ IPS LCD ธรรมดาตัวหนึ่ง แต่มีการพัฒนาต่อจนได้ชื่อว่า Nova Display ซึ่งเป็นจุดเด่นและจุดขายของรุ่นนี้ก็ว่าได้ เพราะให้ความสว่างระดับ 700nil (มือถือทั่วไป 280 nil ก็หรูแล้ว) ผลประโยชน์ของความสว่างนี้ ทำให้เมื่อคุณต้องใช้โทรศัพท์กลางแดด คุณสามารถเห็นภาพจอได้อย่างชัดเจนเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เข้าร่ม ถ้าไม่ได้ตั้งให้เซนเซอร์วัดแสงจอทำงาน มีสิทธิ์แสบตาได้นะครับ และนอกจากนี้ เขาว่าจอมันประหยัดไฟกว่าจอปกติ 50% (แน่ใจเหรอ)
นอกจากนี้ LG ใจถึงมาก ให้จอสว่างไม่พอ กล้องหน้ายังให้ด้วย และให้ทั้งทีจัด 2 ล้านพิกเซลกันเลยล่ะ


ส่วนฝาหลัง เรียบ ๆ ง่าย ๆ แต่ตกที ชีช่ำกะหล่ำปลี เพราะมันถลอกง่ายมาก แต่ให้กล้องหลังขนาด 5 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash และก็โลโก้ with Google ให้เก๋ๆ นอกจากนี้ยังงัดยากเป็นพิเศษอีกด้วย แต่แลกกับความแน่นหนา


ส่วนบนสุด จะมีปุ่ม เปิดปิด ล็อค เครื่อง และ Micro USB พร้อมฝาปิด และก็ ที่เสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

ภาพรวมนั้น ออกแบบแน่นหนา น้ำหนักเบาเพราะพลาสติก แต่ลื่นหลุดจากมือง่าย แต่ก็ยังเป็นมิตรกับมือง่ายต่อการควบคุม และก็ดูดีเชียวล่ะ ถ้าไม่ได้คิดถึงเรื่องโลหะ เจ้านี่จัดว่าดี ถ้าคิด คุณอาจจะต้องลืมมันไปเลย -_-‘แต่ไหน ๆ แล้วเราให้ดูคลิปของต่างประเทศที่ทำออกมา ซึ่งอันนี้มันจะมีการพาดพิงหลายๆ ยี่ห้อ แต่ขอไม่บอก ให้ไปดูกันเองครับ

Software & Performance

เปลือกนอกสวย แต่ข้างในก็ยังเจาะลึกต่อไป เรามาดูสเปคของ LG Optimus Black กันคร่าว ๆ ดีกว่า
CPU:ARM-Cortex A7 รันบนชิปเซ็ต TI OMAP 3630 ความเร็ว 1GHz 1 แกนสมอง
GPU PowerVR SGX530
RAM: 512MB
ROM:1GB
WiFi: 802.11 b/g/n
Bluetooth: 2.1
External Memory : MicroSD สูงสุด 32 GB แต่ให้มา 2GB
คลื่นที่รองรับ : GSM Quadband WCDMA 900/2100 รองรับ HSDPA และ HSUPA
และมีเซนเซอร์เช่น Accelerometer, Proximity sensor และไฮไลท์อย่าง Gesture ที่คุมการทำงานด้วยการกดปุ่ม G นะ
ผลคะแนน
Quadrant Standard

An3DBench

An3DBench XL

การรองรับมัลติทัช

ภาพรวมของการทำงาน ไม่ได้เร็วและไม่ช้าเกินไป อยู่ทางสายกลาง สำหรับเครื่องนี้ยังเป็น แอนดรอย 2.2 อยู่ ซึ่งเป็น ROM ที่มีความเสถียรภาพดีกว่าเครื่องแรงกว่า Optimus 2X ซะอีก แต่ทางที่ดีจัด 2.3 มาให้เลยก็ได้ ซึ่งข่าวดีคือ ROM 2.3 มาแน่นอน แต่ช่วงตุลาคมนะ ใครถืออยู่ อดใจรอไปก่อนนะ

Feature

เรามาดูลูกเล่นที่ LG ได้จัดสรรลง Optimus Black กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้างที่น่าสนใจ

เริ่มจาก UI ที่ LG ได้เรียกว่า Optimus UI ซึ่งเป็นเวอร์ชั่น 2 แล้วนะ แต่มันก็ยังคงความพอใจอยู่ที่การจัดรูปแบบทำได้ง่าย Widget น่าสนใจขึ้น สิ่งที่ผมมองว่าไม่เปลี่ยนคือ มันกินแรม หรือเพราะ LG ให้แรมน้อยไปหรือเปล่า ผลการทำงานนั้น อืด บางจังหวะอยู่นะ

นอกจากนี้ปุ่ม G หรือ Gesture เป็นการสั่งการทำงานโดยใช้มือเดียว โยกเครื่อง คุณสมบัตินี้จะทำงานก็ต่อเมื่อคุณกดปุ่มเท่านั้นแล้วโยกไปมา ไปตามทิศทาง รวมทั้ง สามารถ รับสาย วางสาย ไม่รับสาย ได้อีกตางหาก นอกจากนี้มันสามารถเลื่อน Browser ลงตาม tab ลงหากเว็บยาว และหยุดเพลงได้อีก

สิ่งที่ผมชอบอยู่กับเจ้า Black นั้น คือจอปรับระดับแสงได้ 2 รูปแบบคือ Opimized Brightness จะเป็นการเรียกแสงได้เต็มที่และหรี่ลงในอยู่ที่ปกติ แต่ผมสังเกตว่ามันกินไฟมากไปหน่อย จึงมีอีกแบบให้เลือกนั้นคือ Power Saved ในโหมดนี้คุณจะไม่สามารถใช้คุณสมบัติความสว่างถึง 700 nil ได้

นอกจากนี้ LG ยังจัด Social for LG ให้ไม่ว่าจะเป็น facebook MySpeces แม้กระทั่ง Twitter อีกด้วย

อีกจุดเด่นของระบบเครื่องด้วยเทคโนโลยี DLNA ใช้ร่วมกับ Smart Share สามารถสั่งเปิดเพลงจากอุปกรณ์ในบ้านได้ด้วย ว้าว
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น LG ยังจัด WiFi Direct เป็นการส่งข้อมูล File ผ่าน WiFi จนป่านนี้ผมยังใช้กับมันไม่ได้เลย สงสัยต้องใช้กับเครื่องที่รองรับระบบ WiFi Direct ด้วยล่ะมั้ง

มาพูดถึงเรื่องเสียงเพลงดีกว่า Optimus Black จัดเต็มด้วย Dolby Mobile และลำโพงที่ออกเสียงดี และมี Equalizer หลายแบบ พร้อมปิดเพลงอัตโนมัติ อีกตางหาก ซึ่งคุณภาพเสียงเวลาไม่เสียบหูฟัง ทำได้ดีสมกับราคา แต่ถ้าบ้านคุณมีปาร์ตี้รายวัน ผมว่ามันเบาไปนะ ส่วนเสียบหูฟังนั้น จงอย่าปรับ Dolby Mobile เลย การให้มิติเสียงนั้น ทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็นแต่ EQ แบบอื่นผมว่าทำได้ดีกว่า ซึ่งเป็นไปได้และเป็นไปแล้วด้วยสิ

กล้องนั้น กล้องหน้าให้มา 2 ล้านพิกเซล ไร้ออโต้โฟกัส แต่การทำงานจัดว่าใช้ได้เลยนะ ไม่เชื่อ ลองดูจากรูปต่อไปนี้

ส่วนกล้องหลังนั้น 5 ล้านพิกเซล ถ้ามองว่าราคาเครื่องระดับ 12900 นั้นผมว่า OK มากมาย ให้ระบบโฟกัสเยอะไปหมด รวมทั้งการทำ Manual Focus ได้อีก และยังให้ LED Flash อีกด้วย ว้าว แต่มันสอบตกที่ มันถ่ายภาพช้าไปนะ อย่าช้าเลย ดูภาพตัวอย่างดีกว่า

เสริมอีกนิด กล้องตัวนี้ถ่าย VDO ได้ระดับ 1280X720 ในกล้องหลัง และ VGA ในกล้องหน้าเลยนะ

เรื่องแบตเตอร์รี่นั้น ให้มาขนาดที่พอสมควร 1500 mHa การใช้งานนั้น ถ้าจัดเน็ตเต็ม และเปิดแสงจอแบบเต็มที่ สามารถหมดได้ในวันเดียว ถ้าใช้อินเตอร์เน็ตพอประมาณ จอแบบ Power Save อยู่ได้ทั้งวันโดยลดแค่ 20% เท่านั้น เท่ากับว่า Nova Display ช่วยประหยัดไฟได้ 50% กว่าจอปกติจริง แต่ ทำใจว่าสเปคมันก็ใช่เล่น กินไฟจนเป็นเรื่องปกติครับ

++++สรุป อัศวินตนนี้ คุ้มค่า แก้เรื่องเสียงกับ Software Dolby Mobile และเอา 2.3.4 มาไว ๆ จะดีมาก++++
การมอง Smart Phone ในงบไม่เกิน 13000 ถือว่าเป็นเรื่องยากมากอย่างหนึ่งเพราะคุณสมบัติของงบช่วงนี้มักจะมีแต่สเปคที่คุ้มค่ากับ ณ เวลานี้ที่สุด เช่นเดียบกับ LG Optimus Black ตัวนี้ด้วย แม้คะแนนจะไม่ใช่ทั้งหมดของการใช้งานจริง แต่ผมคิดว่ามันเป็น LG ที่ให้ ROM เสถียรที่สุด ณ เวลานี้ มันแทบไม่ต้องรีสตาร์ทเครื่องหลาย ๆ วัน กล้องก็ดี ฟีเจอร์ให้มาสมชื่อ เว้นแค่เรื่องเสียงที่อยากให้ปรับปรุงหน่อยเพราะว่ามันควรจะทำได้ดีกว่านี้ นอกนั้นผมว่าลงตัวกับหลาย ๆ คนแล้วล่ะกับราคาที่อยู่ ณ เวลาที่ 12900 บาทครับ

ข้อดี
-บางเฉียบได้ใจ สวยไปซะหมด
-จอใหญ่เมื่อเทียบกับงบนะ
-กล้องหน้าละเอียดมาก และของเล่นในกล้องหลัง อลังการมากมาย
-ROM เสถียรมาก ทำให้การทำงานรวดเร็ว
-จอ สว่างมาก
-UI สวยขึ้น เป็นมิตรขึ้น แถมให้ Gesture ไว้เล่นสนุก ๆ ได้
ข้อเสีย
-เวลาถ่ายภาพ มันดีเลย์มากไปนิด
-การทำงานของ Dolby Mobile ไม่ปลื้ม
-วัสดุประกอบเครื่อง แนวพลาสติกไปหน่อย ตกทีเป็นรอยง่ายอย่างแรง
-ตัวเครื่องกว้าง เรียบ แถมลื่นหลุดมือง่าย
-UI หน่วงไปบ้างบางจังหวะ (เหตุแค่แรมน้อย)
-ให้ 2.2 Froyo ทั้งที แต่ USB Tethering หายไปไหน ?

ขอบคุณการเอื้อเฟื้อการ Review LG Optimus Black โดย
LG Thailand
ผมเอง -_-‘ (ช่วยไม่ได้ประมูลได้มาเอง ^^)

Last modified: May 7, 2015