[Hilight IT] สรุปการเปิดตัว Apple Special Event 2018 กับ iPhone Xs, Xs Plus, Xr ควบ Apple Watch Series 4

Written by | Hi-Light IT, งานไอที, บทความ

เป็นที่ทราบกันดีสำหรับการเปิดตัวของ Apple Special Event 2018 แน่นอนว่า ไอโฟนที่หลายคนรอคอยก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วนั่นเอง ซึ่งมีการเปิดตัว 3 Hardware ใหม่ด้วยกัน เอาล่ะมันมีอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้นเรามาดูกันเลย

Apple Watch Series 4

IMG_0690

เริ่มต้นกับอุปกรณ์ชิ้นแรกอย่าง Apple Watch Series 4 ที่เปลี่ยนหน้าจอใหญ่กว่ารุ่นเดิม โดยมีให้เลือกทั้งขนาด 40 และ 44 มิลลิเมตร นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนลำโพงให้ดังขึ้น ไมโครโฟนจับเสียงพูดได้ดี รองรับ CPU S4 ที่ทำงานได้ง่าย เสริมด้วย Digital Crown ที่ออกแบบให้และใช้งานได้สะดวกมากขึ้น

IMG_0715

คุณสมบัติเด่นมีดังนี้

  • วัดชีพจรมีความบางและสวยขึ้นกว่าเดิม
  • CPU Apple S4 แบบ Dual Core 64 bit เคลมว่าเร็วขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า ติดตั้ง Acetometer และ Gyroscopeทั้งหมดนี้สามารถจับได้ว่าถ้าเกิดมีการขยับท่าทางผิดพลาด เช่นการเดินแล้วจะล้มหรือหัวถิ่ม จะมีการส่ง SOS ออกทันที
  • ระบบวัดชีพจรมีการเปลี่ยนแปลงให้สามารถวัดได้เร็วขึ้นละเอียดมากขึ้น โดยแบ่งออกเป็น Low Heart Rate (ต่ำเกินไป), High Heart Rate (สูงเกินไป) และสามารถคำแนะนำในการทำให้การเต้นของตัวใจเหมาะกับคุณ ติดตั้ง ECG เมื่อคุณแตะกับ Digital Crown จะสามารถวัดจังหวะการเต้นของหัวใจได้ง่ายและรายงานเป็นผล ทำให้คุณอาจจะไม่ต้องไปตรวจสุขภาพบ่อย
  • หน้าปัดนาฬิกาแบบใหม่ที่มี Effect มากมาย

ส่วนราคาของ Apple Watch Series 4 เริ่มต้นที่ 399 ดอลล่าร์ และ 499 ดอลล่าร์สำหรับรุ่น Cellular ขายปลายเดือนกันยายน พร้อมอัปเกรด WatchOS 5

iPhone Xs / Xs Max

IMG_0745

รุ่นปรับโฉมของ iPhone X โดยครั้งนี้มีให้เลือก 2 ขนาดกับ iPhone Xs ในขนาด 5.8 นิ้ว และ iPhone Xs Max กับหน้าจอขนาด 6.5 นิ้วที่ความละเอียดอตกต่างกันชัดเจน ตัวเครื่องยังคงทำจากสแตนเลสสตีลเพิ่มเติมคือความทนที่มากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ในเรื่องของสีสันที่มีทั้งสีทอง, สีดำ Space Gray และ สีเงินให้เลือก

IMG_0801

สเปคเครื่องมีการเลือกใช้ CPU Apple A12 Bionic มาพร้อมกับ NPU ในตัวเคลมว่า CPU รุ่นนี้เล็กที่สุดในโลกที่ 7 นาโนเมตรด้วยกัน มาพร้อมกับความจุ 64, 256, 512GB รองรับ Bluetooth V5.0 พร้อมกับ WiFi 802.11 AC และ LTE แบบ Gigabit

IMG_0775

ฟีเจอร์เด็ดของ iPhone Xs และ Xs Plus มีดังนี้

  • หน้าจอรองรับการแสดงผลสีที่ตรงและ Dolby Vision, HDR10
  • ลำโพง Stereo คู่ที่เสียงดังกว่าเดิม
  • Core ML ช่วยประมวลผลไวขึ้น
  • Core AR 2 ช่วยให้การแสดงผล AR สมจริง
  • กล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เลนส์คู่ F1.8 – F2.4 ต่างกันที่เป็น Tele Photo รองรับทั้ง Smart HDR, การทำงานกล้องเร็วขึ้น ใช้ ISP กับ NPU ในการประมวลผลภาพ
  • กล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกซล ที่ปรับเรื่องของการเบอลหลังได้
  • แบตเตอรี่ทนขึ้นก่ว่าเดิม โดย iPhone Xs ทนกว่า iPhone X 30 นาที ส่วน iPhone Xs Max ทนกว่า iPhone 8 Plus ถึง 1 : 30 ชั่วโมง

ราคานั้น iPhone Xs เริ่มต้นที่ 999 ดอลล่าร์สหรัฐ ส่วน iPhone Xs Max ราคาเริ่มต้นที่ 1,099 ดอลล่าร์สหรัฐ ขายปลายเดือนกันยายนสำหรับกลุ่มประเทสแรก

iPhone Xr

IMG_0829

สุดท้ายกับน้องเล็กที่หน้าจอใหญ่เอาเรื่อง ด้วยขนาด หน้าจอ 6.1 นิ้วที่ Apple เรียกความละเอียดว่า Liquid Retina ถือว่าละเอียดดี แต่ไม่รองรับ HDR นั่นคือข่าวร้าย แต่มาพร้อมกันถึง 4 สีทั้ง แดง, น้ำตาล, น้ำเงิน, ดำ ถือว่าเป็นสีสันที่น่าสนใจอย่างมากหลักจาก 5c ได้เลิกผลิตไปนานแล้ว แถมยังได้ Face ID เหมือนรุ่นพี่ข้างบน

IMG_0817

สเปคเครื่องยังได้ใช้ Apple A12 Bionic อยู่ แต่ความจำเปลี่ยนไปเหลือ 64, 128, 256GB พร้อมกับ RAM ประมาณ 3GB ด้วยกัน เรียกได้ว่าสเปคไม่แรงแต่เน้นพอเพียง

ฟีเจอร์อื่น ๆ ก็มีกล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล ติดตั้งทั้ง ISP และนำ NPU เข้ามาประมวลผลเรียกได้ว่ากล้องคู่ค่ายอื่นอาจต้องหลบ ส่วนกล้องหน้า 7 ล้านพิกเซลตัวเดิม

ราคาเริ่มต้นที่ 749 ดอลล่าร์สหรัฐ ใครอยากได้ อดใจรอ ตุลาคมโน้นกว่าจะวางขาย

IMG_0826

เท่ากับตอนนี้ใครอยากได้อะไรคงต้องรอจนกว่าจะเข้าจำหน่ายในไทยอีกไม่นานหลังจากนี้

ปิดท้ายด้วยการอัปเดตระบบปฏิบัติการมีดังนี้

  • iOS12 อัปเดต 17 กันยายน นี้
  • Watch OS 5 อัปเดต 17 กันยายน นี้
  • Mac OS Mojave อัปเดต 24 กันยายน พร้อมกับ tvOS 12

Last modified: September 13, 2018