[IT Review] ASUS Zenfone 3 “เมื่อมือถือที่เคยถูก ปรับสู่ความหรูหราอีกระดับ”

Written by | IT Review, บทความ

อีกมือถือที่น่าจับตามองของปีนี้ที่เรียกได้ว่า เมื่อก่อนเป็นมือถือที่มีสเปคดีระดับท็อปแล้วสามารถครองใจคนได้เยอะอย่าง ASUS Zenfone ครั้งนี้กลับมาด้วยการเปลี่ยนแปลงใหม่ และยกระดับมือถือระดับเริ่มต้นสู่ Mid-End อย่างเต็มตัว โดยครั้งนี้ ได้รีวิวเป็น Zenfone 3 จะดีแค่ไหนและน่าใช้หรือไม่มาดูกันเลย

รูปร่าง

IMG_20160807_184639

ด้านหน้าของ ASUS Zenfone 3 มีการเปลี่ยนแปลงมากพอสมควร เพราะออกแบบได้เรียบมากขึ้น พร้อมกับการวางรายละเอียดตัวเครื่องที่เรียกว่าครบถ้วนพอสมควร โดยมีหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วความละเอียด 1920×1080 เท่าเดิม พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมกับ ปุ่มกดด้านล่างได้แก่ Back Home และ Recent แต่ไม่มีไฟเรืองแสงให้เหมือนเดิม

IMG_20160807_184400

IMG_20160807_184241

ด้านข้าง เปลี่ยนจากพลาสติกที่รับกับมือได้อย่างดี เป็นโลหะเหมือนกับในกลุ่มแตกต่างที่มันจะโค้งกว่า ทำให้กระชับกับมือมากขึ้น ฝั่งซ้ายมีช่องใส่ซิมแบบ Micro SIM และ Hybrid Slot ที่สามารถสลับระหว่าง Nano SIM และ Micro SD ได้ ฝั่งขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และ ปุ่มเปิด, ปิดเครื่อง

IMG_20160807_184301

IMG_20160807_184323_1

ด้านบนนอกจากร่อเสาอากาศและมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ส่วนด้านล่างนั้นมีไมโครโฟน, ช่อง Micro USB และลำโพงของเครื่อง

IMG_20160807_184852

ด้านหลังนอกจากมีกล้องหลัง 16 ล้านพิกเซลพร้อมกับ Laser Auto Focus และมี LED Flash คู่ ที่เด่นแล้วยังมีระบบสแกนลายนิ้วมือเวอร์ชั่นใหม่ที่ทำงานไวขึ้น โลโก้ ASUS ด้านล่าง กระจกของทั้งหน้าและหลังเป็นแบบ Gorilla Glass 3

ภาพรวมของเครื่อง มันดูหรูหรามากขึ้น และดูมีราคาเมื่อสัมผัส แต่อย่างที่รู้สึกได้ว่า มันไม่ได้มีความโดดเด่นในรูปทรงเพราะเริ่มจะไปเหมือนกับชาวบ้าน และรู้สึกมันลื่นง่ายมากเพราะเป็นกระจกนั่นเอง แต่ถ้าคนชอบหรูแล้วงบน้อย นี่ก็ตอบโจทย์อยู่นะครับ

ประสิทธิภาพของ ASUS Zenfone 3

Spec Model ASUS Zenfone 3 (5.5 นิ้ว)
CPU Qualcomm MSM8953 Snapdragon 625 Octa-core 2.0 GHz Cortex-A53
GPU Adreno 506
RAM 4GB
Intenal Storage 64GB
External Storage Micro SD 256GB
ความถี่ 2G GSM 850 / 900 / 1800 / 1900
ความถี่ 3G HSDPA 850 / 900 / 1900 / 2100
ความถี่ 4G LTE Cat 6 300/50Mbps
WiFi 802.11 b/g/n/ac Dual Band
Bluetooth V4.2
Back Camera 16 ล้านพิกเซล พร้อมกับ Laser Auto Focus, OIS และ LED Flash
Front Camera 8 ล้านพิกเซล พร้อมกับ Selfie Flash
Display 5.5 นิ้ว Super IPS+ ความละเอียด 1920×1080
OS Android 6.0.1 Marshmallow
NFC None
Battery 3000 mAh

zen3_bench

ภาพรวมที่ได้ทดสอบถือว่าทำได้ดีมากพกสมควรเพราะขุมพลังใหม่อย่าง Qualcomm Snapdragon 625 กับ RAM 4GB ทำให้ประสิทธิภาพลื่นไหลใช้ได้ การทำงานของตัวเครื่องจัดว่าเล่นและทำงานได้ดีทั้งการเล่นเกมและการใช้งานทั่วไป หมดห่วงเรื่องค้าง ยกเว้นเปิดโปรแกรมมากจน RAM เต็มไปเอง

IMG_20160807_183931

การแสดงผลจากหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วแม้จะได้ความละเอียดแค่ Full HD แต่ด้วยการใช้หน้าจอขนิด AMOLED ทำให้สีที่ได้คมชัดและสมจริงพอสมควร รองรับมัลติทัชได้สูงสุด 10 จุด

zen3_batt

และแบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh จัดว่าเยอะและการใช้งานสามารถอยู่ได้ถึง 11 ชั่วโมงถือว่าน่าพอใจ นอกจากนี้ยังรองรับระบบ Quick Charge 3.0 และมีระบบจัดการพลังงานมาให้เลือกเหมือนเคย

คุณสมบัติอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

zen_ui

ASUS Zenfone 3 ใช้ระบบปฎิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow พร้อมกับ ZenUI เวอร์ชั่น 3 ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานได้ดี มีการจัดว่าง icon ได้เหมาะสมและเพิ่มความเร็วในการทำงานของเครื่องได้ระดับหนึ่ง

zen3_fe

ทีเด็ดของ Zenfone 3 ที่เพิ่มขึ้นมานั้น เป็นเรื่องของความสามารถหลาย ๆ จุดเช่น ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ทำงานได้รวดเร็วในเวลาเพียงแค่ 0.22 วินาที โดยแผ่นสแกนที่อยู่ด้านหลัง เมื่อแตะขณะหน้าจอปิดก็จะเปิดขึ้นมา นอกจากนั้น ยังสามารถตั้งค่าล็อค หรือใช้สำหรับเปิด Apps ได้เช่นกัน และยังใช้สั่งปิดเสียงหรือถ่ายภาพได้อีกด้วย

zen3_tools

zen3_fm

ระบบเสียงของ ASUS Zenfone 3 ที่ใช้ชื่อว่า Sonic Master เวอร์ชั่น 2 ปรับปรุงให้ระบบเสียงนั้นใสขึ้นและรองรับ File เสียงคุณภาพสูงอย่าง Hi-Res และสามารถปรับรูปแบบเสียงผ่าน Audio Wizard เพิ่มความชัดเจนและเสียงใสขึ้น ส่วนการถ่ายวีดีโอและการสนทนามีระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้างผ่านไมโครโฟนและเพิ่มความชัดของเสียงระดับ HD Voice และยังรองรับการคุยผ่าย VoLTE อีกด้วย ภาพรวมกจากระบบเสียงที่ฟังจัดว่าสมบุรณ์และปรับได้หลากหลาย แต่ถ้าไม่ปรับนั้นแทบจะไม่ได้เด่นอะไรออกมามากนัก

นอกนั้นฟีเจอร์ที่เหลือทั้งปฏิทิน การจัดบันทีก เครื่องคิดเลข รวมไปถึงเครื่องมือจัดการรูปภาพอย่าง Zen Circle หรือ Gif Animation ก็มีให้ครบ

zen3_bcam

ส่วนกล้องของ ASUS Zenfone 3 ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดเพราะนอกจากเพิ่มความละเอียดเป็น 16 ล้านพิกเซลพร้อมกับระบบ Laser Focus ที่เป็นเวอร์ชั่น 2.0 พร้อมกับ LED Flash 2 ดวง ที่ปรับปรุงรายละเอียดของของเมนูที่เข้าใจง่ายมากขึ้น ปรับ Maunal Mode และที่สำคัญคือมีระบบกันสั่น 4 แกนมองเลยทีเดียว ภาพรวมของการถ่ายภาพถือว่าเร่งให้แสงภาพกำลังดี และภาพออกมาดูแนวสว่าง แต่ถ้าคนชอบความละเอียดจะบอกว่ามันยังไม่ดีเท่าไหร่ ซึ่งจุดนี้ ASUS ต้องปรับปรุงต่อไป และการถ่ายวีดีโอ Full HD เลย

P_20160807_121457

P_20160815_123946_vHDR_Auto

P_20160810_183725_vHDR_Auto

P_20160808_183345_vHDR_Auto

(ตัวอย่างภาพจากกล้องหลังจาก ASUS Zenfone 3)

(วีดีโอจาก ASUS Zenfone 3)

zen3_fcam

ส่วนกล้องหน้ามีการเพิ่มขนาดเป็น 8 ล้านพิกเซลและมี Beauty Mode ปรับได้หลากหลายเหมือนกับ Zenfone 2 ทุกประการ

P_20160808_183422_BF

(ภาพถ่ายกล้องหน้า ASUS Zenfone 3)

ข้อดี

  • งานประกอบเครื่องสวยงาม
  • ประสิทธิภาพการทำงานดี
  • แบตเตอรี่ทน
  • ระบบเสียงจัดว่าดี
  • กล้องถ่ายภาพให้ลูกเล่นและออฟชั่นแน่น
  • มีหูฟัง Markshall แถมในรุ่น Limited Edition

ข้อควรปรับปรุง

  • ราคาหลายคนบ่นว่าสูง
  • คุณภาพของภาพ ถ้าแสงน้อยยังมี Noise
  • ตัวเครื่องไมีเป็นเอกลักษณะ

28973591051_ba82834397_z

สรุปภาพรวมของ ASUS Zenfone 3 จัดว่าเป็นมือถือที่มีการวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มราคาแต่ความสามารถมากขึ้นพอสมควร ด้วยราคาของ ASUS Zenfone 3 จะออกมาทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกันคือ

  • ASUS Zenfone 3 5.2 นิ้ว RAM 3GB และ ROM 32GB ราคา 11,990 บาท
  • ASUS Zenfone 3 5.5 นิ้ว RAM 4GB และ ROM 64GB ราคา 14,990 บาท
  • ASUS Zenfone 3 Limited Edition 5.5 นิ้ว RAM 4GB และ ROM 64GB ราคา 14,990 บาท (มีหูฟัง Marshall)

ถือว่าสูง แต่ถ้าต้องการมือถือที่เก่งกว่า Galaxy A 2016 ก็ไม่เลวนะครับ แต่ถ้าต้องการมากกว่านี้ ASUS Zenfone 3 Deluxe รอคุณอยู่ครับ แต่นี่ก็เป็นอีก Mid-End Smart Phone ที่น่าจับตามองและน่าสนใจอยู่ไม่น้อยถ้าดูยี่ห้อเป็นหลักนะครับ

Clip Review

Last modified: September 4, 2016