สัมผัสแรกกับ Samsung Galaxy Z Fold2 มือถือพับได้ที่ปรับปรุงใหม่จนสมบูรณ์แบบในทุกด้าน

Written by | บทความ, IT Preview, IT Review

หลังจากที่สรุปเรื่องของการเปิดตัวไปสักพักหนึ่งแล้วกับ Samsung Galaxy Z Fold2 ในครั้งนี้ผมได้ไปจับเครื่องมาจริงๆ พร้อมกับเล่าประสบการณ์ให้ฟัง แถมด้วยทำให้ดูว่ามันใช้งานได้จริงกับคลิปด้านล่างนี้พร้อมแล้วมารับชมกันเลยดีกว่าว่ามือถือพับได้ที่หลายคนรอคอยนั้น ดีขึ้นหรือไม่


ดีไซน์เป็นอย่างไร

เริ่มต้นกับการใช้หน้าจอเล็ก แต่ว่าไม่ได้เล็กมาก ครั้งนี้ Samsung ขยายหน้าจอส่วนนี้มาที่ 6.2 นิ้วเท่ากับ Galaxy S20 รุ่นเล็กปกติเลยครับ เมื่อใช้งานจริงแล้ว ก็ยังสร้างความถนัดอยู่ รอบตัวเครื่องเป็นโลหะและประกอบแน่นหนาขึ้น การพับของเครื่องเรียบเนียนกว่า Fold ตัวแรก แต่ก็ยังมีการเว้นให้เหลือร่องรอยไว้ ทั้งลำโพง, USB-C และช่องใส่ซิม จากทางด้านขวา พร้อมกับมีระบบสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง และปุ่มปรับระดับเสียง ลำโพงมีการขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย และขอบบานพับอยู่ฝั่งซ้ายมีการทำความสะอาดได้ด้วยนะ

ด้านหลังของเครื่องเป็นกระกจกแบบเดียวกับ Galaxy Note 20 Ultra แต่ว่ากล้องนั้นกลับไม่ได้ใช้ตัวเดียวกับ Ultra เพราะเป็นรุ่นที่แล้วมากกว่าแต่ก็ยังให้คุณภาพของภาพที่ถ่ายแล้วลงตัว

กางเครื่องกันดีกว่ากับหน้าจอข้างในแบบ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 7.6 นิ้ว ใช้กระจก Ultra Thin Glass แม้ว่าจะไม่ได้ใช้ความละเอียดสูงแบบรุ่นที่แล้วก็ถือว่าทำได้ดี สีสันคมชัดพร้อมกับมีกลไกที่ทำงานได้นิ่มนวลแถมแข็งแรง รองรับกับการพับได้มากถึง 2 แสนครั้งเลยทีเดียว และสีเครื่องมีเลือกคือ Mystic Bronze และ Mystic Black โดยขอบเครื่องสั่ง Custom สีได้ แต่ต้องสั่งกับ Samsung.com เท่านั้น

ฟีเจอร์และสเปกเครื่อง

สำหรับสเปกของ Samsung Galaxy Z Fold2 เลือกใช้ Qualcomm Snapdragon 865+ มาพร้อมกับ RAM 12GB / ROM 256GB รองรับ 5G, WiFi 802.11 AX หรือ WiFi 6, Bluetooth 5.2 ใหม่ล่าสุดเรียกได้ว่าสเปกนั้นคล้ายกับเรือธงอย่าง Galaxy Note 20 Ultra แตกต่างกันแค่ CPU เพราะสุดท้ายได้แบตเตอรี่เท่ากันคือ 4500 mAh รองรับการชาร์จไฟด่วนที่ 25W

สิ่งที่ไม่ได้บอกในคลิปไปคือ รุ่นนี้ใส่ eSIM ได้เท่ากับมันใส่ได้ 2 SIM

ส่วนฟีเจอร์นั้นเริ่มต้นกับการใช้ Android 10 และ Interface กับ OneUI 2.5 แน่นอนว่ารุ่นนี้ได้อัปเกรดแน่นอน 3 ปีทำให้หมดปัญหาแน่นอนในเรื่องการใช้งาน แต่เนื่องจากหน้าจอพับได้ข้างในทำให้สามารถใช้งาน Multi Tasking แบบสมบูรณ์และมีฟีเจอร์ต่างๆ มากมายเช่น

  • Flex Mode หากคุณกางจอแค่องศา 75 – 115 องศา ก็จะสามารถทำให้มีฐานล่าง เท่ากับการเปิดกล้องหน้าก็จะมีพื้นที่ควบคุมและสามารถสั่งงานได้และนอกจากนี้ถ้าเกิดต้องการทำงาน เปิดดูหนัง และให้ข้างล่างเป็นที่ดูรายละเอียดของงานก็สามารถทำได้ และยังเลื่อนตำแหน่งของจอได้ทั้งหมด 2 แบบด้วยกันคือจอใหญ่หมด และ 2 กรอบเล็ก
  • นอกจากนี้เมื่อเปิดกล้องอยากทำให้แบ่งเป็น 2 ส่วนก็ทำได้ แค่กดแบ่งจอ เมื่อเหลือครึ่งหนึ่งจะแสดงภาพหรือคลิปที่เราถ่ายก่อนหน้านี้ไว้ และแน่นอนว่า หากเป็น Flex Mode ถ้าอยู่ในโหมด Pro จะสามารถเลือกควบคุมเมนูของการถ่ายภาพได้
  • App Continuity ฟีเจอร์นี้ก็ยังคงอยู่นั่นคือเปิดโปรแกรมจากจอเล็กแล้วถ้ากางจอออกก็จะขยายใหญ่ให้เลย
  • Intuitive Multi Windows ความสามารถแบ่งจอที่บออกก่อนหน้านี้นอกจากสลับไปมาแล้ว สามารถ Save การเลือกเป็น App Pair มาใช้อีกผ่านการปาดจาก Edge Screen ด้านข้างได้
  • Spit Screen Caputure เลือกส่วนที่สามารถ Save การ Capture Screen ของหน้าจอได้ทั้งถ้าเรากดบันทึกทั้งหมด แต่เราต้องการส่งแค่หน้าเดียวก็สามารถกดแล้วเลือกส่งใน Messenger ได้

  • กล้องของของรุ่นนี้ถ่ายภาพออกมาได้ลงตัวแต่ว่าก็ไม่ได้ทิ้งลูกเล่นให้เก่า ยังมีการเพิ่ม Auto Framing โหมดนี้สามารถติดตามคนได้หากมีคนเดียวในเฟรมกล้องจะซูมหาโดยอัตโนมัติ และถ้ามีบุคคลที่ 2 ก็จะซูมออกเองให้กรอบใหญ่ขึ้น กล้องนั้นเป็นแบบ Pro Grade Camera (12 ล้านพิกเซลหมด ทั้ง กล้องหลัก, Ultra Wide และ Telephoto 2x) เพียงแต่ว่าไมโครโฟนของมันนั้นผมว่ายังไม่ได้ดีเท่ากับ Note รุ่นใหม่
  • หน้าจอถ้าไม่ได้เปิด Multi Tasking บาง Apps เช่น Google, Microsoft Office เป็นต้น จะแสดงผลแบบเดียวกับ Desktop PC หรือ Tablet ก็ถือว่าสะดวกไปอีกแบบ

ราคาเป็นอย่างไร

ต้องยอมรับ Samsung Galaxy Z Fold 2 จะไม่ได้เป็นมือถือแค่ Premium แต่ว่าเป็นที่สุดของมือถือที่รวมทุกด้านไว้ในนี้กับราคา 69,900 บาท ถ้าสายไม่ติดโปร ก็มีการแถม Galaxy Buds Live และยังมีประกันอยู่ แต่ถ้าสายถูกซื้อติดโปรฯ ราคาเริ่มต้น 49,900 บาทก็มี อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นอีก Innovation ที่คุณจับได้แล้ววันนี้ถ้าชอบก็จัดไปแต่ถ้าแพงเกินไป Note 20 หรือ Note 20 Ultra ก็คือใช่สำหรับคุณครับ

น่าเสียดายที่พอบอกความนี้ขึ้นแล้วเวอร์ชั่น Thom Browne Edition ขายหมดแล้วเท่านั้นเอง

Last modified: September 3, 2020