JOOX เดินหน้าสู่ปีที่ 5 ตอกย้ำการเป็น “แอปคอมมูนิตี้สำหรับคนรักเสียงเพลง” อันดับ 1 ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก “นวัตกรรม ออริจินัลคอนเทนต์ และ การขยายคอมมูนิตี้”

จู๊กซ์ (JOOX) แพล็ตฟอร์มมิวสิคสตรีมมิงชั้นนำของประเทศไทย ก้าวขึ้นสู่ปีที่ 5 ในการมอบประสบการณ์มากกว่าการฟังเพลง เผยความสำเร็จปีที่ผ่านมาด้วยยอดผู้ใช้สูงถึง 290 ล้านรายใน 5 ประเทศ        พร้อมเดินหน้าสานต่อความเป็นผู้นำด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรม เพื่อสร้างประสบการณ์การฟังเพลงที่เหนือชั้น การสร้างสรรค์คอนเทนต์ ออริจินัล คอนเทนต์เด็ดโดนใจและคอนเทนต์ใหม่ๆ ร่วมกับพาร์ทเนอร์ รวมถึง    การขยายคอมมูนิตี้ ทั้งด้านออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อเชื่อมโยงทุกโมเม้นต์ทางดนตรีให้เข้ากับการดำเนินชีวิตของคนในยุคดิจิทัล และการเชื่อมโยงคนในแวดวงต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำการเป็น “แอปคอมมูนิตี้สำหรับคนรักเสียงเพลง” อันดับ 1 ของไทย

นายกฤตธี มโนลีหกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหาร JOOX ประเทศไทย กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมดนตรีทั่วโลกน่าจับตามองเป็นอย่างมาก โดยข้อมูลจาก IFPI Global Music Report 2562 เปิดเผยว่า รายได้ของอุตสาหกรรมดนตรีทั่วโลกในปี 2018 มีมูลค่าถึง 19.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 9.7% จากปี 2017 ในส่วนของรายได้ในตลาดเพลงดิจิทัลทั่วโลกเติบโตกว่า 21% ทำให้ตลาดมีมูลค่ารวมถึง 11.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 58.9% ของรายได้ในอุตสาหกรรมเพลงทั้งหมด โดยตลาดมิวสิคสตรีมมิงโตขึ้นถึง 34% ส่งผลให้ตลาดมิวสิคสตรีมมิงมีมูลค่า 8.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมิวสิคสตรีมมิงที่มีการเก็บค่าบริการเติบโตถึง 32.9% นอกจากนี้การเติบโตของผู้ใช้งานมิวสิคสตรีมมิงมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มอายุ 35 ปี ขึ้นไป”

“ในปีที่ผ่านมา JOOX ประสบความสำเร็จอย่างมากในเอเชียตะวันออกเชียงใต้ ด้วยยอดผู้ใช้สูงถึง 290 ล้านราย ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย พม่า อินโดนิเซีย มาเลเซีย และฮ่องกง โดยมียอดการฟัง (Play Time) รวมถึงกว่า 15,000 ล้านครั้ง นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมาเราตั้งเป้าขยายฐานผู้ใช้งานจากกรุงเทพฯ ไปสู่ต่างจังหวัดมากขึ้นซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จจากการเพิ่มยอดผู้ใช้ในภาคกลางและภาคใต้ ซึ่งกลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่ของ JOOX จะมีอายุระหว่าง 18-34 ปี ถึงกว่า 70% แต่ก็มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มคนอายุต่ำกว่า 18 และสูงกว่า 35 ปี ซึ่งเหตุผลหลักที่คนเลือกใช้ JOOX คือ การที่มีเพลงให้เลือกหลากหลาย, สามารถฟังได้ฟรี และ มีความสะดวกสบายเพราะสามารถฟังเพลงแบบออฟไลน์ได้”

กว่า 4 ปีที่ผ่านมา เราเดินหน้าสร้าง JOOX ให้เป็นมากกว่าแอปพลิเคชันสำหรับฟังเพลง ด้วยการพัฒนาบริการและฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึงคอนเทนต์ และกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่องและหลากหลาย ตอบเทรนด์การฟังเพลงและเสพคอนเทนต์ความบันเทิงของคนไทย โดยในปีที่ผ่านมานี้ เรารวบรวมเอาเพลงใหม่กว่า 950 เพลง ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมเพลงประเทศไทย มาให้ฟังอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพลงจากต่างประเทศอีกมากมาย ส่งผลให้ปัจจุบันนี้ JOOX มีเพลงในแอปพลิเคชันรวมแล้วกว่า 30 ล้านเพลง นอกจากนี้ ปีที่ผ่านมา JOOX มีโปรเจกต์พิเศษที่ทำร่วมกับค่ายเพลงต่างๆ ออกมามากมาย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่โดดเด่น ที่หาฟังได้เฉพาะที่ JOOX เท่านั้น โดยเพลงพิเศษเหล่านี้ถือเป็นการจับเทรนด์กระแสความนิยมหรือความชื่นชอบของผู้ฟังเพลง มาทำเป็นคอนเทนต์ที่ตรงใจ ทำให้ในปีที่ผ่านมามียอดการฟังในโปรเจ็กต์พิเศษของ JOOX ถึงกว่า 284 ล้านครั้ง จากจำนวนการฟังทั้งสิ้น 6 พันล้านครั้งในประเทศไทย ซึ่งเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มียอดการฟังอยู่ที่ 180 ล้านครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงกว่า 102%

นอกจากนี้ JOOX ยังเอาใจแฟน  K-POP ด้วยการไลฟ์สตรีมมิงของศิลปินส่งตรงจากเกาหลีใต้ ซึ่งมียอดการรับชมในปีที่ผ่านมาถึงกว่า 6 ล้านครั้ง และยังมี JOOX Karaoke ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าจับตามองของ JOOX โดยมีจำนวนผู้ชมหรือฟัง JOOX Karaoke เป็นจำนวนถึง 2 ล้านคน และสิ่งที่ขาดไม่ได้ของทุกปี คือ กิจกรรมต่างๆ ที่ JOOX จัดขึ้นเพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ อย่าง JOOX Thailand Music Award ที่ปัจจุบันกลายเป็นงานประกาศรางวัลทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ ที่มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน และยอดชมบรรยากาศงานถึงกว่า 1 ล้านครั้งและ คอนเสิร์ต Thailand Top 100 ที่มีผู้เข้าร่วมงานถึงกว่า 12,000 คนในปีที่ผ่านมา” นายกฤตธีกล่าวเสริม

“สำหรับทิศทางในปี 2563 นี้ JOOX มุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

  1. ด้านนวัตกรรม (Innovation) ที่ JOOX มีการพัฒนาและนำนวัตกรรมมาใช้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเพื่อสร้างประสบการณ์ในการฟังเพลงที่เหนือชั้นให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มฟีเจอร์อย่างไลฟ์วิดีโอและคาราโอเกะ และการขยาย          ช่องทางการรับฟัง โดยปัจจุบันสามารถฟัง JOOX ได้จากทั้งสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ปัจจุบันเรายังได้มีการพัฒนาระบบ Machine Learning ในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้เพื่อเลือกคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับความสนใจเฉพาะบุคคลของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น
  2. การสร้างคอนเทนต์ออริจินัล (Original Content) ปีนี้ JOOX ยังคงเดินหน้าสร้างโปรเจ็กต์และคอนเทนต์พิเศษเฉพาะสำหรับผู้ใช้ JOOX โดยมีการสนับสนุนศิลปิน รวมถึงศิลปินหน้าใหม่และศิลปินอินดี้ พร้อมจับมือกับพันธมิตรรายสำคัญ อาทิ GMM Grammy, RS, BEC Tero Music, Musik Move และ What the Duck รวมถึงคอนเทนต์นานาชาติที่ JOOX ได้มีการจับมือกับหลากหลายค่ายเพลงและศิลปินเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นในปีนี้ยังมุ่งเน้นการทำ Podcast โดยได้จับมือกับผู้สร้าง Podcast มืออาชีพในเมืองไทยในการทำคอนเทนท์ที่หลากหลายและน่าสนใจ
  3. การสร้างคอมมิวนิตี้ (Community) เน้นการพัฒนาและขยายคอมมูนิตี้ของผู้ใช้ JOOX มีการเปิดตัว JOOX Coins เพื่อสร้างออนไลน์คอมมูนิตี้ให้เติบโต โดยผู้ใช้สามารถสะสม Coin เพื่อนำไปแลกของต่างๆ เช่น โค้ด VIP หรือการซื้อกิฟท์ของขวัญเพื่อส่งให้ศิลปิน, KOLs หรือผู้ใช้ทั่วไปที่มีช่องทางเป็นของตัวเอง ในหน้าคาราโอเกะ โดยผู้ที่ได้รับของขวัญสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นรายได้ของตนเองได้อีกด้วย ปัจจุบัน JOOX มีเครือข่าย KOL และศิลปินกว่า      100 คน ที่เข้าร่วมใน JOOX คาราโอเกะและไลฟ์ นอกจากนี้ยังสร้างคอมมูนิตี้ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่ JOOX จัดขึ้น   เป็นประจำทุกปี ไม่ว่าจะ JOOX World Music Day และงานที่เป็นไฮไลท์อย่าง JOOX Thailand Music Award          งานประกาศรางวัลทางดนตรีครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีที่ทุกคนรอคอย ซึ่งปีนี้มีความพิเศษคือจะเป็นการรวบรวม          คนจากทุกวงการทั้งเพลง บันเทิง และแฟชั่นไว้ในงานที่ยิ่งใหญ่นี้งานเดียว” นายกฤตธี กล่าวเพิ่มเติม

“จากฟีเจอร์และคอนเทนท์ใหม่ๆ ที่ JOOX พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งประกอบกับการสร้างคอมมูนิตี้ออนไลน์สู่ออฟไลน์        อันแข็งแกร่ง เรามั่นใจว่า JOOX จะยังเดินหน้าเป็น ‘แอปคอมมูนิตี้สำหรับคนรักเสียงเพลง’ อันดับ 1 ของไทย และเป็นแอปชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างแน่นอน” นายกฤตธีกล่าวสรุป

Last modified: February 13, 2020