IT Battle : จับเรือชนกัน LG G4 VS Samsung Galaxy S6 วัดใครดีจากการใช้จริง

Written by | IT Review, บทความ

จริง ๆ แล้วบทความนี้จะต้องขึ้นหลังจาก Full Review ของทั้ง 2 รุ่นออกแล้ว แต่เมื่อว่า โอกาสที่ Smart Phone 2 รุ่นนี้อยู่พร้อมกันไม่บ่อยนัก ก็เอามาเจอกันซะเลยระหว่าง LG G4 น้องใหม่ล่าสุด กับ Samsung Galaxy S6 (แต่ผมเลือก S6 edge มาชน) ซึ่งจะรวมความรู้สึกที่ได้ใช้ทั้ง 2 รุ่นดังกล่าวให้ครบที่สุด เพื่อไม่ให้เสียเวลามาดูกันเลยดีกว่า

s6_front

s6_back

รูปร่าง Samsung Galaxy S6/S6 edge จากที่สัมผัส เนื่องจากขนาดเครื่องเล็กกว่า LG G4 (5.1 นิ้ว) ทำให้การจับเครื่องนั้นเครื่องอยู่ในฝ่ามือแน่นอน ถ้าสังเกตดี ๆ แล้ว S6 edge จะก่อปัญหาเรื่องความลื่นของขอบเครื่องที่เป็นหน้าจอทั้งหมด จากจุดนี้ ถ้าเป็น S6 ปกติจะจับได้มั่นใจกว่ามาก แล้วด้วยความที่เครื่องเป็นกระจก Gorilla Glass 4 ทั้งคู่ ทำให้จับแล้วไม่มั่นใจแต่งานประกอบทำได้ดีด้วยขอบเครื่องทั้งหมดเป็นโลหะทำให้ดูหรูหรามากขึ้น แต่รวมถึงการจัดองค์ประกอบ บ่งบอกว่ายังไงก็คือ Samsung

g4_front

g4_back

รูปร่าง LG G4 แม้ว่ารูปร่างถ้าดูจากกายภาพจะไม่ได้แตกต่างอะไรจาก G3 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ แต่ต้องดูให้ดีมันเปลี่ยนแปลงเยอะ เช่นตัวเครื่องที่โค้งมนกว่าเดิมนิดหน่อย ทำให้ตัวเครื่องจับได้ถนัดมือ และขอบเครื่องทำหนาออกมายิ่งทำให้อยู่มือมากขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องการถือ ความแปลกคือด้านหลังที่มีฝาหลังให้เลือก 2 แบบคือ พลาสติก Metallic กับหนังแท้ ซึ่งที่เห็นนั้นเป็นเครื่องที่มีฝาหลังเป็นหนังแท้ซึ่งให้สัมผัสที่หรูหรา และสัมผัสดีอย่างยิ่งเลย หลายคนบอกว่ากลัวจะเป็นคราบอันนี้ผมก็ตอบไม่ได้ ต้องรอดูกันต่อไป ด้วยความที่ปุ่มอยู่ด้านหลังหมดทำให้กดได้ถนัดและใช้งานได้จริง แต่ถ้าคนไม่ชินก็ต้องปรับตัวเล็กน้อย ข้อเสียคือขอบเครื่องเป็นโครเมี่ยมชุบกับพลาสติก การที่จะเป็นรอยง่ายไม่ใช่เรื่องแปลก

ผมคงไม่ฟันธงว่ารูปร่างใครดีกว่า ขึ้นอยู่กับความชอบนะครับ แต่ส่วนตัวแล้วผมชอบ LG G4 มากกว่า และไม่ชอบ S6 edge เลยเพราะขอบโค้งมันทำให้ความมั่นใจในการถือลดลงอย่างมาก

ประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S6/S6 edge คงไม่ต้องพูดถึงอะไรมากใช้ CPU Exynos 7420 รุ่นใหม่ล่าสุด Octacore (Quadcore 2.1GHz กับ Quadcore 1.5GHz) พร้อม RAM 3GB แบบ DDR 4 ความจำในตัว 32GB ไม่สามารถเพิ่มความจำได้ เมื่อทดสอบประสิทธิภาพออกมาแล้วคะแนนจะนำกว่าเพื่อนสุดในกลุ่ม ไม่แปลกใจเพราะสเปคดีที่สุด แต่เมื่อเรียกกำลังเต็มที่เครื่องจะร้อนมาก แบตเตอร์รี่ 2600 mAh ใช้งานเอาตัวรอดได้ถ้าบริหารดี ๆ ระบบปฏิบัติการยังคงเป็น Android 5.0 อยู่ พร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED ที่ให้ความสว่างและสีที่สดมากจนบางทีรู้สึกว่าสีสดเกินความเป็นจริงไปอย่างมากเลยก็ตาม

ประสิทธิภาพ LG G4 ใช้ขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 808 6 แกนสมอง (Dualcore 1.82 + Quadcore 1.44) RAM 3GB และความจำในตัว 32GB เพิ่มได้อีก 128GB จาก Micro SD จากการทดสอบผ่าน Antutu ต้องยอมรับว่าคะแนนจะด้อยกว่า S6 ห่างกันอยู่พอสมควร ส่วนจุดเด่นคือเพิ่มความจำในตัวได้ และถอดแบตเตอร์รี่ได้ ซึ่งให้มาขนาด 3000 mAh พร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 5.1 ล่าสุด ส่วนหน้าจอแบบ IPS Quantum Display ให้สีที่สมจริง และจริงแบบตาเห็นกว่า ไม่ต้อง Over เรื่องอะไรมาก และประหยัดไฟกว่าอีกด้วย

ส่วนนี้ ยกให้ Galaxy S6 ชนะ LG G4 จริง ๆ เขามาเหนือกว่า แต่ความเสถียรของระบบปฏิบัติการนั้น LG ยังทำได้ดีกว่าครับ แต่ถ้าเป็นการแสดงผลภาพผมยกให้ LG สดใสและสมจริงกว่า

s6_feature

ลูกเล่นและคุณสมบัติเด่น Samsung Galaxy S6 นั้น มีการเปลี่ยนแปลงทั้ง Touch Wiz UI ใหม่เพิ่มเติมลูกเล่นนิดหน่อย แต่ยังไม่แตกต่างจากพี่น้องในกลุ่มมากมายนัก ในเรื่องของการแจ้งเตือนต่าง ๆ ด้วยความที่ Notification ส่วนการตั้งค่าลดฟังก์ชั่นไม่อลังการทำให้ยังมีความยุ่งยากในการช่วยตั้งค่าอยู่ ส่วนเรื่องเสียงนั้น Sound Alive ปรับได้ละเอียดกว่าเดิม โดยมีแบบตั้งค่าง่ายมาให้เลือก แล้วคุณภาพเสียงล่ะ ไม่ปรับมัน OK ใช้ได้มาเป็นกลางหมด แต่ถ้าปรับไม่ดี จะเละทันทีฟังไม่รู้เรื่องแน่นอน ส่วนการฟังออกลำโพงถ้าเปิดดังสุดแม้ว่าตำแหน่งลำโพงจะได้เปรียบอยู่บ้าง เพราะอยู่ด้านหน้าแต่ขนาดที่เล็กทำให้เสียงไม่กังวานเท่าที่ควร

g4_feature

ส่วนลูกเล่นและคุณสมบัติเด่นของ LG G4 นอกจาก LG UX 4.0 ที่สามารถใช้งานได้ง่ายดายพร้อม Smart Notice ที่คอยเตือนเรื่องความจำต่าง ๆ ที่ยิ่งกว่า LG G3 แล้วมีเรื่องดูแลสุขภาพอย่าง LG Health และอื่น ๆ เรียกว่าจัดมาเต็มที่ ส่วนเรื่องการฟังเพลงที่หลายคนสงสัยว่าเป็นอย่างไร จากที่ได้ลอง ถ้าไม่ปรับแต่งเสียงเพลงเลย มันจืดและธรรมดามาก แต่ถ้าได้หูฟังดี ๆ หรือง่าย ๆ เอา Quad Beat 3 ออกจากกล่องมาเท่านั้น มันจะดีขึ้นอย่างมาก ลืมปัญหาการปรับ EQ ของ LG G3 ไปได้เลย แต่ถ้าฟังจากตัวลำโพงแล้ว LG G4 ลำโพงแบบ 1 Watt ที่ได้จาก LG G3 มานั้น ดังกว่าชัดเจน

จุดนี้สรุปคือ มีความคล้ายกัน แต่ LG จะมีของเล่นใหม่ ๆ เยอะกว่า แน่นอน ถ้าใครอยากได้ Flag Ship มีวิทยุในตัว LG G4 ยังมีให้แต่ S6 ไม่มี เรื่องฟังเพลงพอกันคือได้หูดีทุกอย่างจบ เอาเป็นว่าลูกเล่นภาพรวมสูสี แล้วแต่ชอบนะครับ (ไม่ขอพูด Apps พิเศษที่ติดมากับเครื่องล่ะกัน)

เปรียบเทียบกล้อง

s6_cam

สำหรับกล้องของ S6 / S6 edge ให้กล้อง 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง F1.9 + LED Flash และให้ OIS มา การถ่ายให้ดูภาพแล้วค่อยบรรยายดีกว่า ข้ามมาเรื่อง Mode ของกล้องซึ่งสามารถปรับได้มากเอาเรื่องถึง 7 Mode และสามารถโหลดเพิ่มเติมได้อีกด้วย ส่วน Pro Mode สามารถทำได้ในส่วนของเปลี่ยนค่าสีบอกเป็นรูปเหมือนกล้องทั่วไป White Balance ISO และระยะการโฟกัสใกล้ไกล และการเพิ่มลดแสง เท่านั้น การถ่ายวีดีโอทำได้สูงสุดระดับ 4K แต่จะตัดการทำงานของ OIS ทิ้ง ส่วนกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์กว้างและค่ารูรับแสง F1.9 อีกด้วย

g4_cam

ส่วนกล้องของ LG G4 ให้กล้องขนาด 16 ล้านพิกเซลเท่ากันเลย แต่รูรับแสงเป็น F1.8 + LED Flash + Laser Focus + ระบบการวิเคราะห์แสง Color Spectrum Sensor + OIS 2.0 ทั้งหมดรวมกันทำให้การถ่ายภาพนั้นสมดุล สนุก และก็ว่องไว้ แม้ Mode จะไม่ได้เยอะเหมือนตัวข้างบน แต่ Manual Mode ของ LG G4 กินขาดกว่า Samsung เพราะปรับได้มากกว่า เช่น White Balance มีเลือกเป็นค่า K ได้ ตามความเหมาะสมของภาพกับตาที่เห็น Manual Focus ที่ปรับง่ายเพียงลากนิ้ว ISO และ Speed Shutter และ AE-L จุดนี้ S6 ไม่มี และเป็น Smart Phone ที่สามารถถ่าย RAW File มาได้อีกรุ่นหนึ่ง นี่แทบไม่ต้องบรรยายลูกเล่นอื่นเช่นการทำ Light Trail ที่ง่ายมาก หรือจะเป็น Panorama การถ่ายวีดีโอแบบ 4K โดย OIS ไม่ปิดด้วย ส่วนกล้องหน้าขนาด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งไม่ได้ระบุค่า F ว่าเท่าไหร่ แต่เลนส์ยังไม่กว้างพอ กล้องหลังยังกว้างซะกว่า

เล่าคุณสมบัติกล้องมาแล้ว ตอนนี้หลายคนบอกว่าภาพจริงออกมาเป็นอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันได้ ณ บัดนี้ โดยจะเทียบ 4 ชุด เป็น Auto Mode ทั้งคู่

s6_night_marco
g4_marco_night

1

S6_night
g4_night

2

s6_landscape_night
g4_landscape_night

3

s6_landscpe
g4_landscape

4

ภาพบนเป็นของ Galaxy S6 และภาพล่าง LG G4 หากต้องการดู Gallery ของแต่ละรุ่นกดที่ลิงค์ชื่อรุ่นครับ

Video Record Samsung Galaxy S6

Video Record LG G4

การถ่ายวีดีโอแม้จะสูสีกันแต่การเก็บเสียงยอมรับว่า Galaxy S6 จะทำได้ดีกว่า แต่ถ้าความนิ่งของภาพ ส่วนนี้ G4 เอาคะแนนไปเต็ม

s6_frontcam
g4_frontcam

แถม เทียบกล้องหน้าด้วยล่ะกัน ซึ่งส่วนนี้ยอมรับว่ากล้องหน้า LG G4 แม้จะเก็บรายละเอียดดีมาก แต่ความ Wide นั้นสู้ยังไม่ได้สักเท่าไหร่

ปิดท้าย ปัญหาที่พบเจอใน Samsung Galaxy S6/S6 edge ปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องงานประกอบที่หลายคนบ่นว่าไม่เนียบเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งผมคิดว่าเกิดจากนำเครื่องไปประกอบที่เวียดนาม และฝีมือของคนงานยังไม่สามารถรองรับงานเนียบอย่างเครื่องรุ่นนี้ได้จึงเจอ อีกสิ่งที่เป็นปัญหาคือ ความร้อนระหว่างใช้งาน ซึ่งต้องทำใจว่าเครื่องเป็นโลหะและ CPU 8 แกนมักจะร้อนเป็นเรื่องธรรมดา ที่สังเกตคือเมื่อเกิดความร้อนเครื่องจะมีประสิทธิภาพลดลงพอสมควร และ S6 edge ด้วยความที่เครื่องจอโค้ง มักจะมีเหตุการณ์ที่เรียกว่าขอบลั่น (มือไปโดนขอบจอระหว่างใช้งานโดยไม่ได้ตั้งใจ) และกล้องเปิดเร็วแค่กดปุ่ม Home 2 ครั้ง ยังไม่มี Safe ในเวลาที่ไม่ต้องการใช้งานทำให้กล้องเปิดเองบ่อยครั้ง

ส่วนปัญหาของ LG G4 แม้ว่าจะดูดีในภาพรวมและงานประกอบเนียบกว่าก็จริง แต่ฝาหลังที่เป็นหนังแท้เราต้องดูแลรักษาพอสมควรเพื่อไม่ให้มันเป็นรอยและมีอายุใช้งานที่ยาวนาน นอกจากนี้ฝาหลังที่เปิดยากทำให้รู้สึกว่า การใส่ซิมและ Micro SD ได้มันดูจะเป็นเรื่องยากเวลาถอดเปลี่ยน และขอบเครื่องพลาสติกเคลือบโครเมี่ยมสีดำยังมีความเสี่ยงลอกง่ายอยู่(ผู้เขียนโดนส่วนหัวไปเรียบร้อย) และกล้องแม้ว่าจะเยี่ยมที่สุด (เฉพาะกล้องหลัง) แต่กล้องหน้าที่มีพิกเซลจะมากกว่าแต่เลนส์ของกล้องหน้า LG ไม่ Wide ทำให้การถ่าย Selfie ยังไม่เต็มอิ่มสักเท่าไหร่ และการประมวลผลของ G4 ทำได้ช้ากว่า S6 ส่วนหนึ่งเกิดจาก CPU อย่างไรก็ดี เมื่อใช้งานไปเรื่อย G4 จะเร็วขึ้นพอควร

g4_s6

สรุปแล้วทั้งคู่เสียกันไปคนละด้าน ประสบการณ์การใช้งานก็จะแตกต่างกัน ราคาเครื่องย่อมไม่เท่ากัน สุดท้ายแล้วคุณจะเลือกตัวไหนขึ้นอยู่กับความพึ่งพอใจที่ได้ถือและลองเครื่องก่อนซื้อเป็นหลักครับ ต้องย้ำอีกครั้งว่าบทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้อ่านครับ

บทความที่ควรอ่านเพิ่ม Full Review Galaxy S6 และ LG G4

Last modified: June 15, 2015