IT Review : Samsung Galaxy Note EDGE “ขอต้อนรับสู่อารยธรรม จอโค้งด้านขวา”

Written by | IT Review, บทความ

20150227_131140

เมื่อนานมาแล้วเราได้รีวิว Smart Phone ที่ใช้หน้าจอธรรมดาแต่มีปากกาอย่าง Galaxy Note 4 กันไปแล้ว แต่อย่าลืมว่า Samsung นั้นไม่ได้เปิดเพียงรุ่นนี้เท่านั้น ถ้าคุณอยากได้ความแตกต่างมากขึ้น ขอเชิญพบกว่า Samsung Galaxy Note EDGE กับจอโค้ง EDGE Screen ครั้งแรก ว่าจะมีดีอะไรน่าใช้หรือไม่ มาอ่านกัน ณ บัดนี้

รูปร่าง

ด้านหน้า ถ้าเทียบกับ Note 4 นั้นจะเห็นได้ชัดว่าจอเล็กกว่า 0.1 นิ้วเท่านั้น เหลือ 5.6 นิ้ว กล้องหน้า 3.7 ล้านพิกเซล ปุ่มกดมีทั้ง Recent Apps Home และ Back พร้อมไฟเตือน LED เช่นเคย

ด้านข้างขวา มีหน้าจอ EDGE Screen ซึ่งสามารถแสดงผลกลมกลืนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของจอภาพด้านหน้าปกติ และขอบเครื่องโลหะแบบบางเฉียบ

ด้านข้างซ้าย มีปุ่มปรับระดับเสียง ซึ่งมีความแตกต่างจาก Note 4 เล็กน้อย

ด้านบน มีปุ่ม Power ซึ่งย้ายมาจากด้านข้างขวาที่มีหน้าจอพร้อมรูหูฟัง 3.5 mm

ด้านล่าง เหมือน Note 4 คือมีช่องเสียบหูฟัง พร้อมไมโครโฟน และ ช่องเสียบปากกา S Pen หน้าตาเหมือนกับ Note 4

ด้านหลัง มีกล้องหลัง 16 ล้านพิกเซลพร้อม Auto Focus และ LED Flash พร้อม Heart Rate Senser ได้เช่นเคย ผิวสัมผัสเป็นลายหนัง

เมื่อเปิดฝาหลัง แบตเตอร์รี่จะลดเหลือ 3000 mAh เท่านั้น ก้อนเล็กลงนิดหน่อย พร้อมช่องเสียบ Micro SD และ ใส่ซิมแบบ Micro SIM เช่นกัน

ภาพรวมแล้ว มันมีการเปลี่ยนแปลงของตัวเครื่องที่น้อย ถ้าคนไม่ได้สังเกต จะเห็นได้แค่ขอบของจอที่โค้งบนนั่นเอง Feeling จึงทำให้เหมือนกับ Note 4 อยู่ไม่น้อย น้ำหนักก็พอกันฉะนั้นการจับด้านข้างอาจจะมีความลื่น ๆ อยู่พอสมควร

ประสิทธิภาพ

เมื่อรูปร่างอาจจะมีแตกต่างบ้างนิดหน่อย มาดูกันว่าประสิทธิภาพนั้นจะแตกต่างมากน้อยแค่ไหน คราวนี้สเปคจะเทียบกับ Note 4 เลย

Spec Model Samsung Galaxy Note 4 Samsung Galaxy Note EDGE
CPU Samsung Exynos 5433 Octa Core (1.9GHz + 1.3GHz Quadcore) Qualcomm Snapdragon 805 2.7GHz Quadcore CPU
GPU Mali T760 Adreno 450
RAM 3GB 3GB
Internal Storage 32GB 32GB
External Storage Micro SD รองรับสูงสุด 64 GB Micro SD รองรับสูงสุด 64 GB
ความถี่ 2G GSM 850/900/1800/1900 GSM 850/900/1800/1900
ความถี่ 3G 850/900/1700/1900/2100 รองรับความเร็ว Downlink สูงสุด 42 Mbps และ Uplink สูงสุด 11.2 Mbps 850/900/1700/1900/2100 รองรับความเร็ว Downlink สูงสุด 42 Mbps และ Uplink สูงสุด 11.2 Mbps
การรองรับ 4G LTE 1800 / 2100 / 2600 cat4 50Mbps LTE 1800 / 2100 / 2600 cat4 50Mbps
WiFi 802.11 b/g/n/ac Dual Band 802.11 b/g/n/ac Dual Band
Bluetooth V4.1 LE V4.1 LE
Camera Front 3.7 ล้านพิกเซล F 1.9 Wide Lens |Back 16 ล้านพิกเซล พร้อม Auto Focus, LED Flash F1.9 Front 3.7 ล้านพิกเซล F 1.9 Wide Lens |Back 16 ล้านพิกเซล พร้อม Auto Focus, LED Flash F1.10
Display 5.7 นิ้ว SuperAMOLED QHD ความละเอียด 2560X1440 5.6 นิ้ว SuperAMOLED QHD ความละเอียด 2560X1441
NFC Yes Yes
OS Android 4.4.4 Android 4.4.4
Battery 3220 mAh 3000 mAh

ผลการทดสอบ Benchmark

แบบภาพรวม

เฉพาะกราฟฟิก

ผลการทดสอบ Multi Touch ได้สูงสุด 10 จุด

เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของ CPU เป็น Qualcomm Snapdragon 805 ดังนั้นทำใจว่าคะแนนจะด้อยกว่าเล็กน้อย อย่างไรก็ตามการใช้งานปกติทั่วไปสามารถตอบสนองได้ดี แต่เครื่องจะร้อนไวพอสมควรซึ่งแปลกใจเหมือนกัน แต่ไม่ต้องตกใจ Note 4 ก็ร้อนไวเช่นเดียวกัน

ส่วนหน้าจอขนาด 5.6 นิ้ว Super AMOLED และให้ EDGE Screen มาเรียกว่าตอบสนองการใช้งานได้ดีเยี่ยมและสามารถแสงได้ดีไม่แตกต่างกัน สักเท่าไหร่ ยังคงความคมเสมอต้นเสมอปลาย สีสันจัดจ้าน และเป็นส่วนหนึ่งของการกินแบตเตอร์รี่อย่างสูง

ลูกเล่น

Touch WIZ UI

จุดนี้ดูยังไงก็ Samsung เพราะเอกลักษณ์ที่มีอย่างมากเช่น Notification ที่ยังเหมือนเดิมตั้งแต่ไหนแต่ไรมา คือมีการตั้งค่าอยู่ในตัว และสามารถตอบสนองการใช้งานได้ดี UI ก็ใช้ง่าย ดูเรียบ แต่น่าเสียดายที่ไม่มี Theme ให้เปลี่ยนแต่ยังให้ Multi Window ให้ได้ใช้งานกัน

EDGE Screen

ส่วนจอโค้งที่สามารถทำงานได้หลากหลายฟังก์ชั่นทั่งเป็นที่เปิดไฟฉาย เป็นที่อยุ่ของ Application ที่ใช้บ่อย และสามารถเป็นไม้บรรทัน โดยส่วนนี้ทำงานได้ดีสามารถตอบสนองการใช้งานได้ค่อนข้างสุด ๆ ของ Smart Phone รุ่นนี้ นอกจากนี้ยังมีเกมให้เล่น หรือจะเป็นการตั้งค่ากำหนดการแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้มากมาย เรียกว่าเป็นจุดเด่น นอกจากนี้เมื่อใช้ถ่ายภาพ หรือ ฟังเพลง จะแสดงปุ่มควบคุมที่ EDGE Screen อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังให้ฟังก์ชั่นผ่าน Air Command มาให้ครบเช่นเคย

null

Entertain เรื่องของความบันเทิงนั้นยังให้มาเยอะเช่นเคยตั้งแต่ Music ที่มีการควบคุมผ่าน EDGE Screen และมี Video Player รวมถึง Application ต่าง ๆ จาก Galaxy Gifts

Organizer/Tools ยังคงเหมือน Note 4 ที่ให้ทั้ง S Note รวมฟังก์ชั่นในการถ่ายภาพแบบ Photo Note, S Planner เครื่องบันทึกเสียง ไฟฉาย เครื่องคิดเลข เครื่องอัดเสียงเช่นเคย นอกจากนี้ยังใส่ S Health ที่ดูแลสุขภาพตั้งแต่การเดิมวิ่งและ

Camera

Samsung Galaxy Note EDGE ยังคงให้กล้องขนาด 16 ล้านพิกเซล พร้อม Auto Focus และ LED Flash รายละเอียดจะเหมือน Note 4 ทุกประการการถ่ายภาพออกมาก็แทบจะเหมือนกันทุกประการเช่นกัน แต่การที่ได้ EDGE Screen นั้นทำให้กภาพที่เห็นนั้นมากขึ้นเล็กน้อย ลูกเล่นกล่องสามารถโหลดเพิ่มได้ การถ่าย Video ทำได้ความละเอียดสูงสุดที่ 4K



(ตัวอย่างการภาพถ่าย)

(ตัวอย่างการถ่าย Video 1080P)

Battery

หลายคนคิดว่า มันจะเหมือน Note 4 แต่ความจริงนั้น Note EDGE จะให้แบตเตอร์รี่เพียง 3000 mAh และด้วยความที่ CPU นั้นอาจจะไม่ได้ประหยัดพลังงานสักเท่าไหร่ ทำให้แบตเตอร์รี่นั้นจะหมดค่อนข้างง่ายไปสักหน่อย การจัดการพลังงานมีให้เลือกเหมือนเดิมคือ Power Saving Mode และ Ultra Saving Mode ที่ตัดการทำงานเครื่องบางอย่างและให้เหลือการเชื่อมต่อแค่ 3G เท่านั้นทำให้แบตเตอร์รี่อยู่ได้นานถึง 24 ชั่วโมงเมื่อเหลือแบตเตอร์รี่เพียง 10%

บทสรุปของ Samsung Galaxy Note EDGE

นับว่าเป็นนวัตกรรมของการแสดงจอาพที่ค่อนข้างแปลกใหม่แต่บางครั้งรู้สึกอาจจะไมถนัดในการใช้งาน อย่างไรก็ตามสำหรับ Galaxy Note EDGE เป็นอีกรุ่นที่น่าใช้อยู่ไม่น้อยแม้ว่าจะเพิ่มหน้าจอ EDGE Sceen ปรับสเปคใหม่นิดหน่อและลดความจุของแบตเตอร์ลงไปนิดนึงก็ตาม ความน่าใช้ แต่เป็น Smart Phone ที่ผมรับรองว่าคุณใช้คุยโอ้อวดกับสาวกผลไม้ได้ไม่ยากเย็น

กับราคา 28900 บาทที่ดูจะสูงไปจาก Galaxy Note4 แฝดของมันก็ตามแต่ผมยังเชื่อว่า ความแปลกใหม่ของ Note EDGE ก็ยังคงมีคนเลือกซื้ออยู่

แต่ก่อนจะบอกข้อดีข้อควรปรับปรุงนั้น ผมยกบรรทัดนี้เทียบกันระหว่าง Galaxy Note 4 และ Galaxy Note EDGE มาดูกัน แม้จะหน้าจอจะต่างกัน 0.1 นิ้วเท่านั้น ก็ไม่ได้สร้างปัญหาต่อการใช้งาน เว้นแต่ หน้าจอ EDGE Screen ที่มันสร้างความลำบากพอสมควรเมื่อเทียบกับการจับด้านข้างของ Note 4 อย่างไรก็ดี ในมุมนี้แล้วแต่คนชอบ แต่การใช้งานไม่ลงตัวสักเท่าไหร่

ข้อดี/ข้อควรปรับปรุง

ข้อดี
+ หน้าจอ EDGE Screen แปลกใหม่
+ สเปคที่ได้แรงมากพอสมควร
+ กล้องให้ความคมชัดดีใช้ได้
+ ลูกเล่นไม่ตัดทอนจาก Galaxy Note 4

ข้อควรปรับปรุง
– Note EDGE ยังเหมาะกับถือด้วยมือซ้ายเท่านั้น
– ลูกเล่นเหมือนกับ Galaxy Note 4
– เครื่องร้อนไว

ปิดท้ายด้วยคลิปรีวิว พร้อมเทียบระหว่าง Glaxy Note 4

ขอบคุณ Samsung Galaxy Note EDGE โดย

Samsung Thailand

Last modified: June 22, 2016