IT Review : Samsung Galaxy Note 2 “เมื่อกระดาษ Note ถูกขยายใหญ่ พร้อมกับ S Pen ที่หนักแน่นกว่าเดิม อะไรจะเกิดขึ้น”

Written by | IT Review, บทความ


หลายคนคงจำ Samsung Galaxy Note รุ่นแรกได้อย่างดี เพราะแค่รุ่นแรกก็สามารถนำไปใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์มากกับปากกา S Pen และเมื่อ Android เข้าสู่ยุคของ Android 4.1 Samsung ก็เลงเห็นว่าการที่ Note 1 ขายดีมาก ก็เลยต้องมีการพัฒนา จนออกมาเป็น Note 2 ที่เห็นอยู่นี่เอง

สำหรับ Galaxy Note 2 นั้น อาจจะเรียกรีวิวนี้ได้ว่า มหากาฬอีกครั้งก็ว่าได้ เพราะว่า แม้ส่วนแรก ๆ นั้นจะน้อย แต่สำหรับสุดท้ายของมันนั้นมันไม่ธรรมดาแน่นอน งั้นเราไปหาคำตอบด้วยกันดีกว่า

Design

สำหรับด้านหน้าเครื่องนั้นคุณจะพบกับหน้าจอขนาดจัมโบ้ อย่าง 5.5 นิ้ว ที่มีความละเอียด 1280×720 เท่านั้น มาพร้อมกับจอ Super HD AMOLED Plus ที่สังเกตให้ดีว่าลดความกว้างลง แต่จอกลับสูงขึ้น แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนกับ iPhone 5 แต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีกล้องหน้าขนาด 1.9 ล้านพิกเซล และ เซนเซอร์ต่าง ๆ ที่อยู่ด้านบน และด้านล่างนั้นก็มีปุ่ม Option Home Back นั้นเอง


ด้านข้าง เริ่มจากซ้ายก่อน จะมีปุ่มปรับระดับเสียงที่ยังอยู่ตำแหน่งเดิมที่ใช้ได้ง่าย และมีการใช้สีเงินมาประกอบ ส่วนด้านขวานั้น เป็นปุ่ม Power ที่มีการลดระดับปุ่มลงมาจากรุ่นเดิม ทำให้รู้สึกกดง่ายขึ้นอย่างยิ่ง


ด้านบน มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 mm และไมค์ตัวที่ 2 ส่วนด้านล่าง มีช่อง MicroUSB พร้อมกับไมค์ตัวแรก และที่คุณจะเห็นช่องที่มีการตัดว้าว นั้นคือ ปากกา S Pen ครับ

ด้านหลังมีกล้องขนาด 8 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash และก็มาพร้อมกับลำโพงที่วางตำแหน่งคล้ายกับรุ่นเดิม

ส่วนการดึงปากกา S Pen ก็มียาก ดึงง่าย ๆ ออกมาแบบที่เห็น

รายละเอียดของ S Pen นั้นใหญ่ขึ้นกว่าเดิมชัดเจนจึงทำให้สามารถจับได้ดีกว่าเดิมแน่นอน นอกจากนี้ มีปุ่มให้กดเล่นเหมือนเดิม

ภาพรวมจากการออกแบบ ถือว่าถ้าจับจริง ๆ มันก็คือ S3 ที่ใครเอาไปสูบลมประมาณนั้น แต่ถ้าแฟน ๆ Note ตัวจริง จะรู้ได้ชัดเจนว่า มันมีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก แน่นอนเพราะการออกแบบ Theme ตอนนี้ Samsung เขาต้องการให้ SmartPhone เข้าถึงตัวผู้ใช้นี่แหล่ะ แม้ผมว่ามันจะดีในเรื่องการออกแบบและการจับก็ตาม แต่ข้อเสียนั้นคือ ฝาหลังที่คงเอกลักษณ์ในการปิดที่ยากเย็นเหลือเกิน และก็ทำจากพลาสติกเช่นเคยซึ่งผมมองว่า ถ้าเอาวัสดุที่ดีกว่านี้ ก็ดีกว่านะ แต่ถ้ามันแลกกับการที่ต้องแพงขึ้นกว่าเดิมจะไหวเหรอ
Performance

ก่อนอื่นเราต้องมาดสเปคคร่าว ๆ กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

CPU:Exynos 4412 Quadcore CPU 1.6GHz
GPU:Mail 400 MP
RAM: 2GB
Internal Storage: 16/32/64GB ในไทยมีเพียง 16GB
External Storage: MicroSD รองรับได้สูงสุด 64GB
WiFi: 802.11 b/g/n
Bluetooth: 4.0 EDR
NFC: Yes
Display: 5.5 นิ้ว Super AMOLED ความละเอียด 1280X720
GSM/WCDMA: 850/1900/1800(2G)/2100 DL 21 Mbps UL 5.76 Mbps
Camera: กล้องหน้า 1.9 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล พร้อม Auto Focus และ LED Flash
OS: Android 4.1

สเปคนั้นถือว่าจี้ดมาก คะแนนออกมาจะเป็นอย่างไร ติตตามกันต่อเลย

Quadrant Stadard

Antutu

An3dBench

An3dBench XL

Nenamark 1

Nenamark 2

การทดสอบ Multi Touch

จากการทดสอบนั้นออกมาแบบนี้ ไม่ต้องสงสัยว่า เล่นเกมนั้นลื่นมาก ๆ แต่แม้ตัวเลขนั้นถ้าดูกับรุ่นก่อนหน้าที่ได้รีวิวนั้น จะด้อยกว่านิดนึง แต่ไม่ใช่สาระสำคัญอะไรมาก ที่รู้คือมันลื่นแบบไม่รู้จะหาคำอะไรมาเปรียบแล้วตามที อีกส่วนที่ผมคิดว่ามันทำได้ขนาดนี้ นอกจากสเปคทรงพลัง คงได้ Android 4.1 เข้ามาด้วยนี่แหล่ะ

ส่วนเรื่องของการแสดงผลนั้น กับจอ Super AMOLED ที่ไม่เป็นแบบ Pentile มายุ่งเกี่ยวนั้น ก็ให้ความสว่างและสดใส่ของสีดีกว่า แต่เวลาถ่ายด้วยกล้องมันจะเป็นคลื่น ๆ เล็กน้อย ซึ่งไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร อาจจะเป็นที่เครื่องนี้เป็น Pre-Lunch ก็เป็นได้

Feature

Touch Wiz Nature UX

อันนี้คงไม่อธิบายอะไรมากกับ UI เพราะหน้าตานั้น ใครเคยเห็น Galaxy S3 คงคุ้นชินกับมัน เพียงแต่ว่า มีเมนูในรูปบนนี้เมื่อดึงปากกาออกมา ซึ่งอำนวยความสะดวกในการเลือกจดอย่างมาก

เมื่อดึงปากกา S Pen มันจะปรากฏเมนูอีกอันขึ้นมา ซึ่งเรียกได้ว่า ตอบโจทย์ดี นอกจากนี้ ก็ยังแสดง S Note POPUP ให้ได้ใช้กันไปเลย (ถ้าอยู่หน้าหลักนะ) และส่วนนี้แม้โทรอยู่ ก็สามารถดึงปากกมาจดเบอร์หรือข้อมูลได้อีกด้วยนะจะบอกให้

นอกจากนี้ หากปิดหน้าจอ เราสามารถ Preview ปริมาณแบตฯ จำนวน Miss Call และ Message ที่เข้าได้ด้วยเพียงแค่ลูบและส่งพลังจิต (เขาว่างั้น) มันคือฟีเจอร์ที่ชื่อว่า Quick glance



Quick Command ที่ไว้เขียนเพื่อให้ Note 2 สามารถทำคำสั่งอะไรออกมาที่เราต้องการ และยังสามารถเพิ่มเติมเองได้ด้วย อะไรจะเจ๋งขนาดนั้น

Air View

ประโยชน์ตรงนี้เกิดจากเพียงแค่นำปากกาไปชี้ แต่ไม่ต้องจิ้ม ลงไปที่จอ เช่น Email, Album, ตารางนัดหมายผ่าน S Planner รวมทั้ง VDO ที่ไม่ผ่าน Youtube ก็สามารถเห็นข้อมูลภายในได้โดยไม่ต้องกด ถือว่าเป็นอีกเครื่องมือที่เรียกได้ว่า อเนกประสงค์ (ทั้งหมดที่เล่ามา เดี๋ยวมีเล่าต่อในคลิปแน่นอน)

S Pen Keeper

ฟีเจอร์นี้ไม่เล่าไม่ได้ เพราะเป็นการให้เครื่องตรวจ S Pen หากดึงออกจากช่องแล้วเครื่องมีการเคลื่อนไหวไปเลย ระบบจะมีการร้องเพื่อให้เจ้าของหา S Pen อันที่จริง ควรจะมีตั้งแต่แรกนะ

Information Ticker

ส่วนนี้คือแม้คุณอยู่หน้า Lock Screen คุณก็สามารถรู้เรื่องข่าวสาร สภาพอากาศ หรือแม้กระทั่งความเคลื่อนไหวของ Facebook เสียดายที่น่าจะมี Twitter นะ

นอกนั้นฟีเจอร์ที่เหลือทั้งการสั่งงานด้วยเสียง Smart Stay และอื่น ๆ มีหมด แต่ถ้าอยากรู้การทำงาน ดูในคลิปท้ายรีวิวนะครับ

Cretive

ในส่วนนีั Note 2 ก็จัดเต็มมาให้ครั้งนี้มากกว่ารุ่นอื่น ๆ มีอะไรบ้าง ไปดูกัน

S Note ครั้งนี้เก่งกล้ากว่าเดิม เพราะแม้จะมีทุกอย่างคล้ายเดิม แต่การที่ตัวปากกาสามารถจดจำสีได้ 5 สีเปลี่ยนสีด้วยการกดที่ตัวปากกา นอกจากนี้ยังเปลี่ยนภู่กันได้แม้จะกด แต่เราต้องเลือกก่อนนะ เออเจ๋งดี

Idea Sketch สำหรับใครที่วาดไม่เก่งในส่วนนี้ช่วยคุณวาดได้อย่างสนุกขึ้น เพราะแค่เขียนไปมันก็วาดให้คุณได้ด้วย อะไรจะดีขนาดนั้น นอกจากนี้คุณสามารถให้มันจำรูปที่คุณวาดว่าเป็นอะไรก็ได้อีกด้วย เจ๋งดีแฮะ

Picture Artish อีกโปรแกรมที่ถูกใส่ใน Galaxy Note 2 โปรแกรมนี้ง่าย ๆ เป็นโปรแกรมถ่ายรูป แต่ทว่าที่ไม่ธรรมดาคือ มันสามารถถ่ายออกมาเหมือนกับคนวาดภาพได้เลย และสามารถแต่งได้เพิ่มเติมตามที่เราต้องการได้อีก แต่ข่าวร้าย โปรแกรมนี้ต้องซื้อ ถ้าไม่ซื้อ ใช้ได้ 30 วันนะ ถ้าเป็นเครื่องอื่น ๆ

Gallery


สำหรับ Gallery นั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงตามขนาดที่หน้าจอใหญ่ขึ้น โดยมีรูปแบบการแสดงผลได้ 3 แบบที่เห็น

นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ความสามารถของ Note เขียนข้อความหลังรูปได้ด้วย

Organizer

ในส่วนนี้ Samsung จัดเต็ม เช่นเคย

S Voice โปรแกรมสั่งเสียง ที่เพิ่มเติมฟีเจอร์ และการโต้ตอบที่ดีกว่าเดิมจนไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เขาช่างกล้าที่จะทำแบบนี้ได้ แต่หากไม่พอใจว่าภาษาอังกฤษ คุณไม่แข็งแรง เพียงดึง S Pen ออกมา ก็เขียนสั่งมันได้เลย

S Planner ตารางจด แม้ไม่มีอะไรแต่คุณสามารถเขียนนัดหมายหรือ Note ใส่หน้าจอได้เลย อะไรจะดีขนาดนั้น นอกจากนี้ที่เล่าไปเบื่้องต้นคือ สามารถนำปากกาชี้เฉย ๆ ข้อมูลก็แสดงขึ้นมาแล้ว เจ๋งดีใช่ไหมล่ะ

Web Browser


ความแตกต่างจากเดิมที่ไม่เคยปรากฏคือ ถ้าเราเรียกเป็น Link สามารถให้แสดงผลได้ 2 แบบคือ เลือกเป็น POPUP Browser หรือ เป็นตัว Browser ไปเลยก็ได้

นอกนั้น เครื่องคิดเลขก็สามารถตั้งให้ใช้แบบมือเดียวได้ และมีเครื่องอัดเสียงให้ได้ใช้งานกัน

Entertain

การให้ความบันเทิงนั้น ค่อนข้างจบเร็ว เพราไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยกของ S3 มาอย่าว่ากันนะครับ

นอกจากนี้การเปิด VDO นั้นยังสามารถให้ VDO แสดงที่ไหนก็ได้ แต่ต้องเป็น File ที่อยู่ในเครื่องเรานะ ถ้า Youtube อดจ้า


เรื่องเพลงก็ยังไม่ทิ้ง ให้เสียงที่ดีเช่นเคย นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นที่แปลก ๆ เช่น Sound Alive Sound Alive คือการตั้งค่งของระบบเสียงที่เรากำหนดเองได้ และก็ตั้งได้สาระพันแบบ

แต่ที่เพิ่มเติมคือ ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่ดูฉลาด แต่สั่งได้เพียง เล่นเพลง หยุดเพลง เปลี่ยนเปลงไปหน้า หรือ หลัง และ ปรับเสียงดัง และค่อย เท่านั้น นอกนั้น เปลี่ยนด้วยมือนะ

Camera

สำหรับกล้องนั้น ให้มา 8 ล้าน ส่วน UI ก็อย่างที่เห็น ความพิเศษคือ การเปิดปิดเสียงพูดถ่ายรูปแทนการกด มันมารวมอยู่ในนี้แล้ว ไม่ต้องเข้า Setting แต่มีลูกเล่นที่แปลกกว่าใครคือ

Best Face เป็นฟีเจอร์ที่หาหน้าคนที่ดีที่สุด เรียกง่าย ๆ มันถ่ายภาพมา 5 ภาพ สามารถเปลี่ยนคนได้ โดยที่คนอื่นที่เราไม่ได้เลือกนั้น ก็จะไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด นอกจากเหมือน S3
(ตัวอย่างภาพ)



ส่วนการถ่ายจากกล้องหน้าขนาด 1.9 ล้าน เท่า S3

ส่วนการถ่ายVDO ด้วยกล้องหลังให้ความละเอียดเท่า S3 เลยคือ FULL HD
(ตัวอย่าง VDO)

Battery

สำหรับ Note 2 นั้นให้แบตฯใหญ่กว่าเดิม ถึง 3100 mAh ซึ่งกลายเป็น SmartPhone ทั้งคลองตำแหน่งใหญ่ที่สุดและแบตฯใหญ่ที่สุดที่เคยเจอ(ไม่นับ Tablet นะ) การใช้งานนั้นเมื่อใช้งานใน 1 วันนั้นต่อให้เล่นหนักก็สามารถอยู่ได้ 1 วันสบาย แต่การข้ามวันนั้น ต้องคิดอีกทีเพราะองค์ประกอบของมันเป็นตัวดูดแบตฯได้ง่ายเหมือนกันนะ

++สรุป มันคือ S3 ติดปากกา S Pen และสูบลมให้ใหญ่ขึ้น กับฟีเจอร์ที่เก่งกว่าเดิม จะมีอะไรลงตัวกว่านี้ไหมนะ++

เวลาอันสั้นมากที่ได้ลองสุดยอด Tab Phone ตัวต่อยอดจาก Samsung อย่าง Galaxy Note2 ที่เรียกได้ว่าเปลี่ยนแปลงจากเดิม มากพอตัว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือว่าทำให้มันน่าคบกว่ารุ่นแรกโดยสิ้นเชิง เช่น ฟีเจอร์ที่เด็ด ๆ อย่างการมีปากกา S Pen ที่ทำอะไรได้มากกว่าเดิม รวมทั้งลูกเล่นจาก S3 ที่เรียกได้ว่าประเคนเข้ามาแทบจะหมดทุกอนู ทำให้มันเติมเต็มความสมบูรณ์แบบไปอีกขั้นเลยก็ว่าได้ ทำให้ผมรู้สึกว่าเป็น SmartPhone อีกรุ่นที่หาข้อเสียได้ยากเอาการ แต่ตอนนี้คงสรุปได้แล้ว ซึ่งต้องติดตามในส่วนถัดไป แต่คำนิยามกับเจ้า TabPhone ราคา 22900 ที่แพงกว่า Galaxy S3 และ Galaxy Note 10.1 เพียง 1000 สำหรับคนที่คิดไม่ออกว่าจะเลือกอะไรดี ผมมีคำตอบให้คุณดังนี้
1.ถ้าคิดว่าคุณอยากได้ Tablet และโทรได้ >> Note 10.1
2.ถ้าคิดว่าอะไรที่ใหญ่เกิน 5 นิ้ว มันคือสิ่งที่ใหญ่ไปสำหรับคุณ และคุณเน้นเรื่องการโทรมากกว่าที่จะใช้จดสมุด Note >> S3
3.ถ้าคิดว่าไม่แคร์กับขนาดต้องการ SmartPhone แบบลูกผสมที่พร้อมคุณสมบัติ เดินไปไหนไม่อายใคร >> Note2

คุณเป็นกลุ่มไหน ลองเลือกดูแต่ในนาทีนี้ยังไงก็ต้องยกให้ในตำแหน่งคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปให้มันอยู่นะ

ข้อดี/ข้อเสีย
ข้อดี
+สเปคเทพ ยังแรงดีอยู่
+เสียงจากลำโพงชัดดีและดังมาก
+จอใหญ่ และลดความกว้างทำให้จับได้ดีขึ้น และให้สีที่ดี
+ตัวเครื่้องเหมาะมือมากขึ้นกว่าเดิม
+ของเล่นเยอะตั้งแต่ Quick Glande S Pen S Note ฯลฯ
+S Pen คล่อยตัวและเขียนได้สวยงามมากกว่าเดิม
+กล้องทำงานไวดี(แน่ละ มันตัวเดียวกับ S3)
+น้ำหนักไม่มากมาย ใส่กระเป๋าไม่ตุงแน่นอน
+แบตฯใหญ่ขึ้นกว่าเดิมครั้งนี้ถ้าใช้ดี ๆ อยู่ได้นาน
+ให้ Android 4.1 มาจากโรงงานเลยนะ
ข้อเสีย
-วัสดุอยากให้มันดีกว่านี้หน่อย รู้สึกว่าพลาสติกทั้งตัว
-หน้าจอกินไฟไปนิด
-การถ่าย VDO เก็บเสียงไม่ค่อยดีนะ
-ระบบ S Voice ถ้าต้องใช้เขียน ปิดตัวไวไปนิด
-S Pen Keeper ยังตอบสนองช้าบ้างเร็วบ้าง อยากให้นิ่งกว่านี้

ยังไม่จบง่าย ๆ มาดูคลิปต่อกันเลย


ขอบคุณ Samsung Galaxy Note2 โดย
บริษัท ไทยซัมซุงอิเล็คทรอนิค จำกัด

Last modified: May 7, 2015