IT Review : LG G3 “ใครว่า เรือธงจะต้องใช้ยาก”

Written by | IT Review, บทความ

หลังจากปล่อยให้หลายค่ายปล่อยอาวุธกินยอดขายกันสนุกสนาน อันที่จริงแล้ว LG ก็มีอาวุธที่ดีอย่าง LG G2 อยู่แล้ว เพียงแต่ว่า มันยังไม่เพียงพอจึงได้เสริมความเก่งกาจ ของ G Series ใหม่ จนได้ LG G3 เรามาดูกันว่า เมื่อใช้งานจริงและดูรูปร่างต่าง ๆ LG G3 จะเป็นตัวที่เก่งที่สุดและดีที่สุดดังที่เขากล่าวถึงหรือไม่

รูปร่าง

ด้านหน้า มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยได้หน้าจอขนาด 5.5 นิ้วที่มีขอบที่บางกว่า LG G2 และก็มีไฟ LED บอกสถานะ พร้อมกล้องขนาด 2.1 ล้านพิกเซล ปุ่มกดด้านล่างไม่มี จนกว่าจะเปิดเครื่อง และมีโลโก้ LG การวางทุกอย่างเหมือน LG G2 แต่ใหญ่ขึ้น กว่าเดิมเล็กน้ยอ

ด้านข้าง ไม่มีอะไรทั้ง 2 ฝั่ง เหมือน LG G2 แต่สังเกตให้ดีว่าเครื่องจะโค้งมนขึ้น

ด้านบน มีแค่ IR สำหรับใช้ Quick Remote

ด้านล่าง มีช่องเสียบ Micro USB และ ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

ด้านหลัง ยังคงเหมือน LG G2 ที่ให้กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล และมีการเพิ่ม Dual LED Flash และ Laser Focus นอกจากนี้ ปุ่ม Rear Key ยังออกแบบให้กดได้ง่ายและเป็นมิตรกับมือมากขึ้น ผิวสัมผัส ด้านหลังเป็นแบบ Metallic Skin และมีลำโพงขนาด 1 Watt พร้อม Amp ให้เสียงดังกว่าเดิม

เมื่อแกะฝาหลัง จะพบกับแบตเตอร์รี่ขนาด 3000 mAh SiO+ พร้อมช่องใส่ซิมและ Micro SD ออกแบบเหมือนเพื่อนร่วมชาติไม่มีผิด

จากที่ได้สัมผัส กับตัวเครื่องว่ามีความจับกระชับมือและกตัวเครื่องมีความโค้งมนทำให้การจับนั้นง่ายเมื่อยู่บนอุ้งมือ แต่ถ้าจับด้านหลังเพียวอาจจะลื่นไปเพราะผิวสัมผัสที่คล้ายกับโลหะ นั่นเอง อย่างไรก็ดี ถ้าอยากใส่ Quick Circle Case ต้องยอมแกะฝาหลังออกนะครับ

คะแนนรูปร่าง 5:5

ประสิทธิภาพ

เนื่องจากเป็นรุ่นท็อป ประสิทธิภาพจะต้องไม่ธรรมดา มาดูว่า LG G3 จะให้อะไรที่มีประสิทธิภาพกับเราได้มากน้อยแค่ไหน

Spec Model LG G3
CPU Qualcomm Snapdragon 801 2.5GHz Quadcore Krait 400
GPU Adreno 330
RAM 2GB
ความจำในตัว 16GB
การเพิ่มความจำ Micro SD รองรับสูงสุด 128GB
ความถี่ 2G GSM 850 / 900 / 1800 / 1900
ความถี่ 3G HSDPA 850 / 900 / 1900 / 2100 42.2/11.2 Mbps
ความถี่ 4G LTE 800 / 900 / 1800 / 2100 / 2600 cat4 50Mbps
WiFi 802.11 b/g/n/ac Dual Band
Bluetooth V 4.0
Camera Front 2.1 ล้านพิกเซล | Back 13 ล้านพิกเซล Auto Focus Dual LED Flash Laser Focus
Display 5.5 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 2560X1440
NFC Yes
OS Android 4.4.2
FM Radio Yes
ระบบเสียง ลำโพง 1 ลูก With AMP 1.5 Watt และระบบเสียงแบบ 24bit
ความปลอดภัย Knock Code
Battery 3000 mAh SiO+
ราคา 20990 Bath

ผลการทดสอบ Benchmark

แบบภาพรวม

เฉพาะกราฟฟิก

ผลการทดสอบ Multi Touch ได้สูงสุด 10 จุด

แม้คะแนนจะไม่ได้สูงแต่การใช้งานถือว่าลื่นไหลการเล่นเกมถือว่ากำลังดีและการแสดงผลนั้นถือว่าชัด ส่วนหนึ่งที่ทำให้คะแนนไม่สูง นอกจากสเปคที่ให้น้อยกว่า OPPO Find7 แล้ว ยังคงเป็นเรื่องการให้ความสำคัญของความคมของหน้าจอมากเกินไปนั่นเอง แต่ดันจัดการ RAM เก่งกว่า

ส่วนหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว IPS LCD ความละเอียดชัดหลุดโลก 2560X1440 เรียกว่าไม่ได้แพ้คู่แข่งและการให้สีที่ดูธรรมชาติมากกว่าจัดจ้าน บางคนบอกว่าซี้ดไป ผมว่าไม่ได้ซีดมาก นอกจากนี้เรื่องที่เป็นเส้นนั้น ผมไม่เจอ แต่จอให้ความละเอียดมากเกินไปสักหน่อย สมจริงเกินไปด้วยซ้ำ แต่นับว่าเป็นเรื่องดี

คะแนนประสิทธิภาพ 4.5:5

ลูกเล่น

UI/Hi-Light Feature

LG GUI

สำหรับการเปลี่ยนแปลงของหน้าจอ UI นั้นมีการทำให้ icon ดู Flat และเรียบง่าย จริง ๆ แล้วมีมิติ ส่วน Notification นั้นแม้จะคงเดิมแต่มีการเปลี่ยนแปลงการแสดงผลอย่างดี นอกจากนี้หากเลื่อนไปที่ G จะเจอ LG Health ที่ช่วยในการนับก้าว และก็ Smart Tip เช่นกัน

ถ้าสังเกตส่วนหน้าจอจะมี Smart Notice ที่แจ้งเตือนจิปะถะ แม้กระทั่งอากาศที่คอยเตือนตลอดเวลาเช่นเดียวกัน

Smart Keyboard

เป็นลูกเล่นที่ทำให้ Keyboard นั้นมีความฉลาดในเรื่องการปรับตั้งความสูงและมุมมองการมองที่สามารถมองได้ในลักษณะแบบตรงได้ และลดการผิดพลาดด้วยการให้ปุ่มกดนั้นใหญ่กว่าขึ้น ซึ่งใหญ่กว่า LG รุ่นปกติพอสมควร แต่ที่จริงก็ยังมีพิมพ์ผิดอยู่นิด ๆ

Quick Circle Case

ลูกเล่นของ Quick Circle Case นอกจากเมื่อปิดหน้าจอแล้วจะมีไฟ LED วิ่งรอบจอวงกลมแล้ว ยังสามารถสั่งงานได้ตั้งแต่หาการโทรล่าสุด เช็คข้อความ เปิดเพลง เปิดกล้องถ่ายรูป ตั้งค่านาฬิกา ถ้าคิดว่ายังไม่พอ สามารถตั้งค่าผ่าน Setting ในเครื่องได้เช่นกัน ถือว่าเป็นเคสที่กันหน้าจอได้ดี ยังดูหรูหราอีกด้วย ซึ่งจุดเด่นของเคสที่ได้มานี้คือรองรับระบบ Wireless Charging ได้ด้วย

LG Health

ลูกเล่นสำหรับการนับก้าว ซึ่ง LG สามารถนับได้โดยจับพิกัด GPS และการเคลื่อนไหวของเครื่อง ตีออกมาเป็นระยะทาง จำนวนก้าวและการเผาพลาน ซึ่งสามารถนับผลได้หลายวันรวมกัน ที่จริงแล้วไม่ได้แปลกจากยี่ห้ออื่น ถ้าใช้กับ LG G Watch คงจะไม่เลว เพียงแต่ LG G Watch ไม่จำหน่ายในประเทศไทย

Content Lock

ลูกเล่นเพื่อสำหรับการจัดเก็บสิ่งที่เราไม่ต้องการให้เปิด เช่น File ต่าง ๆ ที่อยู่ใน Gallery ดูเหมือนสะดวกดี แต่ผมว่าแค่ Knock Code ก็น่าจะเพียงพอแล้วล่ะ

นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นเช่น Knock Code ที่ทำงานร่วมกับการ Knock On ได้เช่นเดียวกัน Voice Mate และ Q Slide และสามารถใช้งานแบบ Multi Window ได้เช่นกัน ที่สังเกตคือ พึ่งจะมี Multi Window นะ LG และ Guest Mode , Quick Remote สำหรับการสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้า LG ยังติดให้มาเช่นเดียว

Entertain

เรื่องความบันเทิงสำหรับ LG G3 นั้นจัดเต็มพิกัด เริ่มจาก Music ที่การปรับ EQ นั้นแม้จะธรรมดา แต่เรียบง่าย ส่วนเสียงที่ออกมาทั้งลำโพงขนาด 1 Watt พร้อม Ampdifier ซึ่งทำให้พลังเสียงดูทรงพลัง ส่วนการเสียบหูฟังนั้น ด้วยระบบเสียงที่ยังใช้แบบเดียวกับ LG G2 แบบ 24 bit ทำให้เสียงออกมาดูทรงพลังโดยไม่ต้องปรับอะไรเลย จุดเด่นที่ โทรศัพท์ราคาช่วง 2 หมื่นที่ทำไม่ได้คือ FM Radio ยังมีให้ และสามารถลบออกได้ด้วย นอกจากนี้ Video นั้นการแสดงผลผ่านหน้าจอ Quad HD นั้นให้สิ่งที่ดีและชัดเจนมาก และยังมี LG World ไว้สำหรับโหลด Apps และ Theme ของเครื่องได้เช่นกัน

Organizer/Tools

ส่วนเครื่องมีการจดจำระดับเครื่องตัวท็อปแบบนี้ยังคงให้ปฏิทิน และการจดจำสิ่งที่ต้องทำมาเช่นเคย นอกเหนือจากที่บอกไปในเครื่องมือเช่น Voice Mate ระบบสั่งงานด้วยเสียง หรือจะเป็น Quick Remote ก็ดี แต่ อีกส่วนที่ LG ยังคงให้คือ Quick Memo ที่ช่วยในการจดเบอร์โทรฯ หรือสิ่งที่เป็นข้อความสั้น เพื่อให้เราใส่ข้อมูลได้ เพียงแต่ว่าต้องอ่านลายมือตัวเองให้ออกนะ ถ้าคิดว่า Quick Memo ยังไม่เพียงพอ LG ยังเสริมด้วย Quick Memo Plus ที่สามารถตอบสนองเรื่องการจดต่อได้ดีเช่นเคย นอกนั้นก็มีเครื่องคิดเลข และ เครื่องอัดเสียง เหมือนเดิม

Camera

สำหรับกล้องของ LG G3 นั้นยังคงใช้ขนาด 13 ล้านพิกเซล พร้อม Auto Focus และมีตัวช่วยคือ Laser Focus ซึ่งทำให้การโฟกัสนั้นไวระดับไม่ถึง 1 วินาที ซึ่งมีลูกเล่นมากมายทั้ง Magic Focus ที่สามารถทำหน้าชัดหนักเบลอได้ แต่ต้องตั้งอยู่ในระยะที่ถูกต้อง ลูกเล่นตัวกล้องเน้นความง่าย เพราะสามารถแตะแล้วถ่ายแบบ Touch and Shot ก็ได้ ยังรองรับ Dual Camera อีกคำถามคือถ่ายกลางคืน ทำได้ดีมาก แต่การปรับแต่งไม่ได้เยอะเท่าไหร่ ส่วนการถ่าย Video นั้นทำได้ที่ความละเอียดแบบ 4K แต่ได้เพียง 5 นาที ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล ถ่าย Video ได้สูงสุดถึง 1080P พร้อมลูกเล่นทั้งเพิ่มความสว่างเวลาถ่ายรูป Selfie และ การถ่าย Selfie แค่กำและแบโดยไม่ต้องกดปุ่ม Shutter แต่อย่างใด




(ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลัง)

(ตัวอย่างการถ่าย Video Full HD)

Battery

สำหรับแบตเตอร์รี่ของ LG G3 นั้นมีขนาดเท่ากับ LG G2 คือ 3000 mAh แม้หน้าจอจะใหญ่ขึ้นแต่การใช้พลังงานยังไม่ได้มาก เพราะมีระบบการจัดการพลังงานที่ดี ทำให้เมื่อเทียบกันไปแล้ว LG G3 มีอัตราการกินไฟเมื่อใช้งานเต็มที่ ไม่ต่างกับ Samsung Galaxy S5 (เอาง่ายว่าทนกว่า OPPO Find 7 อยู่พอสมควรเลยล่ะ)

บทสรุปของ LG G3

เป็นรุ่นท็อปที่มีราคาอยู่กลาง และก็มีลูกเล่นที่เน้นการใช้งานจริงมากกว่า ให้มาฟุ้มเฟือย โดยใช้ความเรียบง่ายทำให้ LG G3 นั้นเป็น Smart Phone ที่ใช้งานง่ายและมีวัสดุที่ดีเช่นเดียวกัน เพียงแต่หลายคนจะผิดหวังกับสเปคที่คิดว่าต้องสูกับคู่แข่งตัวสำคัญอย่าง OPPO Find 7 ที่ต่างกันแค่ RAM กับความจริง ที่จริงนั้น เมื่อใช้งานจริง แม้ RAM ของ LG G3 จะน้อยกว่า แต่ให้ความลื่นไหลไม่ต่างกัน

กับราคา 20990 ซึ่งแพงกว่า OPPO และถูกกว่าหลาย ๆ ตัวเมื่อเทียบสิ่งที่ได้มาถือว่ายังคุ้มค่าทั้งจอ 2K แบตฯ 3000 mAh รองรับ 4G และอื่น ๆ อีกมากมาย ได้จบในเครื่องเดียว แต่คนที่จองคนแรก ๆ คงฟินเพราะอุปกรณ์เสริมที่มากมาย เช่น Quick Circle Case และ Wireless Charging เป็นต้น สิ่งที่รอคำตอบคือ นิยามคำเรียบง่ายขอบคุณจะตรงใจกับ LG G3 หรือมไม่ อันนี้ต้องลองเองที่ตัวแทนจำหน่ายนะครับ

ข้อดี/ข้อควรปรับปรุง

ข้อดี
+ ตัวเครื่องออกแบบมาดี
+ ลำโพงเสียงดีมาก
+ กล้องแก้ปัญหาเดิมได้หมด
+ แบตฯถือว่าทนดี
+ หน้าจอดูดีเป็นธรรมชาติ
+ สเปคที่ให้มาครบแล้ว

ข้อควรปรับปรุง
– RAM ไม่ใช่ 3GB
– ความจำในตัวน้อยไป
– ลูกเล่นของกล้องไม่มีให้ปรับสักเท่าไหร่

ปิดท้ายด้วยคลิปรีวิว

ขอบคุณ LG G3 โดย

LG Thailand

Last modified: June 22, 2016