รีวิว OPPO F11 Pro การปรับปรุงของรุ่น F ที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องกล้องเท่านั้น

Written by | IT Review, บทความ

oppo_f11_pro

หลังจากที่ผมได้รีวิว OPPO รุ่นล่าสุดคือ Find X และถือว่าหลังพอสมควร วันนี้เรียกว่าแทรกทุกคิวเลยก็ว่าได้เมื่อ OPPO ส่ง F11 Pro มาให้รีวิวอย่างเป็นทางการ มาดูกันว่า F Series ตัวล่าสุดมีดีที่ไหนบ้าง

Clip Review

รูปร่างของ OPPO F11 Pro เป็นอย่างไร

20190319_160632

จุดเด่นสำคัญคือการใช้หน้าจอของ OPPO ที่ไร้กรอบและมีชื่อเก๋ๆ ว่า Panoramic Screen ขนาด 6.5 นิ้วและความละเอียด 2340×1080 พิกเซล ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใด การแสดงผลถือว่าลงตัวดีใช้ได้เลยครับ มาพร้อมกับการรองรับมัลติทัช 10 จุดด้วยกัน และลำโพงเซนเซอร์ซ่อนไว้ด้านบนทั้งหมดรวมถึงกล้อง Rising Camera ด้วย

20190319_173316

20190319_173324

20190319_173331

20190319_173341

รอบตัวเครื่องเป็นวัสดุคุณภาพมีการไล่เฉดสีที่สวยงาม ฝั่งซ้ายจะมีปุ่มปรับระดับเสียง, ขวาเป็นปุ่มเปิดปิดเครื่องพร้อมกับถาดใส่ซิม แบบ Nano + Hybrid Slot (ใส่ได้แบบ Micro SD หรือ Nano SIM) ด้านบนนอกจากกล้องจะเก็บไว้ก็ยังมีไมโครโฟน และ เซนเซอร์ที่สามารถวัดการตกกระแทกได้

20190319_173230

ด้านหลังสวยงามที่มีสีสันทั้ง Aurora Green และสีใหม่ Thunder Black ไล่เฉดสีสวยงามเพราะเป็นแบบ 3 สีในเครื่องเดียว มาพร้อมกับกล้อง 48 ล้านพิกเซล + 5 ล้านพิกเซล พร้อมกับ LED Flash, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือและโลโก้ OPPO ที่สวยเลยทีเดียว

ฟีเจอร์และคุณสมบัติที่ต้องลองใช้

f11_ui

f11_safe

f11_tools

ในเรื่องระบบปฏิบัติการเลือกใช้ Color OS 6 มาพร้อมกับ Android Pie เวอร์ชั่น 9 หน้าตาดูดีและออกแบบไอคอนเรียบง่ายมาพร้อมกับฟีเจอร์ความปลอดภัยทั้งสแกนใบหน้าและสแกนลายนิ้วมือที่ใช้งาน และ เครื่องมือครบครัน

f11_games

และมีฟีเจอร์เร่งประสิทธิภาพผ่าน Game Space ทำให้เครื่องมาพลังเหลือ ๆ เมื่อเล่นเกม

IMG20190321210737

IMG20190321202528

IMG20190319174117

IMG20190319152732

IMG20190319125333

IMG20190319124711

แต่เด็ดสุดของทาง OPPO คือเรื่องกล้องที่ดีทั้งหน้าและหลัง แต่เราจะเริ่มจากกล้องหลังกับความละเอียด 48 + 5 ล้านพิกเซลกันก่อน มันมีดีที่คุณสามารถถ่ายภาพแบบ Portrait ได้ดีทั้งหน้าและหลังเลยครับ และมี Ultra Night Mode ถ่ายภาพกลางคืนได้ดี และ การเพิ่มสีสันของภาพในรูปแบบปกติได้ การใช้งานไม่ยาก แต่ AI Scene Camera จะขึ้นยากเหมือนกัน

ส่วนที่เหลือทั้งการถ่ายวิดีโอก็ทำได้ดี แต่ความละเอียดสูงสุด 1080P 30FPS เท่านั้น อาจจะดูน้อยแต่ยังดีที่ใส่ Effect เล่นได้

IMG20190318202008

IMG20190319174256

และกล้องหน้าแบบ Rising Camera ที่มีจุดเด่นในเรื่องการถ่ายภาพที่ให้คุณภาพสูงดีใช้ได้มาพร้อมกับความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และถ่ายภาพ Portrait ได้ดีอยู่แล้วครับ แต่ว่าถ้าุคุณถือมือถือไม่ดีแล้วทำหล่นทันที OPPO F11 Pro ก็จะมีฟีเจอร์ปิดกล้องหน้าและแจ้งเตือนอัตโนมัติ

ประสิทธิภาพของ OPPO F11 Pro

Spec OPPO F11 Pro
CPU MediaTek Heilo P70 Octa Core 2.1GHz
RAM 6GB
ROM+ความจำเสริม 64GB + MicroSD
การเชื่อมต่อ 4G LTE, WiFi 802.11 AC / Bluetooth 5.0
หน้าจอ 6.5 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 2340×1080 พิกเซล
กล้องหน้า Rising Camera 16 ล้านพิกเซล
กล้องหลัง 48 + 5 ล้านพิกเซล
แบตเตอรี่ 4000 mAh + VOOC 3.0
OS Color OS 6 + Android 9 Pie

f11_bench

P1170537

ขุมพลังของ OPPO F11 Pro เปลี่ยนใหม่ ไปใช้ MediaTek Heilo P70 ที่ให้กำลังสูงและประหยัดไฟพอสมควร มาพร้อมกับเทคโนโลยีปรับการทำงานของตัวเครื่อง Hyper Boost ซึ่งทำงานดีในการเล่น โดยเฉพาะเปิดโหมด High Performance ก็จะทำให้การเล่นเกมลื่นไหลมากขึ้น

การเชื่อมต่อรองรับทั้ง WiFi AC, Bluetooth 5.0 รุ่นล่าสุดและยังมีการเชื่อมต่อ GPS ค่อนข้างแม่นยำเลยครับ ถือว่าเป็นอีกเครื่องที่ไว้ใจได้ดีเลยครับ

f11_batt_3

ส่วนแบตเตอรี่ให้มาที่ 4,000 mAh เยอะขนาดนี้ถ้าใช้งานแบบไม่ได้เล่นเกม ข้ามวันได้แน่นอน แต่ถ้าเล่นเกมก็อยู่ได้ 6.5 ชั่วโมง ก็ถือว่านาน และให้ความพิเศษกว่านั้น มันรองรับเทคโนโลยี VOOC 3.0 ที่ชาร์จไฟผ่าน Micro USB และเต็มจาก 0 – 100 ได้ในเวลา 80 นาที

ความรู้สึกหลังทดลองใช้งาน OPPO F11 Pro

20190319_160619

ต้องบอกว่าแค่เห็นกล่องและข้าวของข้างในถือว่าประทับใจเพราะให้มาครบและ OPPO ทำเครื่องได้ดีขึ้น นอกจากจับถนัดมือไม่ลื่นแล้วยัง ยังดูดีมีราคา แต่ข้อเสียสำคัญคือ ด้านหลังเป็นรอยง่ายมาก

ส่วนฟีเจอร์ผมว่าเพียงพอต่อการใช้งาน จะอดเป็นห่วงคือการได้ไปต่อในระบบปฏิบัติการ Android ว่าจะไปได้แค่ไหน แต่ที่เหลือทั้งภาพ กล้อง และการแสดงผล ทำได้ดีมาก

คุ้มค่าหรือไม่หากจะเลือกเป็นเจ้าของ OPPO F11 Pro

P1170524

เห็นฟีเจอร์ทั้งหมดที่มา ถ้าบอกว่า OPPO F11 Pro มีค่าตัว 10,990 บาท เท่านั้น ด้วยจุดเปลี่ยนที่ OPPO ใส่กับรุ่นนี้มากขึ้น และปรับปรุงให้สวยและมีกล้องหน้าสไลด์แบบเรียบง่ายแบบนี้ ก็ไม่แปลกที่ยอดจองจะสูง

และใครอยากได้แบบไม่อยากจองไม่อยากได้ของแถมคงต้องรอจำหน่ายในช่วงปลายเดือนมีนาคม นั่นเอง แต่ใครจองทันก็ขอแสดงความยินดีเพราะมันก็คุ้มสุดแล้ว ส่วนคู่แข่งนั้น เขาบอกว่าไม่อยากเทียบ งั้นก็ไม่มีล่ะกัน ถ้าอยากรู้ลองเปิดอ่านรีวิวอื่นไปก่อนนะครับ

Last modified: March 22, 2019