IT Review : Asus Zenfone 5(Intel)/Zenfone 5 LTE “จะเลือกแรงหรือ 4G ดีล่ะ”

Written by | IT Review

หลังจากปล่อยให้รอกันนานมากซึ่งผมยังเชื่อว่าความ Hot ของมือถือรุ่นนี้กับ ASUS Zenfone 5 ยังมีอีกนาน จนตอนนี้ได้ออกรุ่นใหม่กันเรียกว่า จ่ายเพิ่มอีก 2000 คุณจะได้เทคโนโลยี 4G มาไว้ในกำมือ ซึ่งมีคู่แข่งน่ากลัวอยู่ เอาล่าครั้งนี้มาดูกันว่า ทั้ง Zenfone 5 และ Zenfone 5 LTE จะเป็นอย่างไรมารีวิวกันเต็ม ๆ

รูปร่าง

ด้านหน้าเปลี่ยนแปลงของจอให้ให้เป็น 5 นิ้ว เพิ่มความละเอียดเป็น 1280X720 เรียกว่าคมชัดขึ้นกว่า Zenfone 4 พอสมควร และกล้องหน้าอัพเกรตเป็น 2 ล้านพิกเซล ส่วนที่เหลือ เหมือนเดิมกับ Zenfone 4

ด้านข้างตัวเครื่องยาวกว่า Zenfone 4 แต่ก็ยังวางตำแหน่งปุ่มเหมือนกัน โดยด้านขวาจะมีปุ่มกด Power และ ปรับระดับเสียง การแกะฝาหลังต้องเปิดทางขอบเครื่องด้านข้างซ้าย

ด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง

ด้านล่างมีช่องเสียบ Micro USB

ด้านหลัง เปลี่ยนแทบจำไม่ได้ โดยกล้องอัพเกรตเป็น 8 ล้านพิกเซล มาพร้อม LED Flash และ ลำโพงที่ยาวทั้งแทบ ส่วนโลโก้ Intel, Zenfone และ ASUS วางตำแหน่งเดียวกันหมด ฝาหลังมีหลายสีให้เลือก สามารถซื้อเพิ่มได้ที่ศูนย์บริการ ASUS นะครับ

ความแตกต่างจากรุ่น LTE นั้นมีเรื่องเดียวคือ โลโก้ Intel นั้นหายไป

เมื่อเปิดฝาหลัง จะไม่พบแบตเตอร์รี่ เนื่องจาก Build in ไปกับเครื่องความจุ 2110 mAh แต่จะเจอช่องใส่ซิม 2 ช่อง และ ช่องใส่ Micro SD นั่นเอง

ส่วนรุ่น LTE จะมีความแตกต่าง 1 เรื่องเท่านั้นคือ ช่องใส่ซิมการ์ดจะเหลือ 1 ช่องเท่านั้น

จากรูปร่างที่สัมผัสมานั้น ตัวเครื่องมีขนาดที่ใหญ่ เหมือนกับมือถือ 5 นิ้วทั่วไป เพียงแต่ว่าสิ่งที่น่าตกใจกว่าคือการเลือกวัสดุฝาหลังที่หนืดมือทำให้รู้สึกว่าสัมผัสได้ถึงตัวเครื่องว่าจะไม่หลุดมือ แต่แนะนำว่า ซื้อเคสใส่ดีกว่า และ ฝาหลังแกะยากสักเล็กน้อย

คะแนนรูปร่าง 4 : 5

เมื่อมือถือราคา 2990 บาท เรามาดูว่าสเปคที่ได้จะเป็นอย่างไรและน่าใช้แค่ไหน

Spec Model ASUS Zenfone 5 ASUS Zenfone 5 LTE
CPU Intel Atom Dual-core 1.6 GHz (Z2560) Qualcomm Snapdragon 400 M8926 Quadcore 1.2GHz
GPU PowerVR SGX544MP2 Adreno 305
RAM 1GB (ล็อตแรก) 2GB(ล็อตหลัง) 2GB
ความจำในตัว 8GB(ล็อตแรก), 16GB(ล็อตหลัง) 16GB
การเพิ่มความจำ Micro SD รองรับสูงสุด 64GB Micro SD รองรับสูงสุด 64GB
ความถี่ 2G GSM 850/900/1800/1900 Dual Sim GSM 850/900/1800/1900
ความถี่ 3G HSDPA 850/900/1900/2100 42.2/11.2 Mbps Dual Sim HSDPA 850/900/1900/2100 42.2/11.2
ความถี่ 4G ไม่รองรับ LTE 700/900/1800/2100/2600 Cat 4 150Mbps/50Mbps
WiFi 802.11 b/g/n/ 802.11 b/g/n/
Bluetooth V 4.0 V 4.0
Camera Front 2 ล้านพิกเซล | Back 8 ล้านพิกเซล Auto Focus LED Flash Front 2 ล้านพิกเซล | Back 8 ล้านพิกเซล Auto Focus LED Flash
Display 5 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 1280X720 5 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 1280X720
NFC No No
OS Android OS, v4.3 (Jelly Bean), upgradable to v4.4.2 (KitKat) Android 4.4.2(Kitkat)
Battery 2110 mAh ถอดเปลี่ยนไม่ได้ 2110 mAh ถอดเปลี่ยนไม่ได้
ราคา 5990 Bath 7990 Bath

ผลการทดสอบ Benchmark

แบบภาพรวม (Intel)

แบบภาพรวม (LTE)

เฉพาะกราฟฟิก (Intel)

เฉพาะกราฟฟิก (LTE)

ผลการทดสอบ Multi Touch ได้สูงสุด 10 จุด

จากที่สัมผัสถือว่าแรงขึ้นมากอยู่ แต่คะแนนก็ไม่ใช่เทพอะไรมาก อย่างน้อยสามารถเล่นเกมได้ลื่นทุกแบบ เพียงแต่ว่า ทำใจกับเรื่องแบตฯไว้ก่อนนก็ดีนะ แต่รุ่น LTE ซึ่งสเปคนั้นถ้าเทียบกันไปแล้วจะเท่ากับ Mid-End ราคาเป็นหมื่น ถือว่าลื่นไหลดีอาจจะมีกระตุกเล็กน้อยเมื่อเล่นเกมที่ใช้ประสิทธิภาพมาก (สังเกตคะแนน Intel เยอะกว่า Qualcomm เล็กน้อย)

ส่วนหน้าจอ แบบ TFT LCD ขนาด 5 นิ้ว ถือว่าการแสดงผทำได้ดี สู้แสงได้ดี และมีลูกเล่นทั้ง Read Mode ที่ช่วยปรับการแสดงผลให้อ่านตัวอักษรได้ดีขึ้น แต่การลดต้นทุนทำให้หน้าจอของ ASUS Zenfone 5/Zenfone 5 LTE นั้น กินไฟ

คะแนนประสิทธิภาพ 4.5 : 5

ลูกเล่น

ส่วนนี้ บางคนคิดว่าเอ๋เมื่อซีรีย์เดียวกัน ลูกเล่นจะเหมือนกันหรือเปล่า คำตอบคือภาพรวมเหมือนกัน ดังนี้ลูกเล่นส่วนใหญ่ดูได้จาก รีวิว Zenfone 4 ได้เลย

Camera

ดังนั้นส่วนที่จะข้ามมาก็จะเป็นเรื่องของกล้องดิจิตอลขนาด 8 ล้านพิกเซล พร้อม Auto Focus และให้ LED Flash ซึ่งกล้องตัวนี้ ASUS เรียกว่า Pixel Master ซึ่งคุ้นเคยกับ Zenfone 4 ที่สามารถเรียกความสว่างเพิ่มขึ้นโดยการเปิด HDR แต่สำหรับ Zenfone 5 ทั้ง 2 รุ่น จะมี Mode Auto ที่ทำให้การถ่ายภาพที่มีแสงน้อย หรือสถานที่มืด จะเรียกความสว่างของภาพให้สูงขึ้นทันทีทันใด และมี Mode ให้เลือกอีกมากมาย ส่วนการถ่าย Video สามารถทำได้ที่ความละเอียด 1920X1080 เรียกว่าเยอะพอสมควร และกล้องหน้ามีขนาด 2 ล้านพิกเซล แต่คั้งความละเอียดต่ำสุดที่ 1.6 ล้านพิกเซล




(ตัวอย่างภาพกล้องหลัง)

(ตัวอย่างการถ่าย Video จะตามมาที่หลัง)

Battery

ส่วนแบตเตอร์รี่ที่มีขนาด 2110 mAh เรียกว่าให้มาเยอะกว่า ASUS Zenfone 4 สเปคเดิม มากจนตกใจ แต่ข่าวร้ายที่ต้องแจ้งให้ทราบว่า ใครที่หวังจะใช้ข้ามวันทั้งหลาย ไม่ต้องทำนะครับ มันทำไม่ได้ เครื่องค่อนข้างกินไฟ แม้ Update Firmware แล้วก็ตาม แต่ก็ช่วยได้ไม่มาก เพียงแต่สามารถอยู่ได้ภายใน 1 วันถ้าใช้งานปกติ ไม่ได้เล่นเกมเยอะ

บทสรุปของ ASUS Zenfone 5

กลายเป็น Smart Phone ครองตำแหน่ง Smart Phone ที่ราคาไม่เกิน 6000 แต่ให้สเปคที่คุ้มค่าและใช้งานดี โดยเฉพาะ ROM ถึง 16GB ของล็อตหลัง ก็ยังทำให้ ASUS Zenfone 5 เป็นเครื่องที่ขายดี แต่หลายคนต้องตั้งคำถามว่าทำไมของขาดตลาดบ่อย ก็ไม่ต้องแปลกใจแต่อย่างใด สำหรับสีที่เข้ามาจำหน่ายมีแค่สีแดง สีขาว สีทอง และ สีดำ ซึ่งสีแดงนั้นหายาก (ถ้าไม่พอใจสีฝาหลัง ก็สามารถซื้อฝาหลังใหม่ได้ที่ศูนย์ ASUS ล่ะกัน) การใช้งานทั่วไปนั้นตอบสนองได้ดี จอไม่เพี้ยนแล้ว และตอบสนองได้ดีผิดกับล้อตแรก แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ CPU Intel และหน้าจอ TFT LCD ที่กินไฟ แต่ให้แสดงผลที่ดีก็ตาม ที่สำคัญตอนนี้ ASUS Zenfone 5 เปิดทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ต้องการความแรงที่มาพร้อมกับความทันสมัยกับรุ่น 4G LTE ซึ่งมีความน่าสนใจไม่น้อย

สำหรับราคา 5990 ถ้ามองข้ามข้อเสียเล็กน้อยก็น่ามองที่สุดในกลุ่ม เพียงแต่ต้องห้ามนำไปเทียบกับรุ่นที่สูงกว่าทั้งนั้น คุณจะมีความสุขกับมันมากมายครับ ส่วนรุ่น LTE นั้นราคาอยู่ที่ 7990 ซึ่งจะเป็นคู่ที่ต้องเปรียบเทียบกับ Benq F5 ซึ่งมีราคาเปิดตัวที่เท่ากัน ซึ่งน่าเสียดายผมยังไม่มีโอกาสได้รีวิวมือถือรุ่นนี้ แต่ที่เล่นเบา ๆ ในงาน Thailand Mobile Expo นั้นถือว่าตอบสนองได้ดี

ข้อดี/ข้อควรปรับปรุง

ข้อดี
+ สเปคคุ้มราคา
+ การทำงานของกล้องไว
+ จอภาพคมชัดดี
+ ให้แบตเตอร์รี่ใหญ่

ข้อควรปรับปรุง

– เครื่องมีอัตราการกินไฟน่าเป็นห่วง
– การลดต้นทุนทำให้จอเปราะบาง
– เครื่องดี แต่เข้ามาน้อย ต้องขยันทำการบ้านถ้าอยากได้มัน

ปิดท้ายด้วยคลิปรีวิว ซึ่งจะเป็นรุ่น Zenfone 5

Intel


LTE

งวดนี้ไม่มีขอบคุณ ASUS Thailand เพราะเนื่องจากต้องขอบคุณ คุณลุง + คุณแม่ของผมเองที่ให้กระทำชำเรากับมือถือ 2 รุ่นนี้

Last modified: June 22, 2016