เปิดตัว macOS Big Sur แม้ลูกเล่นจะเปลี่ยนเยอะ แต่รองรับ Apple Silicon คือเรื่องว้าว

นอกจากเรื่องของ iOS, iPad OS แล้วทางด้านที่เหลือยก็ยังมีความน่าสนใจแต่ขอรวมไว้ในบทความนี้กับ macOS Big Sur, WatchOS 7 และ tvOS ใหม่รวมไปในที่เดียว

macOS Big Sur

สำหรับ macOS Big Sur เกาะแห่งใหม่ที่มีความน่าสนใจเพราะออกแบบ UI ของระบบปฏิบัติการนี้ให้สวยงาม และดูน่าใช้ แต่ก็เหมือนกับการนำ iPadOS มาขยายมากขึ้น มาพร้อมกับฟีเจอร์ในเรื่องของการปรับปรุงเรงเรื่องของความเป็นส่วนตัวมากขึ้น รวมถึง แยกระหว่าง Notification และ Control Center ที่กดได้ง่ายมากขึ้น รวมถึง Dock เปลี่ยนแปลงใหม่สวยขึ้นและเรียบง่าย มีมิติมากขึ้น

การทำงานทั้ง Message เราสามารถใส่ Memoji หรือจะใส่ Effect ฉลองวันเกิดให้เพื่อนของเราได้ พร้อมกับปรุง Safari ให้ทำงานเร็วขึ้น สามารถแสดงผลแค่ชี้เป็นกรอบเล็ก, สามารถติดตั้งส่วนเสริมได้ และแยกระหว่า Tools Bar รวมถึง Sidebar ให้ดูเรียบง่าย แถมยังมีระบบที่ทำให้ Apps ของ iOS สามารถเข้ามาแสดงผลภายในของ macOS ได้ดีมากขึ้น

สามารถแปลภาษาได้เช่นเดียวกัน การค้นหาก็สามารถทำได้รวดเร็วมากขึ้นรวมถึงการทำงานร่วมกับ AirPods แบบไรรอยต่อ ได้เช่นเดียวกัน

ส่วนการอัปเกรดจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน โดยประมาณ แต่เวอร์ชั่นนักพัฒนาโหลดได้แล้ววันนี้ โดยอุปกรณ์รองรับได้ค่อนข้างเยอะ เพราะบางเครื่องเริ่มตั้งแต่ปี 2013 เลยครับ

นอกจากนี้มีการนำเสนอว่า Apple Silicon เรียกได้ว่าเป็นขุมพลังของเครื่องมือถือทั้ง iPhone, iPad มีเรื่องที่น่าสนใจตั้งแต่

  • Adobe และ Microsoft จะสามารถใช้งานกับ Apple Silion ได้ โดย Mac OS Big Sur รันผ่านขุมพลัง A12z ขุมพลังเดียวกับ iPad Pro 2020 ได้ 
  • พร้อมรองรับการทำงานผ่าน Universal 2 ที่ช่วยให้การทำงานบนขุมพลังที่หลากหลายช่วยให้เกิดความลื่นไหวอยู่ 
  • รองรับ Virtualiztion ได้ทั้งสามารถแสดงผลกราฟิก หรือจะใช้เครื่องเปิด 2 ระบบปฏิบัติการ หรือจะเป็นการเปิด Apps บน iOS เพิ่มเติมพร้อมกันใน macOS Big Sur 
  • สำหรับเวอร์ชั่น Developer Transation จะมี Mac mini ที่จะใช้ขุมพลัง Apple A12z พร้อมกับ RAM 16GB แต่ไม่รู้ว่านี่จะเป็นของจริงหรือไม่ 

WatchOS 7 / tvOS

คราวนี้ Watch OS จะมีหน้าปัดให้คุณได้แชร์ว่ามีการเปลี่ยนอย่างไรให้ดูดี รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ ทั้งเรื่องการจับการนอนสามารถแสดงผลบนมือถือได้ พร้อมกับฟีเจอร์ถ้าไม่แตะหน้าจอจะไม่ติดเวลาคุณนอนและปรับการแสดงผลให้เหมาะสมกับสภาพแสง ส่วนโปรแกรมการออกกำลังกายมีการเพิ่ม Dance ระบบตรวจจับทั้งการเคลื่อนไหวและ Heart Rate ประมวลผลเข้าสู่โปรแกรม Fitness ให้ด้วย (เดิมชื่อ Activity) มีฟีเจอร์จับเรื่องการล้างมือของเราด้วยว่าถูกต้องหรือไม่

ทั้งหมดนี้จะมาพร้อมกับการอัปเดตใน Apple Watch Series 3, 4 และ 5 ก่อน

ส่วน tvOS แม้จะปรับน้อยแต่ก็มีเผยออกมาว่าจะมีการแสดงผลร่วมกับ Home Kit ได้เช่นเดียวกัน และมี Content ของ Apple TV+ จะเปิดตัวเพิ่มในช่วงปี 2021 กับหนังเรื่อง Foundation

ทั้งหมดนี้คาดว่าจะได้ใช้งานช่วงปลายปีนี้ อดใจรอกันไปก่อนนะ

Last modified: June 23, 2020