รีวิว Fitbit Versa 2 ปรับปรุงให้ดูดีและเก่งกว่าเดิม เหลือแค่แจ้งเตือนภาษาไทย

Written by | IT Review, บทความ

fitbit-versa-2

ปล่อยคลิปรีวิวออกไปนานเลยนะครับ ในที่สุดเวอร์ชั่นบทความก็ได้เวลาปล่อยกับเขาบ้างแล้ว แต่ต้องออกตัวไว้ก่อนว่าสีที่ได้มาลองในรอบนี้จะไม่เหมือนกัน แต่มีเรื่องที่แตกต่างมาเล่าให้ฟังกับ Fitbit Versa 2 ตัวนี้ พร้อมแล้วมารับชมกันเลย

ความคิดเห็นเรื่องรูปร่าง

หน้าตาของ Fitbit Versa 2 นั้นเมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นก่อน ครั้งนี้ผมขอยกเวอร์ชั่น Lite Edition มาล่ะกัน มันจะเล็กลงกว่าและความบางมีมากกว่า และเมื่อพลิกมาด้านใต้ก็จะเห็นสีสันของรุ่น 2 จะชัดเจนมากว่าสวยงาม และยังมาพร้อมกับ หน้าจอแบบ AMOLED ให้สีสันที่สวยงาม เรื่องกันน้ำไม่ต้องห่วงคือ มันกันได้แบบ 5ATM แน่นอน

ปุ่มกดจะอยู่ทางซ้ายเท่านั้น ฝั่งขวาจะมีไมโครโฟนสำหรับสั่งงาน Amazon Alexa เท่านั้น

การเปลี่ยนสายสามารถทำได้ง่ายมากเพราะมีปุ่มใหญ่ๆ ที่สายกดเปลี่ยนได้ทันที แต่สำหรับรุ่นที่นำมารีวิวเป็นรุ่น Limited Edition จะมีสายให้เลือก 2 แบบคือ เรซินปกติ และสายผ้าที่ทนเหงือได้ดี แต่แนะนำว่าไม่ควรโดนบ่อย ทำให้ราคาของมันแพงขึ้น 1,000 บาท ไปอยู่ที่ 8,990 บาท และมีสายให้เลือกเยอะมากมาย

ความคิดเห็นเกี่ยวกับฟีเจอร์

ฟีเจอร์ของ Fitbit Versa 2 ยังคงเน้นเรื่องของการดูแลสุขภาพอยู่ จุดเด่นมันก็คือ โปรแกรมที่มีให้ในเครื่องเช่นการออกกำลังกายมีหลายโปรแกรม ต่อกับ Spotify ในการฟังเพลง วัดน้ำหนัก หรือจะเชื่อมต่อกับ Apps อื่นพร้อมกับลงโปรแกรมเสริมได้ และยังจ่ายตังค์ผ่าน Fitbit Pay เบื้องต้นยังคงใช้กับบัตร Master Card

อย่างไรก็ตามเรื่องที่ยังไม่สามารถทำได้คือ การแจ้งเตือนที่เป็นภาษาไทย อาจจะยังไม่ได้ ณ เวลานี้

ส่วนภายใน Application Fitbit รายละเอียดเหมือนกับรุ่นที่แล้วมา แต่จะมีการเพิ่มบริการ Premium ที่ดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น เรียกได้ว่าเต็มที่เลยทีเดียว แต่ว่าฟรีแค่ 3 เดือน สมัครเป็นปี = 2,500 บาท และ เดือนละ 300 บาท

และแบตเตอรี่เฉลี่ยอยู่ได้ 7 วัน ขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่อของคุณว่าจะต่อแบบไหน ทั้งนี้การเชื่อมต่อเยอะทั้ง WiFi และ Bluetooth จะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วมากขึ้น

หลังลองใช้พักหนึ่งรู้สักอย่างไร

จากการทดลองทั้งใส่ในรูปแบบชีวิตประจำวัน และ ใส่ใช้ออกกำลังกายมีเรื่องที่น่าชมคือ น้ำหนักเบาและเรื่องของประสิทธิภาพถือว่าทำได้ลงตัวอย่างมากเลยครับ สุดท้ายก็เป็นอีกทางเลือก

เพียงแต่เรื่องของการแจ้งเตือนยังไม่รองรับภาษาไทย และการออกกำลังกายเช่นการวิ่งกลางแจ้ง การจับ GPS ยังทำได้ดี ถ้าพกมือถือไปด้วยก็จะดีกว่าครับ

คุ้มค่าหรือไม่หากจะเลือกซื้อ

สำหรับ Fitbit Versa 2 นั้นมีด้วยกันทั้งหมด 2 เกรดคือรุ่น Standard อยู่ที่ 7,990 บาท จะมีสายเรซิน เท่านั้น และ Special Edition จะมีสายแบบแปลกๆ ให้คุณเลือกในราคา 8,990 บาท ทั้งนี้ยังไม่ได้รวมสายอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ด้วยก็สามารถเลือกซื้อได้

ถามว่าถ้าซื้อรุ่นธรรมดาแล้วเปลี่ยนสายคุ้มกว่าไหม คุ้มกว่าเพราะสายคุณเลือกเองแต่ถ้าเป็น Special Edition ที่ได้รีวิวสายก็จะมีเฉพาะเท่านั้น ดังนั้นถ้าชอบตัวไหนก็เลือกตัวนั้น ตามงบประมาณจะดีกว่านะ

สนใจสั่งซื้อกดที https://bit.ly/35lbPb7

Last modified: October 31, 2019