Review Samsung Galaxy Cooper “แอนดรอยทรงเรียบ ๆ แต่สเปค !!จัดเต็ม!!”

Written by | IT Review

1

ในงาน Thailand Mobile Expo 2011 ในปีที่ผ่านมา มือแอนดรอยหลายตัวได้เปิดตัว นอกจาก Wellcom A99 Moto Defy ก็ยังมีเจ้าตัวนี้อีกด้วย

ก่อนที่เราจะเริ่มบรรยายของรุ่นนี้ มีหลายคนถามว่า ทำไม ถึงพึ่งได้เจ้า Cooper มา Review ก็เนื่องมาจาก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อนผมคนนึง นามว่า @yugi5002 เกิดอยากจะทำ Review มือถือ hTC ส่งเข้าประกวดที่ไหนสักที่ เธอจึงได้ติดต่อผมในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(24 เมษา) เพื่อจะยืมน้อง Wildfire และบังเอิน หากเธอยืมของผมไป แล้วผมจะใช้อะไรเป็นเลขาแทนล่ะ แน่นอน ก็ต้องแลกเครื่องกัน และเครื่องที่ว่านั้นคือ Galaxy Cooper นี่แหล่ะ

ดังนั้นเราจึงได้เครื่องรุ่นนี้มารีวิว อย่างช้ากว่ากำหนด และ อยู่สั้นกว่าทุกเครื่องที่ได้ทำรีวิวมา

กลับเข้าเรื่องดีกว่า

First Look

การมาครั้งนี้ของซัมซุงได้ออกคูเปอร์ เป็นการย่อขนาดของ Galaxy S ลงมาชัด ๆ เนื่องจาก หน้าตา รูปร่าง ทำซะคล้าย Galaxy S จริง ๆ

พูดถึงรูปร่างหน้าตาไปนิดนึงแล้ว มารู้จักส่วนต่าง ๆ กันดีกว่า

ด้านบน มีช่องเสียบ MicroUSB และหูฟัง 3.5 มม.

สังเกตุให้ดี มีฝาปิด MicroUSB มาด้วย ดูดีไม่เบา

ข้างซ้ายของเครื่อง มีแค่ปุ่มปรับระดับเสียงเท่านั้น ส่วนรูข้างบน ไว้ใส่สายคล้องโทรศัพท์

ข้างขวา เป็นปุ่มเปิดเครื่อง แถมเป็นปุ่มวางสายได้ด้วย และ ช่องเสียบ MicroSD มีฝาปิดดูดีเลย

ด้านล่าง มีไมค์โคโฟน และ จุดงัดเพื่อเปิดฝาหลัง

ด้านหน้าของเรื่อง ออกแบบแนวเรียบหรูมาก

หน้าจอขนาด 3.5 นิ้ว แบบ TFT – LCD 16 ล้านพิกเซล ความละเอียด 320X480

ด้านบน มีลำโพงสำหรับฟังสาย นอกจากนี้ ยังเป็นที่อยู่ของไฟสถานะ เมื่อมีสายที่ไม่ได้รับ หรือ ข้อความ นอกจากนี้ ยังมี เซนเซอร์จับใบหน้า เพื่อปิดหน้าจอระหว่างคุยโทรศัพท์ และ Light sensor ปรับแสดงจอตามสภาพแสดงอีกด้วย

ด้านล่างของจอมีปุ่ม เมนู Home(ปุ่มกลาง) และ Back แบบสัมผัส

4

ด้านหลังของเครื่อง เป็นที่อยู่ของกล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash

อีกข้างเป็น ลำโพงเสียง เล็ก ๆ แต่เสียงหนักแน่น ผิวสัมผัสของฝาหลัง จัดว่าหนืดมือ ออกแนวเป็นยาง แต่พอแกะมา รู้สึกว่า บางไปหน่อย (แต่แกะง่าย)

ภาพรวมของเครื่องที่ทุกด้านจะเป็นสีเงินเงา ทำให้เกิดความหรู น่าใช้ แต่ราคาเครื่องนั้นตรงข้ามกับสิ่งที่ให้จริง ๆ

Performance
ก่อนเข้าหัวข้อนี้ ผมขอให้ลืมเครื่องแอนดรอยที่มีความเร็ว CPU 1GHz เป็นการด่วน เพราะว่า…

CPU รุ่นนี้เป็นQuadcomm MSM7227-1 (ติด)Turbo แค่ 800MHz เท่านั้น (แค่นี้ก็เทพแล้ว ถ้าไม่คิดถึง ตัวแรงแต่เบาอย่าง Wellcom A99)
นี่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นครับ

นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วย
-WiFi B/G/N (มันเข้าขากับ Dlink DIR 655 ที่บ้านผมอย่างดีเลย)
-BT 2.1 และ micro USB 2.0
-AGPS FM RDS
-รองรับ Micro SD สูงถึง 32GB
-Qual band GSM แต่ 3G HSDPA 900/2100 นะ
-ROM 181MB RAM278MB (ที่เหลือใช้งานนะ)
-เป็นแอนดรอย 2.2 ตั้งแต่เกิด (อัพเป็น 2.3 ได้หรือไม่ รอทาง Samsung บอกอีกทีนะครับ)

การทำงานภาพรวม ออกมาไหลลื่น ใช้งานได้คล่องตัว (ถ้าลงโปรแกรมเยอะ มันจะไม่ไหวเอา) ทำงานร่วมกับการ์ดจอ Adreno 200 ให้คะแนนที่เหมาะสมกับการทำงาน

มาดูคะแนนที่ทำได้กันดีกว่า

เริ่มจาก NEOcore

5

An3DBench

An3BenchXL

Feature

ฟีเจอร์นั้นเป็นสิ่งที่ Samsung ไม่พลาดที่จะใส่มา

เริ่มจาก interface แบบ Touch WizUI ที่มีข้อดีที่ใช้งานง่าย

ที่สำคัญ เพิ่มหน้าจอได้มากถึง 7 หน้าด้วยกัน

เมนูนั้น เป็นการเลื่อน ซ้ายขวา ไม่ใช่ขึ้นลงแบบแอนดรอยปกติ

TouchWiz มีผลแทบจะทุกเมนู ไม่เว้น Message calendar

แต่สำหรับ Keyboard ที่มากับเครื่อง ผมว่า เวลาพิมพ์ชื่อเว็บ ถ้าอยู่ใน Mode ภาษาไทย อาจจะงง ในการเปลี่ยนกลับเป็นภาษาอังกฤษ (โดนมากับตัว)

นอกจากนี้ ไม่รู้จะเป็นความสะดวกหรือลำบาก เมื่อเขารวมตัวอักษรมาไว้ในปุ่มเดียว หากต้องการตัวไหน ต้องกดตามจำนวน เช่น ด ต้องกด 2 ครั้งเลยทีเดียว

ในแท็บ notification มีเครื่องมือให้ปิด WiFi BT GPS Auto Rotation และ เสียงด้วย หากมีปิด EDGE 3G มาด้วยจะดีกว่านี้มาก

และยังไม่พอ Samsung ยังมี

– Think Free Office ให้ได้เปิดอ่าน Document กันอีก

-Samsung Apps ไว้โหลดสำหรับชาว Samsung

-Task Manager ไว้ดูการทำงานเบื้องลึกของเครื่อง

-AllShare ไว้แชร์เพลงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ ให้คอมฯ ของคุณมาแชร์กับ Cooper ได้

ปิดท้ายด้วย FM Radio ที่ UI น่าใช้ (ผมล่ะชอบปุ่มหมุนวิทยุจริง ๆ สะดวกกว่าที่คิด)

มาดูเรื่องกล้องกันดีกว่า

กล้องขนาด 5 ล้านพิกเซล พร้อมออโต้โฟกัสและ และ Flash LED หลอดนึง ภาพรวมก็ดูดีสมชื่อ Samsung ที่มือถือแต่ละเครื่อง กล้องดี ๆ ทั้งนั้น

แต่ทว่า กล้องวีดีโอนั้น ถ่ายได้มากสุดแค่ 320X240 เอง น้อยไปหน่อยนะ แต่ถ้าเน้นลง Youtube และต้องการความทันด่วน ผมว่าจบพอดีครับ

batt

ให้มา 1350mAh การใช้งานวันแรก ผมเปิดมันเป็น Hotspot ด้วย เล่นไป3 ชั่วโมง ก็ลงไปประมาณ 30 และโทรออก กับ หูฟัง BT อีก20นาที ใช้ Tweet อีก ฯลฯ ทั้งหมดนี้ แบตฯเหลือ 40% เชื่อไหมครับ

จัดว่าอืดเอาเรื่องเหมือนกันสำหรับเครื่องตัวแค่นี้ แต่ถ้าใช้งานแบบไม่ยุ่งกับ EDGE เลย 2 วันก็ไม่หมดครับ(ยกเว้นคุณเล่นเกมด้วยนะ)

สรุป

“เห็นเรียบ ๆ แต่ลองเล่นสัมผัสก่อน ของเขาแรงจริง ๆ ”

Cooper ถือว่าเป็นแอนดรอยที่น่าใช้อีกตัวหนึ่ง สำหรับคนที่ต้องการสเปคที่ดี แต่งบไม่เกิน 10000 บาท ด้วยคุณสมบัติหลาย ๆ ในด้านการออกแบบ การให้สเปค และ ฟีเจอร์ ต่าง ๆ มารวมกัน ก็น่าขบหา คู่แข่งของ Cooper ก็มีที่วิเคราะห์ด้งนี้

– Wellcom A99 สเปคเครื่องเจ้านี่ แรงกว่า จอใหญ่กว่า แต่หนักกว่า ทัชสกรีน ไม่แม่นเท่า แต่ตอบสนองการเล่นเกมได้ดี ค่าตัว 10900 นะ รับได้ไหม(ของแถมเพี้ยบ)

-Moto Defy สเปคเจ้านี่ พอกับ Cooper แต่จุดขายคือ ความทนทาน ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟ(ไหม้ชัวร์) ตกได้ทุกที่ สดกว่า แต่ลุ้นว่า Froyo มันจะได้กินเมื่อไหร่ ค่าตัว 12900 ไม่รู้จะลงเมื่อไหร่

-LG Optimus One ตัวนี้ ออกมาสักพักใหญ่ Cooper แรงกว่าชัด ๆ หากรับได้กับสเปคของมัน เอาเลย

-Acer Liquid Mini ออกมาได้ไม่นาน ราคา 7990 บาท สเปค พอกับ Optimus One แต่บางอย่าง Cooper ยังได้เปรียบอยู่

ถ้าถามว่าCooper ยังน่ามองอยู่ไหม ผมว่า ลองเล่นก่อนดีกว่าครับ สำหรับผม Cooper ถ้าต้องซื้อมีงบแค่ 1 หมื่น ผมคงเอามาเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ แน่นอน

สรุปสุดท้าย ถึงข้อดี ข้อเสีย

-ข้อดี
สเปคสูง เมื่อเทียบกับราคา
หน้าจอชัดมาก กล้องถ่ายภาพดีระดับใช้ได้
ให้ฟีเจอร์เยอะแยะ เล่นแทบจะไม่หมด
รูปรงเรียบหรู ฝาหลังไม่ลื่นจับถนัด
UI สวยใช้ง่าย เข้าใจง่าย
-ข้อเสีย
Software Keyboard มากับเครื่อง ใช้ยากไปหน่อย ต้องใช้ประสบการณ์
ถึงแม้ ROM RAM จะมาระดับหนึ่ง ขอเยอะกว่านี้หน่อยจะดีนะ
ไม่มีปุ่มปิด EDGE (hTC ให้ ช่วยใส่มาหน่อยเถอะ)
กล้องถ่ายวีดีโอ ความละเอียดน้อยไปนะ
กรอบเครื่องสีเงิน มีโอกาสจะถลอกได้สูง

ขอขอบคุณ

-บริษัท ไทยซัมซุงอิเล็คทรอนิค ประเทศไทย จำกัด ที่นำเข้า Galaxy Cooper มาจำหน่วยในเมืองไทย
-ขอบคุณ Pantira Aswakitkajorn(@yugi5002) ที่ได้ให้ผมยืม Cooper มาแกะ ชำแหล่ะเล่น ^^

Last modified: May 7, 2015