รีวิว Motorola One Vision มือถือจอกว้าง Android One กล้องดี ราคาเกือบหมื่น

Written by | IT Review, บทความ

moto_one_vision

หลังจากปล่อยพรีวิวไปสักพักหนึ่งแล้ว ในที่สุดเวลที่หลายรอคอยก็คือรีวิวของ Motorola One Vision แบบเต็มๆ มาถึงแล้วครับ มาดูกันว่ามือถือรุ่นนี้จะมีดีในภาพรวมอย่างไรและมันน่าเล่นไหมกับงบแค่ 9,990 บาท

แรกเห็นรูปร่างของ Moto One Vision

เริ่มต้นกับหน้าจอของ Motorola One Vision เปลี่ยนแปลงจากเดิมเยอะมากเพราะมีการขยายหน้าจอให้ยาวได้อีก เพราะอัตราส่วน 21:9 และหน้าจอเป็นแบบ LTPS LCD ซึ่งคมชัดและสวยงามความละเอียด 2520×1080 อยู่ในระดับ Full HD+ ผมว่ามันชมภาพยนต์ได้ OK เลย และกล้องที่อยู่มุมซ้ายขนาดไม่ใหญ่เกินไป ถือว่าเป็นการออกแบบที่ฉลาดและได้พื้นที่หน้าจอเยอะพอสมควร

รอบตัวเครื่องทำจากพลาสติกคุณภาพดี มาพร้อมกับช่องเสียบหูฟังจะอยู่ด้านบน พร้อมกับไมโครโฟตัดเสียง ด้านข้างมาพร้อมกับช่องใส่ซิม Nano SIM 1 ช่องและเป็น Hybrid Slot สลับได้ทั้ง NanoSIM และ MicroSD จะอยู่งทางฝั่งซ้าย และ่ปุ่มปรับระดับเสียงพร้อมปุ่มเปิดปิดเครื่องอยู่ทางขวามือ ล่างสุดมีทั้งลำโพง, USB-C และไมโครโฟนของตัวเครื่อง ให้ครบ

ส่วนเรื่องของด้านหลังก็มีความงามนอกจากสีที่ได้มารีวิวที่เรียกได้ว่าเด็ดแล้วยังมาพร้อมกับลวดลายข้างในเป็นแบบ 4D และยังมาพร้อมกับกล้องหลังคู่ที่อยู่มุมซ้าย ความละเอียด 48 + 5 ล้านพิกเซล พร้อมกับ LED Flash และยังมาพร้อมกับ Auto Focus และนอกจากนี้โลโก้ M ของเครื่องเป็นระบบสแกนลายนิ้วมือด้วย

ฟีเจอร์ที่โดดเด่นและแนะนำให้ใช้

ระบบปฏิบัติการของ Motorola One Vision ยังคงมาพร้อมกับ Android Pie และเข้าโครงการ Android One โดยมีการอัปเกรดให้ 2 ปีและยังมีแผนอัปเดตความปลอดภัยอยู่เรื่อยๆ แต่เพิ่มเติมของรุ่นนี้คือการติดตั้งระบบความปลอดภัยทั้งการสแกนลายนิ้วมือและสแกนใบหน้า

เครื่องมือมีให้เครบและมีระบบเสียง Dolby ATMOS ที่ให้ศักยภาพดีแถมเปลี่ยนโหมดได้ตามความพอใจของเรา นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นท่าทางจาก Moto Action มาให้เลือกเหมือนกับรุ่นอื่นที่คุณดูการทำงานผ่านคลิปรีวิวได้

ในเรื่องกล้องหลังของ Motorola One Vision มาพร้อมความละเอียด 48 ล้านพิกเซล และเลนส์ละลายหลัง 5 ล้านพิกเซล คราวนี้ติดตั้งลูกเล่นครบครันไม่ว่าจะเป็น ไม่ว่าจะเป็น AI Scene ที่ปรับได้เอง แต่โดดเด่นสุดคือ Night Vision ที่ออกมาทำให้ภาพถ่ายกลางคืนสวยขึ้น

การถ่ายวิดีโอติดตั้ง EIS และรองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุดที่ 4K 30 FPS และ Full HD 60 FPS

นอกจากนี้ในเรื่องของกล้องหน้ายังมาพร้อมกับความละเอียด 25 ล้านพิกเซลที่เด็ดและดีไม่แพ้กับกล้องหลัง

ประสิทธิภาพของ Motorola One Vision

Spec Motorola One Vision
CPU + GPU Exynos 9609 Octa Core + Mali G72
RAM 4GB
ROM + ความจำเสริม 128GB + Micro SD 512GB
การเชื่อมต่อ 4G LTE, WiFi 802.11 AC, Bluetooth 5.0
กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล F/2.0
กล้องหลัง 48 ล้านพิกเซล (F1.7), 5 ล้านพิกเซล Depth Sensor F/2.2
หน้าจอ 6.3 นิ้ว LTPS LCD FHD+
แบตเตอรี่ 3500 mAh + Turbo Power 15W
ระบบปฏิบัติการ Android Pie (Android One)

 

เรียกได้เป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดจากเดิมพอสมควรที่ได้ทุกอย่างอัปเกรดหมด และแน่นอนว่าขุมพลังของรุ่นนี้ที่เปลี่ยนแปลงทำให้สามารถตอบสนองการทำงานได้ดี ที่เกินคาดคือ มันทำงานได้พอกับต้นฉบับอย่าง Samsung Galaxy A50 นอกจากนี้การเล่นเกมตัวนี้แทบจะหมดห่วงเลยเพราะการทำงานถือว่าดีเลยครับ

การเชื่อมต่อของ Motorola One Vision ใช้แบบมาตรฐานโดยยังคงเป็น WiFi AC Dual Band, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS ทั้งหมดยังคงมีและการำนทางถือว่าดีบอกพิกัดแม่และหน้าจอใหญ่ยาวทำให้แสดงผลแผนที่ได้ดี

แบตเตอรี่ของ Motorola One Vision แม้ว่า 3500 mAh แต่รุ้สึกว่ามือถือรุ่นนี้ใช้นานแล้วค่อนข้างประหยัดพลังงานดีเหมือนกัน สามารถใช้งานได้นานแบบต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง ถ้าไม่ได้ใช้อะไรมากก็อยู่ได้ทั้งวัน

ส่วนระบบชาร์จไฟกลับมาพร้อมกับเทคโนโลยี Turbo Power กำลังไฟรองรับ 15W ทำให้มันชาร์จไฟได้เร็วพอสมควรเลย แม้ว่าเจองานหนักแต่ถ้าแบตฯหมดก่อน ก็เรียกกลับมาได้เร็ว

ความรู้สึกหลังลองใช้

ถือว่าเป็นอีกมือถือรุ่นหนึ่งที่ผมมองว่าคุ้มค่าสำหรับคนที่ต้องการได้ทั้งประสิทธิภาพและการอัปเดตที่ยาวนานแถมได้หน้าจอกว้างสุด และยังได้ไปต่อยาวๆ อีก 2 ปีเรียกว่ามือถือตัวนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง แถมเรื่องกล้องก็ทำได้ดีตามที่โฆษณาบอก

แต่สิ่งที่ยังรู้สึกว่าถ้าเพิ่มแบตเตอรี่ให้มากกว่านี้อีกสักหน่อยก็คงจะดีและราคาของเครื่องที่เคาะ 9,990 บาท ผมว่านี่ก็ถือว่าถูกกว่าหลายประเทศแล้วครับ แต่ลูกเล่นพิเศษ ใส่มาไม่มากเท่าไหร่ เอาน่ะ Motorola เขาขายความลื่นหัวแตกมากกว่าครับ

คุ้มค่าหรือไม่

สำหรับ Motorola One Vision มาพร้อมกับราคาเร้าใจเพียง 9,990 บาท ต้องยอมรับว่าแพงกว่าเดิม แต่แลกกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและน่าสนใจของมือถือรุ่นนี้ถือว่าคุ้มค่า และมีช่องทางจำหน่ายมากขึ้นเช่น TG Fone, Banana, True และ Shopee

แต่ถ้าใครอยากได้ราคาถูกและใช้ทรูก็สามารถเลือกซื้อได้ในราคา 4,990 บาท แค่ติดสัญญา 1 ปี ก็ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจที่สุด ณ ตอนนี้อีกตัวเลือกหนึ่งถ้าต้องการอัปเกรดยาวๆ ครับ

แต่ถ้าเทียบกับต้นฉบับอย่าง Galaxy A50 ก็คงต้องยอมรับว่าตัวนั้นก็แพรวพราวเรื่องลูกเล่นมากกว่า

Last modified: June 3, 2019