Special Review : Acer Liquid Metal “MultimediaAndroid ที่คุณต้องลอง”

Written by | IT Review, บทความ

a1

กลับมาอีกครั้งของการทำ Smart Phone ที่ค่อนข้างจะฝากความหวังกับผู้บริโภคสักหน่อยสำหรับ Acer หลังจากเมื่อ 5 ปีที่แล้วช่วงที่ PDA นั้น Boom ก็ได้ส่ง 2 รุ่นมาชิงศึกด้วย แต่ก็แป๊กกันไป วันนี้เขาก็กลับมาด้วยหมัดเด็ดหลายประการจนทำให้สาวกหรือคนที่คิดจะซื้อ Smart Phone ต้องอึ่ง ทึ่ง และก็ กรี้ดไปตาม ๆ กัน

หนึ่งในนั้น ก็คงเป็นเจ้า Liquid Metal ตัวนี้ด้วย คุณสมบัติจะเป็นยังไร และการกลับมาครั้งนี้คุ้มค่าหรือไม่ ติดตามอ่านกันได้เลยครับ

หมายเหตุ : การ Review ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ผมจะแบ่งหัวข้อกันให้ดูกัน เพราะเครื่องนี้มันมีรายละเอียดมากกว่าที่คุณคาดเอาไว้ครับ

a2

Unboxing:

a3

ของข้างในกล่องของ Acer Liquid Metial นั้นจัดว่าครบมาก แต่จุดนี้ไม่สำคัญ นอกจาก การเปิดกล่องของ Liquid Metial นั้น ไม่เหมือนยี่ห้ออื่น ถือว่าแปลกตา และเป็นอะไรที่ถ้าคนไม่เคยเปิด มันจะเป็นอะไรที่เปิดยากพอควร

a4

รูปลักษณ์ของเครื่อง:

ด้วยความว่า เป็น Metial ความแตกต่างจึงเกิดมากกว่าตอนที่ Liquid E ออกมา ด้วยการเครือบเงินแทบจะครั้งเครื่อง ดูเงางามสวยมากโดยด้านหน้าประกอบด้วยจอขนาด 3.6 นิ้วความละเอียด 480X800 จัดว่า เยี่ยมมาก และข้างล่างของจอ เป็นปุ่ม 4 ปุ่้มแบบสัมผัสด้วยนิ้วเท่านั้น วางมาตรฐานเอเซอร์ และเป็นปุ่มที่แอนดรอยใช้กัน

a8

ข้างซ้ายของเครื่องไม่มีปุ่มอะไร แต่อย่าเอาไปส่องกับไฟนะครับ แสบตาอย่างบอกใคร

a9

a10

ข้างขวาของเครื่องประกอบด้วยปุ่มต่าง ๆ เช่น ปุ่มปรับเสียง และ ปุ่มกล้อง

a11

ข้างล่างเครื่อง เป็นที่อยู่ของ Port Micro USB และ ไมโครโฟน

a7

ข้างหลังเครื่องนั้น บนสุดเป็นที่อยู่ของกล้องขนาด 5 ล้านพิกเซล และสามารถ่ายวีดีโอได้แบบ HD 720P ส่วนล่างสุด เป็นที่อยู่ของลำโพง ที่มีฟังค์ชั่น Dolby Mobile ด้วย

a5

a6

ข้างบน ปุ่มเปิดปิดเครื่อง อีกฝั่ง เป็นที่อยู่ของรูหูฟังขนาด 3.5 mm พร้อมไฟ 3 สถานะ เช่น สายโทรเข้า ข้อความ และ สัญญาณแบตฯ

Interface:

a1

ครั้งนี้ Acer มาแปลกและแหวกแนวด้วยการสร้าง Acer Breeze UI 4.0 ใหม่ล่าสุด ซึ่งหน้าตาใช้ได้ สวยสดงดงาม ทำให้การใช้งานแอนดรอยนั้นราบรื่นเหมือนของ HTC แต่ด้วยความเร็วเครื่องที่มากกว่า HTC ที่ผมใช้ ส่งผลให้ การทำงานของเจ้า Liquid Metial นั้น เร็วมาก ตอบสนองได้ทันใจ ไม่มีอะไรติดขัดมาก นอกจากนี้ แค่เปิดเครื่องไม่ต้องปลดล็อคหน้าจอ ก็สามารถเรียก Widget ของ Acer มาใช้งานได้อย่างสบาย นอกจากนี้ ยังมีลูกเล่น เช่น

a12

ผลักไปซ้ายของจอ ก็จะเป็นโปรแกรมที่เปิดค้างก่อนหน้า

a13

ผลักไปขวาก็เรียกว่าเป็น Media HUB

a14

ส่วนก่อนปลดล็อคหน้าจอ เป็นแบบนี้

a15

ลากขึ้นข้างบนก็เป็นเมนุที่พร้อมใช้งาน แอบคล้ายกับของซัมซุงคือลากเมนูไปทางซ้ายและขวา

a16

หากกดปุ่ม Home ค้างไว้จะมี HUB มาให้ใช้งานเหมือนกันตอนเปิดหน้าจอใหม่ ๆ และสามารถปรับหน้าจอได้อิสระอีกด้วย

ภาพรวมการใช้งาน

a17

การทำงานของตัวเครื่องนั้น ถึงแม้ CPU Qualcomm ที่มีกำลัง 800MHz และ RAM ROM ที่มีขนาด 512 MB การแสดงประสิทธิภาพจัดว่า ไม่แพ้กลุ่ม Android 2.2 ที่มี CPU 1GHz เลย

a19

จุดเด่นที่แท้จริงของ Liquid Metal นี้คือเรื่องพลังเสียง ถึงแม้เปิดออกลำโพง ถึงจะเปิดระบบ Dolby Mobile ให้ทำงาน เสียงก็ดี ออกคม แต่นั้นยังไม่พอ ถ้าคุณอยากได้ที่เสียงมีพลังกว่านี้ แนะนำ ให้เอาหูฟังที่เสียงระดับปกติ มาเสียบที่รูหูฟังข้างบน คุณจะได้พบกับ สวรรค์ที่แท้จริง เสียงนั้น ประเสริฐมาก และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง กำลังขับเสียงทำได้ดีมาก

a18

นอกจากนี้ การตอบสนองเรื่องการถ่ายภาพทำได้ดี การถ่ายวีดีโอในแสงที่เหมาะสม ทำได้ดีเช่นกัน สมกับที่ผมอยากยกตำแหน่งว่า Best Android of Multimedia ของปีนี้ไปเลย เท่านั้นยังไม่หมด การสนทนายังทำได้ดี

ส่วนข้อปรับปรุงนั้นมีเรื่องเดียวคือในขณะใช้ในบางช่วง รู้สึกเครื่องร้อนไปนะ และจอขนาด 3.6 นิ้ว กับการที่ให้แบตฯขนาด 1500 มิลลิแอมป์ ถามว่า พอเพียงไหม คำตอบนั้นเหลือ ๆ ครับ และแถมการใช้งานเช่นเล่น Twitter อย่างเดียว เครื่องสามารถใช้งานได้ 3 วันโดยไม่ต้องจับชาร์ดแบตฯ(แต่ทีนี้มีคำเตือนอยู่ก็คือ แสงจอต้องไม่มากไป เพราะถ้าเกิดปรับมาก มันดูดแบตหมดได้)

a20

เพราะผมใช้ทั้งฟังเพลง Tweet ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอบ้าง และเล่นเว็บนิดหน่อย แถมเครื่องทำการต่อ 3G ตลอดเวลา สามารถใช้ได้ 2 วันได้ แต่ต้องพก Enloop Mobile Bootser ตามไปด้วย เผื่อเอาไว้

บทสรุป

a21

*** พระเจ้าจอร์ส Acer เปลี้ยนไป๋ ลบคำสบประมาตทุกสิ่ง ประสิทธิ์ภาพเจ๋งมาก แต่ราคานั้น ขอลดอีกนิดได้มะ***

ผมเอ๋ยไม่ผิดหรอกครับ ถ้าจะสรุปแบบนี้ หลังจากใช้งานใกล้ 2 อาทิตย์แก่ ๆ และ VDO ได้ออกก่อนข้อความ ความแตกต่างจากการใช้งานแอนดรอยรุ่นนี้ เหมาะกับคนที่ต้องการความครบเครื่อง หรือ เป็นคนที่ใช้ smart phone ไปทางด้านความบันเทิงมากกว่าการนำมาใช้โทรแบบจริงจัง ดังนั้นการทำงานของเครื่องที่ตอบสนองได้ไว ถึงแม้จะเปิดโปรแกรมเยอะ ๆ และพลังเสียงที่เครื่องให้มา ถือว่าสมตัว ทีนี้ มาติดที่ราคานี่แหล่ะ

14,900 กับ Smart Phone ที่มีความหรูในตัวอย่าง Liquid Metal นั้น จัดว่าจะเหมาะสมแล้ว ติดที่ว่า ถ้า 14,900 ผมว่าไหน ๆ ก็แพงแล้ว ใส่ CPU Snapdragon ไปเลยก็ดีนะครับ จะได้เหมาะสมไป หรือไม่ก็ลดสัก 1,000 ก็ยังดี

คู่แข่งในตลาดนั้น ก็มีด้วยกันหลายตัว แต่ส่วนใหญ่จะราคาแพงกว่านิด ๆ หน่อย ๆ บางตัวก็จะด้อยกว่าเช่น
1.Garmin ASUS A50 ตัวนี้จัดว่าความแรงก็ใช่เล่น ราคาพอกัน แต่คุณจะไม่ได้แบตฯที่อึดอดทนขนาด Liquid Metal ได้เลย
2.HTC Aria ตัวนี้เรียบหรู แต่ถ้าจับสเปคชนกัน Liquid Metal นั้นจะชนะแทบทุกด้าน ติดเรื่องเดียวคือความเชื่อมันที่ htc มาสูงกว่า จึงเป็นข้อได้เปรียบก็เป็นไปได้
3.Wellcom A99 ตัวนี้จัดว่าเรียบหรู แรงด้วยสเปค ราคานั้นเบากว่าเยอะ ติดที่ว่าคุณรับได้ไหมกับ House Brand
4.Samsung Galaxy Cooper ตัวนี้ใหม่มาก สเปคพอกัน ราคานั้นค่อนข้างจะเบาอยู่ ด้วยชื่อ Samsung ทำให้คนอาจจะมองมากกว่า
และตัวสุดท้าย 5.Moto Defy ตัวนี้ใหม่มาก สเปคเท่ากันหมด ติดที่ตอนนี้ Defy เป็นแอนดรอย 2.1 อยู่แค่นั้นเอง

ดังนั้นผมขอไม่ตัดสินว่าตัวไหนจะดีที่สุดในบรรดาพวกนี้การตัดสินใจอยู่ที่ตัวคุณเอง แต่ผมสรุปว่าถ้าต้องการความครบเครื่องและมีงบเหลือ ๆ ไม่ต้องการเครื่องที่แรงระดับ CPU 1GHz และต้องการความเรียบหรูด้วยการออกแบบที่เน้นความลงตัวเหมาะสม Acer Liquid Metal นั้นจัดว่าลงตัวเลยทีเดียวครับ ส่วนเรื่องบริการหลังการขายของ acer นั้น จะต้องลองกันเองครับ ซึ่งบทเรียนในอดีตที่ผ่านมา ก็จะต้องมาดูกันต่อไปว่า ปัจจุบันนั้น การ support นั้นทำได้ดีขึ้นหรือเปล่าก็เท่านั้นเองครับ

a22

ข้อดี
-ตัวเครื่องเรียบหรู ดูภูมิฐาน
-ให้แอนดรอย 2.2 และ UI น่าใช้และน่าคบหา
-การทำงานเร็ว
-ลำโพงหลังเสียงดี
-จอใหญ่ เหมาะกับการดูหนัง
-การถ่ายภาพและวีดีโอทำได้ดีมาก
ข้อเสีย
-เล่นมันนานร้อนง่ายไปหน่อยนะ
-ตัวเครื่องโค้งมนดูดี แต่ระวังลื่น
-ตำแหน่งปุ่มใต้จอใกล้และไวมาก เผลอโดนได้ง่าย
-ปุ่มปรับเสียงอยู่ฝั่งซ้าย คนทั่วไปอาจจะงง เดี่ยวก็ชินไปเอง

ขอขอบคุณ
บริษัท เอเซอร์(ประเทศไทย)จำกัด
นิตยสาร Whatphone โดย @ohnut7 ที่เอื้อเฟื้อเครื่อง acer Liquid Metal ในการทดสอบครั้งนี้

ตัวอย่างรูปจาก Acer Liquid Metal

a23

a24

a25

a27

Last modified: May 7, 2015