รีวิว ROG Zephyrus S GX531GW Gaming Notebook สุดล้ำและบางเฉียก เพื่อคนทำงานทั่วไป

Written by | IT Review, บทความ

rog_zephyrus_gx531

ASUS ROG ในปีนี้มีการเปิดตัวรุ่นใหม่ที่เรียกกระแสความว้าวได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียวครับ แต่ไม่ใช่ตัว AMD มันคือรุ่นที่ใส่การ์ดจอ Nvidia RTX Series สำหรับครั้งนี้ผมจะมารีวิวกับตัวบนอย่าง Zephyrus S รุ่นใหม่ GX531 ที่พกง่ายราคาก็สมเหตุสมผลนะ

แรกเห็นรูปร่าง

P1170376

หน้าตาของ ASUS Zephyrus S ออกแบบได้ดุดัน และมีจุดเด่นคือฝาด้านหน้าขนาดใหญ่ มาพร้อมกับโลโก้ดวงตา ROG ที่เปลี่ยนสีได้หลากหลายสีด้วยกัน

P1170364

P1170362

P1170361

P1170359

รอบตัวเครื่องด้านล่างนั้นมันจะมีการคลิปด้วยสีทอง ซึ่งทำให้ดูมีราคาอย่างมากเลยทีเดียว จุดเด่นคือ ช่องเสียบต่างๆ ทั้ง USB-C, USB แบบปกติ ทั้ง 2 ฝั่ง ช่องเสียบหูฟัง อยู่ฝั่งซ้าย แต่ว่ามันมีระบบระบายความร้อนทั้งหมด 3 ข้างคือ หน้า ข้างซ้าย ข้างขวา ส่วน HDMI ไปเสียบไว้หน้าสุดของเครื่องแทน

P1170380

ถ้าสังเกตให้ดีเครื่องจะสามารถยกตัวได้ เมื่อมีการเปิดหน้าจอ เพราะมีระบบ AAS เพื่อระบายอากาศได้รวดเร็วนั่นเอง และพัดลมมีระบบ Anti Dust ป้องกันฝุ่นได้ และมีไฟเรืองแสงชัดเจนครับ

ใต้เครื่องจะมีการออกแบบให้กันลื่นและเป็นที่ระบายอากาศได้อย่างรวดเร็วเลยทีเดียว

P1170366

P1170370

เมื่อเปิดฝาเครื่องมาพบกับหน้าจอ 15.6 นิ้วใหญ่อลังการสร้าง แต่ว่าข้อดีคือมันเป็น Slim Bezel ให้การแสดงผลที่คมชัด Keyboard อยู่ชิดด้านหน้าทนแรงกดได้ดี และ TouchPad สามารถเปลี่ยนเป็น Numpad อยู่ข้างขวา บนสุดคือจุดระบายอากาศของเครื่องนั่นเอง

P1170385

ส่วนเรื่องน้ำหนักของเครื่องไม่ต้องพูดเยอะ เจ็บคอ หนักทีเกือบ 2 กิโลกรัม ไม่รวมที่ชาร์จ ขนาดใหญ่อีกด้วยนะ อ้อ และรุ่นนี้ยังรองรับ มาตรฐาน MIL-810G ด้วยนะครับ การันตีว่าใช้งานได้ทุกที่แน่นอน

ฟีเจอร์และสเปกการใช้งาน

SPEC ASUS ROG Zephyrus S GX531
CPU Intel Core i7 8750H
GPU NVidia GeForce RTX 2070 Max-Q design
RAM 16GB อัปเกรดได้ถึง 32GB
ความจำ NvME SSD 1TB
การเชื่อมต่อ WiFi 802.11 AC, Bluetooth 5.0
หน้าจอ 15.6 นิ้ว IPS LCD Full HD (1920×1080 พิกเซล)
กล้องหน้า HD Webcam
Port USB-C Gen 1 = 1 ช่อง
USB-C Gen 2 = 1 ช่อง
USB-A = 3 ช่อง
HDMI

ช่องเสียบหูฟัง

แบตเตอรี่ 4 CELL

ssd

rog_sc2

ขุมพลังของเครื่องเลือกใช้ Intel Core i7 8750H เรื่องความแรงในการทดสอบต่างๆ ไม่ต้องห่วงเลยทั้งการนำ Final Fantasy Benchmark ได้ผลออกมาเป็นที่น่าพอใช้ และ SSD อ่านเร็วมาก และการทำงานกับ NVidia GeForce RTX 2070 Max-Q design ถือว่าดี

batt

แต่ว่าเรื่องแบตเตอรี่นั้นทำใจนะครับ มันหมดเร็วถ้าเล่นเกมนาน แต่ถ้าใช้งานทั่วไป ก็พออยู่ได้ 6 ชั่วโมงเท่านั้น แต่มีดีตรงที่หากลืมที่ชาร์จแล้ว USB-C ยังสามารถเปลี่ยนเป็น USB Power Deliver ชาร์จไฟแทนได้

win

ระบบปฏิบัติการแน่นอนว่าต้องใช้ Windows 10 แน่นอน และมาพร้อมกับการปรับแต่งตัวเครื่องผ่านปุ่ม ROG ที่กดแล้วพลังเครื่องจะบูสต์ขึ้นโดยทันทีหากเข้าสู่ Game หรือ โปรแกรมที่ต้องใช้กราฟิกสูง

P1170380

นอกจากนี้ Heat Sink ยังสามารถกำจัดฝุ่นออกได้ ไม่แปลงใจที่มันจะเป็นอีกเครื่องที่ออกแบบได้ดีในเรื่องการระบายอากาศอีกด้วยครับ

rog_2

ส่วนเรื่องปรับแต่งประสิทธิภาพก็มีโปรแกรม ROG Armory Crate มาให้ซึ่งเลือกโหมดทั้ง ทำงานอย่างเดียว, ต้องการประหยัดแบตฯ, ต้องการให้ Balance ทั้งหมด และรวมไปถึงเร่งพลัง Turbo ก็ได้ เรียกว่าครบเลยหากต้องการทำอะไร

P1170373

นอกจากนี้หน้าจอยังสามารถปรับเรื่องการแสดงผลได้หลายแบบ และมี Keyboard Aurora Color เปลี่ยนสีได้ตามใจเลยทีเดียว และทำ Aura Sync ได้อีกด้วย

ระบบเสียงดังสะใจเพราะให้มาถึง 7.1 Channel เลยทีเดียวครับ รองรับ Hi-Res Audio ได้

ความรู้สึกหลังลอง

P1170367

แม้ ASUS จะเคลมว่านี่คือ Notebook ที่บางที่สุดในโลกก็จริง แต่การออกแบบของ ASUS ROG Zephyrus S GX531GW ก็ยังเน้นเรื่องประสิทธิภาพในการใช้งานทั้งเล่นเกมและในชีวิตประจำวันได้อย่างดี ไม่แปลกใจที่ ทำไม Notebook รุ่นนี้จึงมีที่จับตามองของใครหลายคน

แต่ก็มีข้อเสียสำหรับคนที่ต้องการซื้อมาพกไปทำงานจริงๆ น้ำหนักของมันมากเกินไปหน่อย ซึ่งถ้าลดงบไปเอา Tuf Series ก็จะพบว่าเบากว่านี้เป็นอย่างไรแล้วครับล่ะครับ

คุ้มค่าหรือไม่หากจะซื้อ ASUS ROG Zephyrus S GX531

P1170375

ด้วยราคาที่ตั้งไว้เพียง 47,990 บาท สำหรับ Gaming Notebook ที่บางที่สุดและได้ขุมพลังทั้ง GPU และ CPU ที่ทรงพลังและออกแบบให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้แบบนี้ก็คงไม่แปลกใจที่ มันก็น่าใช้งาน ถ้างบประมาณคุณไหว ก็จัดไปสักเครื่อง แต่ถ้าแรงไม่พอ ก็จะมีรุ่น GX701 ให้เลือกอีกตัวที่ได้การ์ดจอ RTX2080 ที่แรงขึ้นอีก Step หนึ่งครับ

Last modified: March 25, 2019