รีวิว “Samsung Galaxy A30” สมาร์ทโฟนรุ่นกลาง จอสวย แบตฯ อึด กับราคา งบ 7 พันนิดๆ

นอกจาก Samsung Galaxy A50 ที่รีวิวไปก่อนหน้านี้ สำหรับคนที่ยังบอกว่า งบไม่ถึงรุ่นดังกล่าว ผมก็มีอีกรีวิวอย่างต่อเนื่องนั่นคือ Samsung Galaxy A30 นั่นเอง เรามาดูว่ารุ่นนี้จะแตกต่างอะไรจาก Galaxy A30 บ้าง

Clip Review

รูปร่างของ Samsung Galaxy A30

20190401_152840

เริ่มจากด้านหน้าของ Samsung Galaxy A30 จะมีขนาด 6.4 นิ้วความละเอียด Full HD+ (2340×1080 พิกเซล) แบบ Infinity U Display เหมือนกับ Galaxy A50 เลยครับ ให้การแสดงผลไม่ได้แตกต่างกัน แต่ความแตกต่างคือเรื่องของระบบสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ และเซนเซอร์บางตัวที่หายไปเท่านั้น และกล้องหน้าเหลือขนาด 16 ล้านพิกเซล

20190401_153027

20190401_152713

20190401_152658

หน้าจอมีความคมชัดและตอบสนองการแสดงผลได้อย่างดีและมีให้เลือก 4 รูปแบบ โดยสามารถปรับเรื่องของรูปแบบ แสดงในที่มืด (Dark Mode) หรือ จะเป็นการตัดแสงสีฟ้า (Blue Cut Filter) มาให้เรียกได้ว่าไม่ขาดตกบกพร่อง  เท่ากับในราคาไม่เกิน 8,000 บาท ผมว่านี่คือมือถือที่จอดีที่สุดเพราะได้ในเรื่องของ Panel เป็น Super AMOLED นั่นเองและ Samsung ผลิตเองด้วยครับ

20190401_152641

รอบตัวเครื่องเหมือนกันทุกจุดไม่ว่าจะเป็น ปุ่มเปิดปิดเครื่อง ปุ่มปรับระดับเสียงที่อยู่ด้านขวา, ข้างซ้ายของตัวเครื่องมีช่องใส่ซิมที่ใส่ได้ทั้ง Nano SIM 2 ใบ และ Micro SD, ส่วนบนมีไมโครโฟนลดเสียงรบกวน และล่างสุด สารพัดช่องเสียบทั้งช่องเสียบหูฟัง, USB-C, ไมโครโฟน และ ลำโพงตัวเครื่อง

20190401_152544

ด้านหลังยังคงออกแบบรับกับมือ และผิวข้างในเป็นแบบ 3D Glasstic จำนวนกล้องหลังลดลงเหลือ 2 ตัวมีขนาด 16 + 5 ล้านพิกเซล และมีระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังกลมกลืนกับเครื่องพร้อมโลโก้ จุดนี้ผมว่าอย่ามองว่าเป็นจุดด้อย เพราะสแกนลายนิ้วมือ ผมชอบลักษณะเป็นแบบนี้เพราะไว้ใจได้มากเลย ส่วนสีสันของเครื่องมีให้เลือก 3 สีคือ ฟ้า, ขาว และสีดำแบบที่เห็น

 

ฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ Samsung Galaxy A30

ลูกเล่นของ Samsung Galaxy A30 มีความคล้ายกับ Galaxy A50 ตั้งแต่การเลือกใช้ Android Pie ครอบด้วย OneUI มีจุดเด่นที่ใช้งานได้ง่ายมากและมีลูกเล่นพื้นฐานเหมือนกัน

20190401_152921

แต่สิ่งที่แตกต่างและมีเฉพาะ Galaxy A30 คือ ระบบสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ด้านหลัง คราวนี้เมื่อใช้ Android Pie ทำให้การสแกนลายนิ้วมือ แม่นยำและรวดเร็ว ส่วนระบบสแกนใบหน้า เหมือนกัน และมีโหมดเร่งแสงทำให้ สแกนติดได้ง่ายมากขึ้น และมีระบบตรวจการใช้งานเครื่องเหมือนกัน ส่วนฟีเจอร์อย่าง Bixby จะขาด Bixby Voice นอกจากนี้ในเรื่องของระบบเสียงก็มีตัวปรับรูปแบบเสียงให้และมี Dolby ATMOS ปรับปรุงได้เฉพาะเมื่อเสียบหูฟังเท่านั้น

20190319_203235

20190319_203242

20190321_190607

20190321_210413

20190319_203604

จุดต่างสำคัญของ Samsung Galaxy A30 คือ เรื่องของกล้องล่ะครับ เพราะลดกล้องเหลือ 2 ตัวเท่านั้น นั่นคือกล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล F1.7 ส่วนกล้องหลังอีกตัวความละเอียด 5 ล้านพิกเซล F2.2 จุดเด่นคือเรื่องความ Wide มากขนาด 123 องศา แค่เลนส์กลุ่มนี้ก็ทำให้การถ่ายภาพทำได้ดีมาก แต่การละลายหลังอาจจะทำได้เฉพาะบุคคลเท่านั้น

ลูกเล่นของกล้องนั้น ยัง Scene Optimizer ให้เลือกอยู่แต่แบบจะไม่เยอะเท่า และมีฟีเจอร์ Flow Detection บอกความผิดพลาดของภาพ Live Focus เป็นการละลายหลังด้วย Software แต่ก็ทำได้ดีครับ

ในเรื่องการถ่ายวิดีโอความละเอียดมาพร้อมกับ FHD+ ทั้งกล้องหน้าและหลัง การป้องกันสั่นนั้นทำได้ดีระดับหนึ่ง แต่ว่าโหมดถ่ายวิดีโอแบบ Slowmotion และ HyperLapse ไม่มีให้

20190319_182930

ส่วนกล้องหน้าลดเหลือความละเอียด 16 ล้านพิกเซล F1.9 มาพร้อมกับการปรับ Beauty ที่เรียกได้ว่าเยอะมากเลย แต่ลูกเล่น AR Emoji ไม่สามารถสร้างตัวละครได้

 

ประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy A30 ดีไหม

 

Spec Samsung Galaxy A30
CPU + GPU Exynos 7904 + Mali G71
RAM 4GB
ROM + ความจำเสริม 64GB + Micro SD 512GB
การเชื่อมต่อ 4G LTE, WiFi 802.11 AC, Bluetooth 5.0
กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล F1.9
กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล (F1.7), 5 ล้านพิกเซล Ultra Wide
หน้าจอ 6.4 นิ้ว Super AMOLED FHD+
แบตเตอรี่ 4000 mAh + Fast Charge 15W
ระบบปฏิบัติการ Android Pie + OneUI

 

bench_1

ขุมพลังของ Samsung Galaxy A30 ก็เลือกใช้พลังแบบ 6 แกนสมองที่แม้ว่าอาจจะไม่ได้แรงเท่ากับ A50 แต่กำลังของเครื่องก็สามารถทำอะไรได้หลายอย่างเลยทีเดียว ถือว่าน่าประทับใจอย่างยิ่ง และการเล่นเกมก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะ CPU ก็คือรุ่นล่าสุด

IMG_1679

การเชื่อมต่อ แปลกใจที่ทำได้เหมือนกับ Galaxy A50 คือรองรับ WiFi 802.11 AC, Bluetooth 5.0 และ GPS ทำงานได้ดีเหมือนกัน

a30_battery_test_1

และแบตเตอรี่ให้ขนาดเท่ากัน 4000 mAh แต่ถ้าคิดว่าจะเหมือนกันแล้ว ผิดครับ มันประหยัดไฟมาก ดังนั้นการใช้งานทั้งวันของ Galaxy A30 จะสามารถข้ามวันได้ แต่ว่าการทดสอบประสิทธิภาพพบว่าอยู่ได้เกือบ 14 ชั่วโมง ถือว่าทำผลงานได้ดีมากอีกรุ่นหนึ่ง และยังรองรับ Fast Charge กำลังไฟ 15W เช่นเดียวกัน

 

ความรู้สึกหลังลอง Samsung Galaxy A30

20190401_152725

สิ่งที่ชอบ

ครบเครื่องทุกสิ่งที่เรียกได้มือถือปัจจุบันควรจะมี มาพร้อม USB-C และกล้องหน้าหลังที่ดูดี และสามารถละลายหลังได้ดี และยังถ่ายภาพได้กว้างอีกด้วย ถือว่าเป็นครบเครื่องเลย และบอดี้สวยเหมือนกับรุ่นแพง แต่จ่ายถูกกว่าเยอะเลยครับ

สิ่งที่ยังเป็นข้อสังเกต

สำหรับคนที่ต้องการมือถือที่สเปคแรงจัด นี่อาจจะยังแรงไม่พอ แต่ผมว่าอย่าให้คะแนน Benchmark มาหลอกคุณ เพราะความจริง ดีกว่านี้เยอะ และอีกเรื่องถ้าจะจบเลยคือ การกันน้ำ น่าจะมีให้นะ

 

คุ้มค่าไหมหากจะเลือกซื้อ Samsung Galaxy A30

20190401_152830

ทั้งหมดที่บอกไปนั้น Samsung Galaxy A30 จะมีราคาอยู่เพียง 7,290 บาท ในภาพรวมแล้วทำดีมากในเรื่องของกล้องที่ครบช่วง และกล้องหน้า Selfie ได้สวย จอคมชัด สเปคเครื่องแรงสมตัว นี่เป็นอีกทางเลือกที่หลายคนควรจะซื้อเป็นเจ้าของไว้ครับ

นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นมากมายที่ทำให้คุณเป็นเจ้าของได้ง่าย หนึ่งในนั้นคือ ซื้อเครื่องได้ในราคา 3,590 บาท โดยติดสัญญา 699 บาท จากทางดีแทค ก็ถือว่าเป็นอีกข้อเสนอที่น่าสนใจอย่างมากเลยทเดียว และยังมีของผู้จำหน่ายรายอื่นได้ครับ

สำหรับรีวิวนี้จบลงแต่เพียงเท่านี้ พบกันใหม่ในตอนหน้าครับ

Last modified: April 1, 2019