รีวิว Vivo V15 มือถือรุ่นกลางกล้องเด้งได้ สเปคเครื่องที่หลายคนพูดถึงเยอะ

Written by | IT Review, บทความ

vivo_v15

ก่อนหน้านี้ผมได้รีวิว Vivo V15 Pro ซึ่งจัดว่าเป็นตัวท็อประดับโลกที่หลายคนตั้งตารอคอยกันอย่างมาก และแน่นอนว่ารุ่นเล็กก็คงเป็นที่น่าสนใจอย่าง Vivo V15 กับการรีวิวครั้งนี้ ถ้าพร้อมรับชมแล้ว มาดูกันดีกว่า ว่ามันแตกต่างกันแค่ไหน

Clip Review

รูปร่างของ Vivo V15 เป็นอย่างไร

20190324_095152

20190324_095205

สำหรับหน้าตาของ Vivo V15 นั้นก็ยังได้หน้าจอแบบ Full View Display ไร้กรอบแต่ว่าขนาดใหญ่กว่า V15 Pro อยู่ที่ 6.53 นิ้วความละเอียด 2340×1080 หรือ FHD+ และมีเซนเซอร์ครบครัน ส่วนกล้องติดตั้งไว้ด้านบนสุดของเครื่องแบบเลื่อนได้เช่นเคยความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

20190324_095106

20190324_095118

20190324_095129

20190324_095125

รอบตัวเครื่องเหมือนกับ Vivo V15 Pro คือ ออกแบบให้จับได้ง่ายรับกับมือได้อย่างดี อาจจะมีความแตกต่างที่ช่องใส่ซิมคราวนี้อยู่ตำแหน่งเดียวคือฝั่งซ้ายเท่านั้น ใส่ได้หมดทั้ง MicroSD, Nano SIM 2 ช่อง และ ปุ่ม JOVI สั่งงานอัจฉริยะ ส่วนปุ่มปรับระดับเสียงปุ่มเปิดปิดเครื่องอยู่ฝั่งขวา ช่องเสียบหูฟังอยู่ด้านบน และ ลำโพง ไมโครโฟน รวมถึง Micro USB อยู่ล่างทั้งหมด

20190324_095052

ด้านหลังเครื่องจะมีสีให้เลือกได้แก่ Topaz Blue และ Glamour Red แต่องค์ประกอบเหมือนกับ Vivo V15 Pro คือกล้องหลัง 3 ตัวเรียกในกรอบที่สวยงาม แต่ว่าสิ่งที่แตกต่างกันออกไปมันก็คือเรื่องของตำแหน่งระบบสแกนลายนิ้วมือนั่นเอง เพราะรุ่นนี้ไว้ที่ด้านหลัง การจับเครื่องถือว่าทำได้สะดวกและง่ายขึ้น

ฟีเจอร์คุณสมบัติที่น่าใช้

v15_ui

ฟีเจอร์ในภาพรวมของระบบปฏิบัติการยังคงใช้ FunTouch OS 9 มาพร้อมกับ Android Pie รุ่นล่าสุดใช้งานได้ไม่ยาก และมีฟีเจอร์เครื่องมือครบ แถมยังได้ระบบเสียงที่ดีเยี่ยม

v15_se

ส่วนเรื่องระบบความปลอดภัย ถูกลดลงมาเหลือระบบเดียวคือ การสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเท่านั้น อาจจะดูน้อยไปหน่อยกับมือถือราคาหมื่นเดียวแบบนี้

it_v15_c002

it_v15_c007

it_v15_c006

it_v15_c008

ในเรื่องของกล้องหลัง ลดความละเอียดเลนส์หลักลงมาเหลือ 24 ล้านพิกเซล แต่ก็ยังได้ค่ารูรับแสงที่ดี และยังถ่ายภาพกลางคืนได้สวย และมีลูกเล่น AI และยังมาพร้อมกับเลนส์ Wide ขนาด 8 ล้านพิกเซล มุมมอง 120 องศา และ Depth Sensor 2 ล้านพิกเซล

และการทำงานของมันก็มีลูกเล่นอย่าง AI Body Shape, AI Scene และอื่นๆ จัดให้หนักเหมือนกับรุ่นโปร

it_v15_c003

ส่วนกล้องหน้ายกกันมาเล่นกับความละเอียด 32 ล้านพิกเซลที่คมชัดและสวยกำลังดีเลยทีเดียวครับ ความทนทานของกล้องหายห่วง ทุกอย่างยังเหมือนกับ V15 Pro

ประสิทธิภาพของ Vivo V15 ดีไหม

Spec Vivo V15
CPU MediaTek Heilo P70
RAM 6GB
ROM + ความจำภายนอก 128GB + Micro SD
การเชื่อมต่อ 4G, WiFi 802.11 N / Bluetooth 4.2
กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล
กล้องหลัง 24 + 8 + 2 ล้านพิกเซล + AF + LED Flash
หน้าจอ 6.53 นิ้ว IPS LCD FHD+
แบตเตอรี่ 4000 mAh
ระบบปฏิบัติการ Android Pie + Color OS9

v15_bench

Vivo เคยบอกไว้ว่าทั้ง V15 และ V15 Pro ได้ขุมพลังใหม่ล่าสุด แม้ว่า V15 จะได้ใช้ MediaTek Heilo P70 แต่ประสิทธิภาพของมันถือว่าทำได้ใกล้เคียงกับของ V15 Pro แต่ว่าการเล่นเกมต้องทำใจว่าบางเกมก็อาจจะมีภาพกระตุกบ้างเล็กๆ น้อยๆ

ส่วนการเชื่อมต่อนั้นอาจจะมองว่าเก่าไปหน่อยเพราะแม้ว่า WiFi รองรับ Dual Band ถึงมาตรฐาน AC แต่ Bluetooth ยังคงเป็น Version 4.2 อยู่ การใช้นำทางถือว่าทำได้ดีมากเลยทีเดียวครับ

v15_batt

และมาถึงแบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh แม้ว่าจะใหญ่โตอลังการแล้วก็จริง แต่เมื่อผลทดสอบออกมากลับพบว่า อาจจะอยู่ได้ที่ 8:43 ชั่วโมง แต่ถ้าไม่ได้งานอะไรเยอะ ก็ทำได้ดี โดยผมลองใช้นำทางเยอะ และเล่นกล้อง พร้อมกับ Social เบาๆ ก็สามารถอยู่ได้ทั้งวันเหลือแบตฯ 40% ตอนประมาณ 6 โมงเย็น ก็ถือว่ารับได้

ความรู้สึกหลังทดลองใช้งาน Vivo V15

P1170387

จากการที่ได้จับตัวเครื่องถือว่าเป็นมือถือที่ให้คุณสมบัติที่ดีในเรื่องการพกพาอย่างยิ่งเพราะน้ำหนักไม่ได้มาก และการทำงานของเครื่องถือว่าลงตัว เสียงดี ภาพคมชัด กล้องก็งาม สเปกเครื่องใช้ประโยชน์ได้เยอะเลย

แต่ว่าเรื่องที่อาจจะไม่ชอบก็คงเป็นการกินพลังงานมากกว่ารุ่น Pro ทั้งๆ ที่แบตฯ ก็ให้มาเยอะกว่า แต่ทำใจเพราะจอใหญ่กว่า และ ยังไม่ได้ USB-C แต่เรื่องนั้นไม่ว่าสำหรับรุ่นนี้ครับเพราะราคามันถูกกว่าพอสมควรเลย

คุ้มค่าหรือไม่หากจะเป็นเจ้าของ Vivo V15

20190324_095227

เห็นทุกสิ่งมันแตกต่างกันไม่กี่เรื่องแต่ราคาของ Vivo V15 เคาะที่ 10,999 บาท ถูกกว่า V15 Pro 4,000 บาทแต่ต้องยอมรับว่าข้าวของก็จะหายไปพอสมควร แต่มันก็เหลือแต่สิ่งที่จำเป็นจริง ๆ ได้กลับมาคือแบตฯ ใหญ่กว่า จอใหญ่กว่า กับตัวเครื่องพื้นฐานดูใช้งานง่าย นี่ก็เป็นอีกตัวเลือกที่หลายคนให้ความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

แต่ถ้าเทียบกับคู่แข่งก็อาจจะด้องเรื่องฟีเจอร์บางอย่าง ที่ผมได้บอกไปในรีวิว ยังไงก็ลองพิจารณากันนะครับ ส่วนตัวแล้วสีแดงรุ่นนี้สวยและดูแพงมากเลยครับ ส่วนน้ำเงินจะเรียบหรูกว่าเล็กน้อย

Last modified: March 27, 2019