เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดกับ iPhone SE VS Samsung Galaxy A51 ศึกงบหมื่นต้น ที่น่าจับตามอง

Written by | IT Review, บทความ

หากคุณกำลังมองหามือถือดีๆ สักเครื่องหนึ่ง ที่มีสเปกครบเครื่องและไม่อยากได้เครื่องแพงแต่ขอดีๆ สักหน่อย ในงบไม่เกิน 15,000 บาท ก็คงมีหลายตัวเลือก แต่วันนี้ผมเองมี 2 มือถือในกลุ่มเดียวกันคือ Samsung Galaxy A51 กับ iPhone SE น้องใหม่และราคาถูกที่สุด มาดูกันว่า รุ่นไหนจะดีกว่ากันและเหมาะกับคุณที่สุด

รูปลักษณ์หน้าตา

จุดแรกที่ต้องรูปร่างหน้าตาที่น่าตาของ iPhone SE กันก่อนดีกว่า กับขนาดตัวเครื่องที่อยู่ในมิติ ยาว 138.4 มิลลิเมตร กว้าง 67.3 มิลลิเมตร และ หนา 7.3 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ Galaxy A51 จะพบว่าตัวเครื่องนั้นกว่า แคบกว่าและบางกว่า น้ำหนัก 148 กรัม ก็จริง แต่ว่าหน้าจอของ iPhone SE จะมีขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1334 x 750 พิกเฃลเป็นแบบ IPS LCD และขนาดของเครื่อง เท่ากับ iPhone 8 ซึ่งเล็กคล่องตัวมากและด้านหลังเป็นกระจกบอดี้อะลูมิเนียม และกันน้ำ IP67

ช่องชาร์จเป็นแบบ Lightning Port ไม่มีช่องอื่นครับ

มาดูทาง Samsung Galaxy A51 จะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 6.5 นิ้วความละเอียด 2400×1080 พิกเซล หรือ Full HD+ เท่านั้น และหน้าแทบจะไร้กรอบเพราะมีหน้าจอบแบบ Infinity O Display เช่นเดียวกัน บอดี้มีลวดลายด้านหลังแบบ 3D Glastic กับเฟรมโลหะที่ดูดีมากขึ้นพลิกความหรูหรา และด้านหลังตัดลายที่ทำให้ดูน่าสนใจแลกล้องไว้มุมซ้าย

ช่องชาร์จเป็นแบบ USB-C พร้อมกับช่องเสียบหูฟังด้วย

สำหรับในภาพรวมของการออกแบบทั้งคู่แล้วแต่ความชอบครับ ถ้าชอบเล็กคล่องมือ iPhone SE จะให้คุณได้ แต่ถ้าต้องการเครื่องที่กำลังดีหน้าจอใหญ่ขึ้น และบอดี้สวยงาม ช่องครบ มีสีสันเยอะกว่า Samsung Galaxy A51 จะดีกว่า

ฟีเจอร์ภายในที่โดดเด่นและน่าใช้

ระบบต่างๆ ภายในเครื่องนั้น iPhone SE จะใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 13 ใหม่ล่าสุดที่ให้ความครบในการทำงานที่จัดว่าดี พร้อมกับรูปแบบเมนูที่คุ้นเคย และสามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรมอื่นๆ ได้ พร้อมกับระบบความปลอดภัยแบบ Touch ID หรือการสแกนนิ้ว ผ่านปุ่ม Home คิดอะไรไม่ออกให้กดปุ่ม Home ย้อนกลับหน้าแรก แต่เวลาจะเรียก Recent App ต้องกด Home 2 ครั้ง

สำหรับฟีเจอร์ทั่วไปนั้นจะมี โปรแกรมจดบันทึก, ตารางปฏิทิน, รับชมความเพลิดเพลินผ่าน Apple TV, ดูหุ้น, สุขภาพ และ Home โปรแกรมที่เชื่อมต่อกับ IoT อย่างไรก็ตาม ถ้ามองถึงเรื่องของการเชื่อมต่อกับระบบ Cloud นั้น ยังคงเหมาะกับ iCloud เช่นเดียวกัน

สำหรับ Samsung Galaxy A51 จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 รุ่นใหม่ล่าสุดครอบด้วย One UI 2.0 ใหม่ ที่มีจุดเด่นคือ เปลี่ยนปุ่มสำหรับสั่งงานได้ทั้งแบบ 3 ปุ่ม Recent สำหรับเปลี่ยนหน้าจอ และ Back นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งการใช้งานได้มากกว่า 2 หน้าจอ และมี edge panel ปุ่มสำหรับสั่งเปิดโปรแกรมขนาดย่อมมาให้ด้วย

สำหรับฟีเจอร์ของ Samsung Galaxy A51 จะมาพร้อมกับระบบสแกนนิ้วมือที่อยู่ในหน้าจอ, ระบบสแกนใบหน้า สามารถเลือกและตั้งค่าได้ทั้งคู่ นอกจากนี้มี Samsung KNOX ทำงานอยู่ก็จะมีทำงานร่วมกับความปลอดภัยกับ Apps ที่ต้องการความปลอดภัย รวมถึง Secure Folder โปรแกรมที่แบ่งพื้นที่ของเครื่องเหมือนกับแยกมือถือเราให้เป็น 2 เครื่องได้

ส่วนโปรแกรมอื่นๆ ก็สามารถโหลดผ่าน Play Store แต่ Samsung ใจดี ติดตั้ง Netflix, Spotify, มีโปรแกรมดูแลสุขภาพ Samsung Health และสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Cloud ได้ทั้งหมด ยกเว้น iCloud แต่คุณสามารถโหลด และโปรแกรมย้ายเครื่องพร้อมกับอ่านข้อความของ iPhone ผ่านทาง Message ทั่วไปได้ และมี Dolby ATMOS

กล้องถ่ายภาพ

สมัยนี้กล้องมือถือเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้อยู่แล้วในปัจจุบัน สำหรับในจุดนี้ iPhone SE ติดตั้งกล้องมาให้ตัวเดียวความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมกับระบบ Auto Focus และรูรับแสง F1.8 เลนส์ Wide จะมีฟีเจอร์โดดเด่นคือการถ่ายภาพ Live Photo เคลื่อนไหวได้และลูกเล่นส่วนใหญ่จะเน้นใช้งานทั่วไป

กลับมาดูทาง Samsung Galaxy A51 ที่จะกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว ประกอบด้วยกล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่ 2 Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลมุมมองกว้าง 123 องศา กล้องตัวที่ 3 ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ไว้สำหรับละลายหลัง และ กล้องตัวสุดท้าย กับเลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

เมื่อรวมกับความสามารถของ Software ในตัวเครื่องทั้งระบบกันภาพสั่นเวลาถ่ายวิดีโอ, เลนส์กว้าง 120 องศา, และ Macro ที่เข้าใกล้ได้ระดับ 4 เซนติเมตร ทำให้ได้ภาพที่เรียกว่าครบเครื่องทุกช็อต และสวยงามแบบไม่น่าเชื่อ

ส่วนกล้องหน้านั้น แตกต่างชัดเจนที่ความละเอียด โดย iPhone SE จะให้ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอ Full HD ส่วน Samsung Galaxy A51 ให้ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล เท่ากับมากกว่าความละเอียดของ iPhone SE ถึง 4.5 เท่า จึงให้ภาพที่คมความละเอียดมากกว่า แม้ว่าวิดีโอจะถ่ายได้ความละเอียดพอๆ กัน ก็ตาม

ประสิทธิภาพเป็นอย่างไร

สเปกของ iPhone SE จะมาพร้อมกับ Apple A13 Bionic ซึ่งขุมพลังรุ่นนี้ถือว่าแรงและใหม่เพราะติดตั้งกับเรือธงของค่าย พร้อมกับ RAM 3GB และความจำ หรือ ROM 64 / 128 / 256GB เท่านั้นไม่สามารถเพิ่มความจำได้ นอกจากเสียบความจำภายนอก หรือจะใช้ Cloud เท่านั้น

การเชื่อมต่อของ iPhone SE จะรองรับ WiFi 802.11 AX หรือ WiFi 6, Bluetooth 5.0 พร้อมกับ 4G LTE, GPS และเข็มทิศดิจิทัล ใส่ Nano SIM ได้ใบเดียวและอีกช่องจะเป็น eSIM สามารถใส่ได้

สำหรับ Samsung Galaxy A51 มาพร้อมกับ Exynos 9611 แบบ Octa Core อาจจะเมื่อเทียบแล้วอาจจะไม่ได้แรงกว่า แต่ว่ามาพร้อมกับ RAM 4 / 6GB และความจำ 64 – 128GB ไม่ต้องห่วงเรื่องความจำเต็มเพราะว่าสามารถใส่ความจำผ่าน Micro SD ขนาด 512GB หรือจะเสียบ ความจำผ่าน USB-C ด้านล่างได้ด้วย

สำหรับการเชื่อมต่อนั้น Samsung Galaxy A51 จะมาพร้อมกับ WiFi 802.11 AC พร้อมกับ Bluetooth 5.0 พร้อมกับ GPS, A-GPS รองรับ 4G ใส่ได้ทั้งหมด 2 ซิมแต่ว่าสิ่งที่จะดีกว่าคือ สามารถใช้งาน 4G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ช่องครับ และสลับ Data ได้และสามารถใช้งานโทรออกได้

แบตฯ และ ระบบชาร์จไฟ

สำหรับ แบตเตอรี่ของ iPhone SE จะมีขนาด 1821 mAh เล็กตามขนาดตัวเครื่องทำให้เมื่อลองใช้งานทั้งวันแล้วอาจจะยังไม่เพียงพอ แต่ว่าข้อดีคือรองรับ Fast Charge 18W แต่ว่า คุณต้องซื้อที่ชาร์จแยก อย่างไรก็ตามรุ่นนี้รองรับ Wireless Charge

ส่วน Samsung Galaxy A51 จะมาพร้อมกับขนาดแบตเตอรี่ให้มามากถึง 4,000 mAh เคลมว่าดูวิดีโอได้ 19 ชั่วโมง แต่ว่าเมื่อใช้งานแล้วถ้าเล่นเกม และใช้งานทั่วไป จะสามารถใช้งานได้ทั้งวันถือว่าเอาตัวรอดอยู่ และที่ชาร์จกำลัง 15W มีติดให้ในกล่องด้วยครับ

หากเมื่อเปรียบเทียบแล้ว หากใช้งานจริงแล้ว Samsung Galaxy A51 จะอยู่ได้นานกว่าเพราะแบตเตอรี่อึดกว่า แต่เรื่องของการชาร์จไฟในหลายรูปแบบยอมรับว่า iPhone SE มีชาร์จไฟไร้สาย แต่ว่า การบอกว่าอุปกรณ์เสริมแต่ละอย่างนั้น มีราคาสูง และเรื่องชาร์จไฟมีสายนั้น A51 มีที่ชาร์จเร็วติดกล่อง

ราคาและความรู้สึกในภาพรวม

สำหรับราคาของ iPhone SE จะมีดังนี้

  • iPhone SE ความจุ 64GB = 14,900 บาท
  • iPhone SE ความจุ 128GB = 16,900 บาท
  • iPhone SE ความจุ 256GB = 20,900 บาท

ส่วน Samsung Galaxy A51 จะมีตัวเลือกดังนี้

  • Samsung Galaxy A51 (RAM 6GB / ROM 128GB) = 10,490 บาท
  • Samsung Galaxy A51 (RAM 8GB / ROM 128GB) = 10,690 บาท
  • และมีโปรโมชั่นมากมายทำให้คุณได้ใช้มือถือดีในราคาไม่ถึงหมื่น

เมื่อเปรียบเทียบในส่วนนี้ จะพบว่าราคาของ Samsung Galaxy A51 ราคาจะถูกกว่า iPhone SE พอสมควร แต่ว่าคุณจะเหมาะกับตัวไหน ผมมีคำตอบให้

iPhone SE เป็นมือถือรุ่นใหม่ที่คุ้มค่าสำหรับสเปกของ iPhone ราคามันถูกที่สุดของ iPhone แล้วแต่สเปกอาจจะสู้กับ Android ไม่ได้ยกเว้นประสิทธิภาพ และไม่ได้เน้นการถ่ายภาพมากนัก นี่เป็นอีกรุ่นที่ใช้ได้จริง

Samsung Galaxy A51 จะมาพร้อมราคาเบาๆ คุ้มค่า หน้าจอใหญ่ กล้องครบ เม็มเยอะ และแบตอึดกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่มีชาร์จไฟไร้สาย หรือ ระบบกันน้ำได้ แต่เครื่องนี่เป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะสมกับราคาอยู่อย่างมากเลยครับผม

Last modified: May 26, 2020