[Hilight-IT] Apple เปิดงานปลายปี มีอะไรบ้างดูกันภายในไม่กี่นาที

Written by | Hi-Light IT, ข่าวไอที

ไม่พูดมากอะไรสำหรับ Apple Event ที่จัดงานที่ New York City และแน่นอนว่าหลายคนก็อยากรู้ว่า Apple จะมีอะไรที่เปิดตัวบ้าง บอกก่อนว่างานสร้างสรรค์ต้องมา

เริ่มจากฝั่ง Mac กับ

Macbook Air / Mac Mini

IMG_0156

ไปอย่างเร็วเพราะว่าการปรับโฉมของ Macbook Air ที่ไม่ได้เน้นขนาดบางลง เสียงดังขึ้นเน้นเบสให้ดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอที่ใหญ่โตถึง 13.3 นิ้วและมาพร้อมกับความละเอียดสูง และตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมแบบ Recycle 100% เลยนะ มีให้เลือก 3 สีคือ เงิน, Space Gray และ ทอง

IMG_0196

ส่วนขุมพลังเลือกใช้ Intel Core รุ่นที่ 8 พร้อมกับสามารถอัปเกรด RAM ได้ 16GB พร้อมกับ SSD 1.5tB ถือว่าน่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการเครื่องที่มีสเปคที่สูงขึ้น

IMG_0185

ความพิเศษของ Macbook Air คือมีระบบสแกนลายนิ้วมือ Touch ID และมีชิบประมวลผล T2 ที่นอกจากเรื่องความปลอดภัย ยังคงมี Siri ผ่านการควบคุมด้วยชิปนี้ สำหรับราคาของ Macbook Air จะมีราคาเริ่มต้นที่ 42,900 บาท

IMG_0218

IMG_0239

ส่วน Mac Mini ก็มาพร้อมกับสเปคใกล้กันและวัสดุดีขึ้น สเปคใกล้กัน แต่ว่าเพิ่ม RAM ได้สูงสุด 32GB และสามารถอัพเกรดความจำได้สูงสุด 2TB เลยทีเดียว ส่วนราคานั้นเริ่มต้นที่ 27,900 บาท

iPad Pro และอุปกรณ์เสริม

IMG_0368

แน่นอนว่า iPad Pro เป็นอุปกรณ์ที่มีข่าวหลุดออกมามากที่สุดไม่แพ้ iPhone เลยและมีหน้าที่พลิกจากเดิม โดยเน้นหน้าจอแบบเต็มไร้กรอบ ไม่มปุ่ม Home แต่ขอบจะหนาเหมือนกับ iPhone XR ซึ่งข้อดีของมันคือ สามารถใส่ Face ID เข้าไปได้ด้วย และตัวเครื่องบางเพียง 5.9 มิลลิเมตร และรองรับระบบ Wireless Charge สำหรับ Apple Pencil และเปลี่ยนช่องชาร์จเป็น USB-C ด้วย และมีลำโพง 4 ดอกรอบทิศ

IMG_0349

ส่วนกล้องด้านหลังแม้จะไม่ได้พูดถึงแต่มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล F1.8 และมีวิดีโอ 4K 60FPS ด้วยเช่นเดียวกัน แต่จะดีเท่า iPhone XR หรือไม่คงต้องหามาลองกันหน่อย แต่ยังไม่ได้เริ้มขายแต่อย่างใด

ส่วนจุดเด่นของเครื่องคือเรื่องของ CPU Apple A12X Bionic ที่มีขุมพลังแรงถึง 8 Core พร้อมกับ GPU 7 Core แรงจริงและความจำสูงสุด 1TB เรียกได้ว่านี่ออกมาเพื่อฆ่า Notebook หรือเปล่า ก็ไม่รู้เหมือนกัน ส่วนแบตเตอรี่เคลมว่าอยู่ได้นานทั้งวันเช่นเคย

IMG_0382

Apps ก็มีรองรับให้ใช้ได้เทียบเท่า PC และยังสามารถใช้งานได้ง่ายเหมือนกับ iPhone X เลยก็ว่าได้ ส่วนอุปกรณ์เสริมมีทั้ง Apple Pencil 2 ที่เพิ่ม Gesture สั่งใช้งานสลับปากกา, วางชาร์จกับ iPad Pro ได้ แต่ว่าราคาก็แพงขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ส่วน Smart Folio Keyboard มีการเปลี่ยนแปลงให้ลงตัวมากขึ้นน่าใช้มากกว่าเดิม

IMG_0403

ทั้งหมดนี้ราคามาเริ่มต้นก็เฉียด 28,900 บาท และไปจบที่ 66,900 บาท ส่วน Apple Pencil ราคา 4,490 บาท ส่วน Smart Keyboard Folio ก็จะเริ่นต้น 6,490 บาท นะ

ทั้งหมดเริ่มขาย 7 พฤศจิกายน แต่ประเทศไทยด้วยหรือไม่ คาดว่าคงด้วยแหล่ะ ใครอยากอีกไม่นานจะวางขายแล้ว อย่าลืมไปจับจองเป็นเจ้าของ และรวมถึงใครรอซื้อเมื่อ Apple Store เปิดที่ icon siam เจอกัน 10 พฤศจิกายน นะ

อ้ออย่าลืมออัปเดต iOS 12.1 นะมีลูกเล่นให้เยอะมาก รวมถึง Group Face Time ด้วยนะ

Last modified: October 30, 2018